[DNA Aufic] Road to Destiny (Misawa)

posted on 04 Dec 2016 18:47 by chaste-child

 

Title: Road to Destiny

Pairing: Miyuki x Sawamura

...........................

 

01: เด็กหนุ่มจากนากาโนะ

 

ซาวามูระ เอย์จุน อายุ 15 ปี เมื่อมาเข้าเรียนปี 1 โรงเรียนมัธยมปลายเซย์โด

และโค้ชมิยูกิก็เป็นเหตุผลเดียว ที่ทำให้เอย์จุนยอมทิ้งเพื่อน ทิ้งบ้าน เดินทางไกลจากนากาโนะมาถึงโตเกียว เพียงเพราะอยากเล่นเบสบอลกับโค้ช

 

"ซาวามูระ ฉันเป็นโค้ช ไม่ใช่แคชเชอร์"

"ตะ แต่..."

"ไม่มีแต่--ถ้าเธออยากจะขว้างลูก ไปขอร้องโอโนะหรือมิยาอุชิโน่น" โค้ชทำเสียงเข้มพร้อมกับตีหน้าดุ พลางผินหน้าไปทางสองแคชเชอร์หลักของทีม ซึ่งกำลังฝึกซ้อมอย่างขมักเขม้นอยู่ในบลูเพน

 

"ตอนผมมาวันแรก คุณยังอาสาเป็นคนรับลูกให้เลย" เด็กหนุ่มเถียงอย่างดื้อดัง

 

มิยูกิถอนหายใจ ปวดหัวกับเจ้าเด็กจอมตื้อคนนี้เหลือเกิน "วันนั้น ฉันแค่อยากเห็นการขว้างลูกของนายด้วยตัวเอง" หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ถ้าวันนั้นฉันไม่เป็นคนรับลูกให้นาย นายคงไม่มีโอกาสมายืนต่อปากต่อคำกับฉันอย่างวันนี้หรอก ไอ้ลูกเปลี่ยนแปลงอ่านทางไม่ออกของนาย ใครจะรับได้

 

"แล้วทีคืนก่อนโน้น ผมยังเห็นคุณรับลูกให้ฟุรุยะตั้งนาน" คนพูดเสียงเริ่มสั่น น้ำตาปริ่มล้ขอบตาด้วยความน้อยใจ ภาพโค้ชฝึกซ้อมให้กับฟุรุยะยังติดตาข้ามวันข้ามคืนจนนอนไม่หลับ ต้องลุกมาวิ่งรอบสนามให้หายเจ็บใจ วันนั้นเขารึอุตส่าห์รอจนทั้งคู่ซ้อมเสร็จ แต่พอขอร้องให้โค้ชช่วยรับลูกบ้าง ดันโดนปฏิเสธเสียนี่

 

"เฮ่อ นายนี่ตื้อจริง เอางี้.."

 

เอย์จุนตาลุกวาวเป็นประกายด้วยความหวัง จนลืมสังเกตรอยยิ้มมุมปากของโค้ชจอมเจ้าเล่ห์แห่งเซย์โด

 

"..ไว้นายเป็นเอซเมื่อไร ค่อยมาคุยกันอีกที"

 

..........................

 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ

** ตั้งใจเขียนเป็น series drabble

** ดูอาจารย์ทากิแล้ว คิดถึงมิยูกิ เลยเขียนเรื่องนี้

** ไม่รู้ว่ามีคนอ่านอยู่หรือเปล่า แต่เราจะย้ายไปลงฟิคที่ chaste-child.blogspot.com แทน

     เพราะ ที่นี่ error บ่อย จนชักท้อใจ

[DNA Aufic] As Tear Go By_4 (Misawa)

posted on 11 Sep 2016 08:58 by chaste-child

ฟิคนี้เป็นฟิค y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ กรุณาผ่านได้นะคะ

............................

Title: As Tear Go By ตอนที่ 4

Pairing: Miyuki x Sawamura

summary:  5 ปีก่อน เมื่อคุราโมจิจากไป มิยูกิรับเอย์จุนมาดูแลแทน ทั้งคู่มีอายุห่างกัน 8 ปี

....................................

 

 

..................................

...........................

