[KHR Fic] Our Love_03 (D18)

posted on 07 Jun 2014 20:58 by chaste-child
ฟิค y (ชายxชาย) จ้า ไม่ชอบใจผ่านได้ค่ะ
.......................................
 
Title: Our Love ตอนที่ 3
 
Pairing: D182
 
Rating: R (มีเนื้อหารุนแรงบางส่วน)
 
Summary: ผู้ใหญ่สร้างเรื่องให้เด็กปวดหัว
 
.............................................
 
 
กลับสู่ปัจจุบัน..
 
 
ท้องฟ้าเหนือศาลเจ้านามิโมริสว่างจ้าจนแสบตา เมื่อเหล่าผู้เดินทางไปโลกอนาคตกลับคืนสู่โลกปัจจุบันของตนเอง
 
ทันที ที่เท้าแตะพื้น คนเกลียดการสุมหัวก็รีบจ้ำอ้าวลงบันได ไม่สนใจเสียงตะโกนโหวกเหวกให้รอก่อนของพลพรรคที่ร่วมต่อสู้กันมา...ใครอยาก เพ้อเจ้อเรื่องโลกอนาคตต่อก็ตามใจ แต่เขาจะกลับล่ะ
 
ระหว่าง ทางเดิน ฮิบาริพยายามสังเกตความเปลี่ยนแปลงของทิวทัศน์รอบด้าน แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ทั้งถนนหนทาง บ้านเรือน ร้านค้า และโรงเรียนนามิโมริ
 
ก่อน หน้านี้ อิริเอะ โชอิจิ บอกว่าการใช้เครื่องเคลื่อนย้ายเวลาเป็นการละเมิดกฎของกาลเวลา อาจทำให้เกิดปัญหาหรือเวลาในโลกขยับเลื่อน...แต่เท่าที่ดูวันเวลาไม่ได้ เปลี่ยนแปลงเลย คงเพราะพลังพิเศษของพวกเจ้าหนูทั้งหลายกับพลังของแหวนช่วยรักษาเสถียรภาพของ เวลาไว้
 
ก็ดีแล้วล่ะ จะได้ไม่มีปัญหาอะไรตามมา
 
ฮิ บาิรหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตัวในห้องรับแขก กวาดตามองรอบห้อง เอกสารกองโตบนโต๊ะยังค้างอยู่ เหมือนเวลาเพิ่งผ่านไปเพียงชั่วครู่ ชีวิตประจำวันรูปแบบเดิมกลับมาแล้ว
 
และแน่นอนสิ่งหนึ่งจะขาดเสียไม่ได้ ฮิบาิริเผลอยิ้มมุมปาก เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
 
ดี โน่นั่นเอง คงได้รับความทรงจำของการต่อสู้ในโลกอนาคตถึงรีบโทรมา ซึ่งเป็นจริงดังคาด ม้าพยศโวยวายลั่นนานสองนานเรื่องตัวเองไม่ได้ไป และลงท้ายด้วยประโยคเดิมเหมือนทุกครั้ง
 
"ฉันจะเร่งเคลียร์งานทางนี้แล้วจะรีบไปหานาย พักผ่อนเยอะๆ นะ"
 
"ฉันไม่เหนื่อย มีงานต้องทำเยอะ"
 
พอ ตอบดังนั้น ปลายสายก็เกิดอาการน้อยอกน้อยใจที่เขาไม่ยอมเชื่อฟังคนอุตส่าห์เป็นห่วงเป็น ใย สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้และสัญญาจะกลับไปพักผ่อน ทางนั้นถึงพอใจ
 
คนงานเยอะทำงานต่ออีกพักหนึ่ง จึงขอตัวกลับพร้อมสั่งงานให้ลูกน้องสนิทดูแลความเรียบร้อยแทน
 
.............................................................
 