..โชคร้ายสุดๆ วันแรกก็ตื่นสาย โดนโค้ชลงโทษ ให้วิ่งรอบสนามทั้งวัน

อ๊ากกก..ต้องกินข้าวมื้อละ 3 ถ้วย

มีเพื่อนใหม่ชื่อ ฮารุจจิ

วันนี้โดนเพื่อนในห้องหัวเราะเยาะ ฮึ! ไม่สนหรอก ก็ฉันจะเป็นเอซให้ได้นี่นา

ฉันวิ่งลากยางล้อทุกวัน

เจ็บใจชะมัด เจ้าบ้าฟุรุยะ อยู่แค่ปีหนึ่งได้เป็นตัวจริงแล้ว..

...................

 

Chris sempai is my catcher!

มะ เมนูฝึกพวกนี้?????

ฉันอยากขว้างลูกอ่ะ..

MB sit-up คืออัลไล????!!!

รุ่นพี่คริสใจร้าย

เขาให้ฉันขว้างลูกกับเน็ต ฮือ ฮือ

ฯลฯ

........................

 

มิยูกิหัวเราะเบาๆ สายตาจดจ้องอยู่กับหน้าจอมือถือ ขณะนิ้วมือแตะเลื่อนอ่านข้อความไปมา

พอเริ่มเปิดเรียน เอย์จุนมักส่งข้อความมาบอกเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับชมรมเบสบอลที่เจ้าตัวหมายมั่นจะเป็นเอซให้ได้ตั้งแต่คุราโมจิพามาวิ่งเล่นในสนามเป็นครั้งแรก

แม้ข้อความส่วนใหญ่แต่ละครั้งจะสั้นและเป็นคำบ่นเสียมากกว่า กระนั้นมิยูกิก็ยังเปิดอ่านซ้ำไปซ้ำมา จนแทบกลายเป็นกิจวัตรประจำวันยามว่างจากงาน

เจ้าตัวยุ่งของเขา แค่วันแรกก็ก่อเรื่องเสียแล้ว โค้ชคาตาโอกะจอมเฮี้ยบคงไม่ยอมปล่อยง่ายแน่ เรย์จังเองคงปวดหัวไม่น้อย มิยูกิพอจะนึกภาพออก แต่มิได้หนักใจเท่าไร เพราะรู้นิสัยเจ้าตัวยุ่งดี ถึงจะเซ่อซ่า อวดดี แต่ไม่เคยย่อท้อกับอุปสรรคปัญหา ยิ่งเป็นเรื่องเบสบอลด้วยแล้ว เอย์จุนไม่มีวันยอมถอดใจแน่นอน

ทว่ามีสิ่งหนึ่งจุดความสนใจให้กับอดีตแคทเชอร์มือหนึ่งอย่างเขา คือเมนูฝึกพิเศษที่เอย์จุนถ่ายรูปส่งมาให้ดู ทำเอามิยูกิถึงกับนึกทึ่งในตัวคนคิดเมนูฝึกนี้ คงจะรอบรู้ในเรื่องเบสบอลเป็นอย่างดี เพราะเมนูฝึกพวกนั้นมุ่งเน้นการเสริมสร้างร่างกายขั้นพื้นฐานและช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับตัวพิทเชอร์

ที่สำคัญเหมือนกำลังพยายามสอนเอย์จุนให้เข้าใจวิธีการจับลูก เพื่อพัฒนาการขว้างลูกในแบบที่เจ้าตัวถนัดให้ดียิ่งขึ้น

..ว่าแต่ คุ้นเคยกับลูกขว้างของเจ้าตัวยุ่งขนาดนั้นเชียวเหรอ? เพิ่งเปิดเรียนได้ไม่นาน นี่นา..

มิยูกินั้นรู้ถึงความพิเศษในลูกขว้างของเอย์จุนดี แต่ละลูกจะเกิดจากสัญชาตญาณและความมุ่งมั่นล้วนๆ มิได้มีแบบแผนเช่นพิทเชอร์คนอื่นๆ คงเพราะเจ้าตัวยุ่งหัดขว้างลูกด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก คุราโมจิคนสอนเรื่องเบสบอลก็ไม่สนใจเรื่องขว้างลูกเท่าไร ซ้ำชมรมตอนมอต้นก็เป็นชมรมตั้งขึ้นใหม่ที่เจ้าตัวชักชวนเพื่อนสนิทมาเล่นด้วยกัน

ดังนั้น การฝึกแบบนี้น่าจะเป็นผลดีกับเอย์จุน

..แปลกแฮ่ะ แคทเชอร์มีความสามารถขนาดนี้ กลับมิได้เป็นตัวจริง..

.....................

 

"เจ้าซื่อบื้อก่อเรื่องอีกรึไง คาซียะ?"

มิยูกิเงยหน้ามองเจ้าของเสียงทัก ซึ่งกำลังเดินตรงรี่มาหาด้วยสีหน้าท่าทางอารมณ์ดีสุดๆ ด้วยวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเก็บตัวฝึกพิเศษ และพวกเขากำลังจะเดินทางกลับ

"เปล่า แค่กำลังปรับตัวให้เข้ากับแคทเชอร์"

"ฮึ จะได้สักกี่น้ำ หมอนั่นขว้างลูกเหลือรับจะตาย นายก็รู้..แคทเชอร์ธรรมดาไม่มีทางรับได้หรอก ปีนี้เซโดคงหมดหวังอีกตามเคย"

"เกินไป เมย์" มิยูกิหน้าบึ้ง ต่อให้จริงดังเมย์ว่า แต่เซโดเป็นโรงเรียนเก่าของเขา จะให้คนอื่นมาดูถูกได้ไงเล่า ยิ่งเป็นพวกอินาชิโระคู่แข่งตลอดกาลด้วยแล้ว

"ฉันพูดเรื่องจริง ตั้งแต่หมดรุ่นนาย เซโดเลิกหวังเรื่องโคชิเอ็งได้เลย ดูสถิติที่ผ่านมาสิ ระดับจังหวัดยังไม่เคยผ่านรอบสี่ทีมสักปี"

มิยูกิเบ้หน้า "แล้วอินาชิโระของนายล่ะ ปีนี้จะมีปัญญาแค่ไหนเชียว เห็นว่าพอโค้ชคุนิโทโมะลาออก ก็ร้องไห้กันยกทีม"

"หนอย คาซึยะ!"

 

"เอ่อ พอเถอะครับ ทั้งสองคน รถมาแล้ว"

อิตสึกิรีบยกมือห้ามทัพพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวของคุณเมย์ เหนื่อยสุดก็ตอนต้องคอยห้ามคุณเมย์ไปมีเรื่องกับใครต่อใครนี่แหละ..จะกี่ปีผ่านไปคุณท่านไม่เคยเปลี่ยน กลับยิ่งอวดดี ดื้อรั้นกว่าก่อน ยิ่งเวลาเจอกับคุณมิยูกิ พูดคุยกันดีๆ ไม่เคยเกินห้านาที ต่อต่อปากต่อคำเถียงกันราวกับเป็นเด็กๆ โชคดีหน่อยตรงที่ทั้งสองคนนี่ต่างรู้งานและมีความรับผิดชอบสูงทั้งคู่ พอคุณมิยูกิมารับหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ชคอยดูแลการฝึกพิเศษให้กับคุณเมย์ เรื่องทะเลาะกันในเวลาฝึกจึงแทบไม่มี แต่พอนอกเวลาปุ๊บ ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทุกที..

เห็นแบบนี้ แต่ทั้งคู่ก็ยังคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนานกว่าสิบปี ช่างเป็นมิตรภาพอันแสนประหลาดในสายตาอิตสึกิ

มิยูกิ คาซึยะ อดีตแคทเชอร์อัจฉริยะผู้มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่สมัยอยู่มอปลาย และเป็นที่หมายปองของทีมยักษ์ใหญ่ในวงการเบสบอลอาชีพ จู่ๆ ก็ถอนตัวเสียดื้อๆ ถึงกระนั้นก็ยังเป็นแคทเชอร์เพียงคนเดียว ที่นารุมิยะ เมย์ พิทเชอร์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นให้การยอมรับไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อิตสึกิจำวันที่ทั้งคู่ทะเลาะกันยกใหญ่ เพราะคุณมิยูกิบอกจะเลิกเล่นเบสบอล ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวตอบตกลงจะเซ็นสัญญาร่วมทีมเดียวกับคุณเมย์ แต่ความจริง จะว่าทะเลาะกัน ก็ไม่ถูกนัก เพราะวันนั้น คุณเมย์โมโหโวยวายลั่นอยู่คนเดียว ส่วนคุณมิยูกิเอาแต่นิ่งเงียบไม่ปริปากสักคำ