 
หลัง จากทางอาหารเย็นและพักผ่อนด้วยการอ่านหนังสือ เพียงไม่นานเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา เลยตัดใจวางหนังสือ เข้านอนเร็วกว่าทุกครั้ง แต่นอนเท่าไรก็ไม่หลับ ทั้งที่รอบตัวก็เงียบสงบ ฮิบาริพลิกตัวไปมาหลายรอบ สมองเริ่่มฟุ้งซ่านคิดเรื่องโ้น้นเรื่องนี้โดยเฉพาะเรื่องที่ยังคาใจหาคำตอบ ไม่ได้
 
อีกไม่กี่วันดีโน่จะมา เขาจะทำหน้ายังไงตอนเจอกัน ควรบอกเรื่องที่รับรู้มาจากอนาคตไหม? เผื่อจะเตรียมตัวไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น
 
ฮิบาริถอนใจ..แต่ถ้าบอก อีกฝ่ายก็ต้องถามสาเหตุ แล้วจะพูดได้อย่างไรว่าตัวเองในอนาคตเป็นคนนอกใจอีกฝ่าย
 
และที่สำคัญ หากดีโ่น่รู้ว่า เขามีอะไรกับดีโน่คนในอนาคต จะโกรธไหมนะ?
 
หรือไม่ต้องบอก ไหนๆ เรื่องก็ผ่านไปแล้ว แต่ถ้าไม่บอก เกิดวันหนึ่งดีโน่มารู้ทีหลัง..
 
 
โว๊ยยย!!!! เด็กหนุ่มอยากจะตะโกนให้ลั่น
 
อายุแค่สิบห้า ไหงมีเรื่องให้ปวดหัวขนาดนี้ รู้งี้ไม่มีหรอก คนรักอะไรนั่น!
 
ยิ่งคิดยิ่งเครียด--หรือในอนาคตเขาจะนอกใจดีโน่จริง บ้าน่า! จะเป็นไปได้อย่างไร?
 
ฮิบารินึกสาปแช่งตัวเอง ตอนทำไม่รู้จักคิด มาคิดเอาป่านนี้ก็สายเกินไป
 
แต่จะพูดอย่างไรดีล่ะ...ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนถ้าปล่อยมือแล้ว เขาอาจต้องสูญเสียดีโน่ไปตลอดกาล
 
กล้าทำก็ต้องกล้ารับ..
 
เด็กหนุ่มเชิดหน้าบอกตัวเอง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้
 
หากดีโน่โกรธ ถึงขั้นทำร้ายเขา เหมือนดีโน่คนในอนาคตล่ะ?
 
เขาจะทำอย่างไร?
 
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นจับขั้วหัวใจ...
 
คล้ายบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาฉับพลัน ร่างกายสั่นสะท้านจนต้องดึงผ้าห่มมาคลุมกาย
 
ไม่..เป็นไปไม่ได้...ดีโน่ ไม่มีวันทำร้ายเขาเด็ดขาด..
 
ฮิ บาิริปลอบใจตนเอง ตาเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนพอดี...บ้าชะมัด! นอนตั้งนานไม่หลับเสียที พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าด้วยสิ ความจริงเรื่องอาจไม่ร้ายแรงอย่างที่กังวล และอีกอย่างเขาไม่รู้ด้วยซ้ำ ดีโน่ทำร้ายตัวเขาในอนาคตอย่างไร อาจแค่ต่อสู้กันขั้นรุนแรงโดยฝ่ายนั้นใช้พลังเต็มที่จนเขาบาดเจ็บสาหัสล่ะ มั้ง? เด็กหนุ่มคิด
 
แต่ถ้าแค่นั้น ถึงกับเลิกกันเชียวเหรอ?
 
 
เขาปิดเปลือกตาลง รู้สึกร่างกายหนักขึ้นเรื่อยๆ คล้ายจมดิ่งในความมืดมิดของยามราตรี
 
ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไร..
 
แต่ได้ยินเหมือนเสียงใครต่อใครเรียกชื่อจนเซ็งแซ่---น่ารำคาญจริง เดี๋ยวเหอะ จะขย้ำให้ตายหมด
 
 
ฮิ บาริลืมตาขึ้น แปลกใจเห็นรอบด้านมืดสนิทเหมือนมองเข้าไปในความมืดที่ไม่เห็นอะไรนอกจากความ มืด พอยันตัวขึ้นจากที่นอน ยิ่งแปลกใจทวีคูณ สิ่งที่มือสัมผัสกลับไม่ใช่ฟูกหรือผ้าห่ม แต่เป็นน้ำ...รอบตัวเขามีแต่น้ำ สัญชาตญาณบอกให้พยายามลุกขึ้น แต่ยิ่งตะเกียกตะกายเท่าไรก็จมดิ่งลึกลงเท่านั้น มวลน้ำมหาศาลพร่างพรูทะลักเข้าทางปากและจมูกจนหายใจไม่ออก อึดอัดเหมือนจะตายเสียให้ได้ สองมือไขว่คว้าหาทางรอด
 
เกิดอะไรขึ้น!! นี่เขาอยู่ที่ไหน?..
 