อิตสึกิลอบมองอดีตแคทเชอร์ผู้มากพรสวรรค์ ด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปน ถ้าชายหนุ่มคนนี้เลือกเส้นทางเป็นนักเบสบอลอาชีพ เช่นเดียวกับคุณเมย์ ป่านนี้คงโด่งดังกลายเป็นแคทเชอร์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นแล้ว

แต่น่าเสียดาย คุณมิยูกิกลับทิ้งชื่อเสียง เกียรติยศ และเงินทอง ที่กำลังรออยู่ตรงหน้า เพื่อมารับเป็นผู้ปกครองเด็กกำพร้าคนหนึ่ง

ณ เวลานั้น คุณมิยูกิรู้สึกอย่างไรกันแน่นะ..

แต่ก็นั่นแหละ ...ชีวิตไม่มีอะไรได้ดังหวังไปเสียทุกอย่าง

อิตสึกิถอนใจ

โชคชะตาช่างเล่นตลกกับชีวิตคนจริง แม้วันนี้เจ้าตัวจะเลิกเล่นเบสบอลมาหลายปี แต่ฝีมือกลับไม่ตกเลยสักนิด ความเฉลียวฉลาดช่างคิดยังคงมีเต็มเปี่ยม สมกับฉายาแคทเชอร์อัจฉริยะ มิน่า..คุณเมย์จึงพยายามทุกหนทางเพื่อดึงคุณมิยูกิกลับเข้าวงการเบสบอล

ผิดกับตัวเขา ต่อให้พยายามมากเท่าไร ก็ไม่อาจไปถึงระดับที่คุณเมย์อยู่สักที...

 

ขณะรถแล่นไปตามถนนสายยาว สองข้างทางมองเห็นต้นไม้เขียวขจี ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีฟ้าครามสดใส อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น มิยูกิทอดสายตาเหม่อมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถ ดูเหมือนฤดูร้อนใกล้เข้ามาอีกแล้ว

กลับไปคราวนี้ จะแวะไปดูเอย์จุนที่เซโด..

............................

 ...............

 

 บรรยากาศรอบสนามเบสบอลเซโด วันนี้คึกคักเป็นพิเศษ มีผู้คนมากหน้าหลายตามารอชม การซ้อมแข่งระหว่างโรงเรียนเซโดกับ โคคุโดกัน

มิยูกิชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อสนามเบสบอลอันแสนคุ้นตาปรากฏต่อหน้า เห็นบรรดานักกีฬาวิ่งกรูลงสนาม พร้อมเสียงกองเชียร์ตะโกนปลุกเร้าใจ ช่างเหมือนเดิมไม่มีผิด

ภายในอกปวดแปลบขึ้นมาทันทีราวกับมีหนามแหลมทิ่มตำ ภาพความหลังครั้งตนเองกับโยอิจิใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในโรงเรียนแห่งนี้พร่างพรูเข้ามาในความทรงจำ เหมือนเป็นเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน

คนยังฝังใจกับอดีตชักลังเลอยากจะเปลี่ยนใจหันหลังหนีกลับเอาดื้อๆ ก็เพราะกลัวต้องเผชิญกับความรู้สึกแบบนี้แหละ ถึงได้บ่ายเบี่ยงทุกครั้งเวลาโนริและชิราสุชวนมา

เฮ้อ...มิยูกิถอนใจหนักหน่วง พยายามปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็ง ..เอาน่า ไหนๆ ก็มาแล้ว  ถ้าไม่มาเสียเลย เดี๋ยวเจ้าตัวยุ่งก็จะร้องไห้น้อยใจอีก และความจริงตัวเขาเองอยากเห็นเหมือนกันว่าเอย์จุนจะก้าวหน้าแคไหนแล้ว?

 

"มิยูกิ!! ทางนี้ เร็วๆ"

เสียงตะโกนเร่งจากโนริ ช่วยปลุกเขาจากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มรีบเดินไปยังจุดที่เพื่อนสองคนยืนอยู่ เนื่องจากเอย์จุนกำลังจะเริ่มขว้างลูกแล้ว

คนเป็นผู้ปกครองเผยอยิ้ม เมื่อเห็นเจ้าตัวยุ่งยืนเด่นกลางสนาม ด้วยสีหน้าท่าทางเอาจริง เสียงตะโกนลั่นของเอย์จุนยังคงเป็นจุดสนใจและเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมโดยรอบ

 

และแล้วลูกแรกก็ถูกขว้างออกไป..

ตามด้วยลูกที่สอง..

และลูกที่สาม..

.....

เสียงโห่ไม่พอใจดังรอบสนาม เมื่อทุกลูกที่ขว้างออกมาพลาดเป้าหมด ทำให้แคทเชอร์ไม่สามารถรับได้ พิทเชอร์มือใหม่ถึงกับหน้าเสีย ใจแป้วลงทันตา

 

"เอย์จังขว้างไม่เร็วสักหน่อย ทำไมแคทเชอร์รับไม่ได้?" โนริจุ๊ปากด้วยความขัดใจ

 

"อ่านทางลูกไม่ออก.."

น้ำเสียงเคร่งขรึมของมิยูกิเอ่ย ดวงตาใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งยังกลางสนาม คนเคยเป็นแคทเชอร์มาก่อนอย่างเขา เดาได้ไม่ยาก ยิ่งเห็นอาการตระหนกของแคทเชอร์ แสดงว่ากำลังสับสนกับทางของลูก

หวังว่า คนนี้คงไม่ใช่คนที่เอย์จุนพูดถึงหรอกนะ ไม่งั้นผิดหวังแย่..

 

"เอ๋?"

"ลูกของเอย์จังถึงจะไม่เร็วแต่มองยาก นายยังบ่นประจำเวลาเล่นแคชบอลด้วยไม่ใช่เหรอ? มีแต่มิยูกิคนเดียวล่ะมั้ง รับได้สบาย" ชิราสุพูด

"จริงสิ แล้วยังงี้จะทำไงดีล่ะ?" โนริยิ่งกังวล เพราะสถานการณ์ในสนามดูจะแย่ลงอีก เมื่อเอย์จุนยังคงขว้างลูกผิดพลาดจนลูกไปโดนตัวแบตเตอร์

มิยูกิกับชิราสุไม่ตอบ ด้วยรู้ดีหากคู่แบตเตอรี่เล่นเข้าขากันไม่ได้ คงต้องมีการเปลี่ยนตัว และคนถูกเปลี่ยนคงเป็นเด็กหนุ่มผู้ยืนบนเนินกลางสนาม

เสียงโห่ไล่พิทเชอร์เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ บรรดากองเชียร์ต่างไม่พอใจฟอร์มการเล่นแย่ๆ แบบนี้ เพราะเพียงแค่อินนิ่งแรก พิทเชอร์หน้าใหม่ก็ทำโฟว์บอล ซ้ำตามด้วยฮิตบายพิชอีกต่างหาก แคทเชอร์จึงตัดสินใจขอเวลานอกเพื่อปรึกษากับทีมและลดความกดดันของสถานการณ์

ซึ่งฝั่งม้ามั่งเซโดเองเริ่มมีความเคลื่อนไหว โดยโค้ชคาตาโอกะยกมือเพื่อขอเปลี่ยนตัวผู้เล่น..

 

"โธ่ เอย์จัง..คงโดนเปลี่ยนตัวแน่" โนริครางเสียงเศร้า สงสารเด็กหนุ่มผู้เป็นเสมือนน้องชายแท้ๆ จับใจ

ชิราสุตบไหล่เพื่อนรักดังป้าบ "ใช่ที่ไหนกันเล่า ดูดีๆ สิ โค้ชกำลังจะเปลี่ยนแคทเชอร์ต่างหาก"

"ห๋า?"

ไม่เพียงแต่โนริที่ประหลาดใจ แต่ทั้งสนามก็ตกตะลึงเช่นกัน เมื่อเสียงกรรมการข้างสนามประกาศเสียงดังชัดเจน

"เปลี่ยนตัวแคทเชอร์โอโนะ เป็นทาคิคาว่า.."

 

เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม แม้แต่ผู้เล่นในสนามของเซโดซึ่งกำลังยืนปรึกษากันก็มีสีหน้างุนงง คล้ายไม่เชื่อหูตนเอง ต่างหันไปมองบุคคลผู้กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทางเรียบเฉย คล