 
ใครก็ได้ ช่วยด้วย!!!!
 
 
 
เคียวยะ!....
 
 
เสียงใครคนหนึ่งเรียกชื่อเขาดังแ่ว่วมาแต่ไกล
 
เสียงดีโน่นั่นเอง ฮิบาิริคิดอย่างดีโใจ
 
 
"ดีโน่!!!" เขาตะโกนเรียกหาอีกฝ่าย แม้จะมองไม่เห็นอะไร แต่เขาก็พยายามยื่นมือขึ้นสูงอย่างสุดกำลังเพื่อให้อีกฝ่ายมองเห็น..
 
 
จู่ๆ ท่ามกลางความมืดมิด มือของเขาถูกใครคนหนึ่งดึงขึ้นมาสู่ความสว่างเจิดจ้า
 
ดะ ดีโ่น่? เอ๊ะ?
 
ฮิ บาิริตัวเย็นวาบ เขาไม่เคยเห็นดีโน่มีสีหน้าโกรธจัดแบบนี้มาก่อน เขาแค่ต้องการให้อีกฝ่ายดึงตัวออกมาจากห้วงน้ำอันมืดมน ทำไมต้องโมโหขนาดนี้
 
ยัง ไม่ทันเอ่ยปากถาม ฮิบาิริก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อดีโน่กระชากแขนเขาแล้วเหวี่ยงร่างเขาลงกับฟูกนอนอย่างแรง เขาดิ้นรนขัดขืนด้วยความตกใจแต่อีกฝ่ายใช้ความใหญ่โตของร่างทาบทับไว้จน หายใจแทบไม่ออก ดีโน่รวบแขนทั้งสองข้างของเขาขึ้นเหนือศีรษะแล้วกดลงบนที่นอนด้วยมือแข็งแรง เพียงข้างเดียว
 
จาก นั้นเจ้าตัวใช้มือข้างที่เหลือกระชากเสื้อนอนเขาออกจนหลุดลุ่ยเหลือแต่ร่าง เปลือยเปล่า พลางตะโกนใส่หน้าเขาอย่างกราดเกรี้ยวราวกับเขาทำอะไรผิดมหันต์
 
ฮิ บาริหน้าซีดตัวสั่นพูดอะไรไม่ออก ไม่เข้าใจสักนิดว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องอะไรหรือเกิดอะไรขึ้น หารู้ไม่ ท่าทางเช่นนั้นยิ่งทำให้ดีโน่โกรธหนักเข้าไปอีก
 
เขา พยายามร้องบอกให้อีกฝ่ายหยุด แต่ตะโกนเท่าไรเสียงก็ไม่ออกจากลำคอ ความหวาดหวั่นแล่นเข้าจู่โ่จมหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาเย็นชาของดีโน่มองเขาเหมือนเป็นเศษขยะชิ้นหนึ่ง มือของชายหนุ่มบีบเค้นส่วนกลางลำตัวเขา จนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แทนที่ฝ่ายนั้นจะเห็นใจกลับทำหน้าเหมือนสะใจและทวีความรุนแรงขึ้นอีก ฮิบาริรวบรวมกำลังที่เหลือใช้เท้ายันอีกฝ่ายให้ออกไปแต่ไม่เป็นผล กลับกลายเป็นราดน้ำมันเข้ากองไฟ
 
ดี โน่ใช้แรงที่เหนือกว่าจับเขาพลิกนอนคว่ำมัดข้อมือทั้งสองข้างไว้ด้านหลัง ฮิบาิริเริ่มตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น คนตรงหน้ากำลังทำให้เขารู้จักความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก ด้วยการแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา...
 
ไม่จริง! นี่ต้องเป็นฝันร้าย
 
ร่างเล็กถูกกดติดกับพื้น น้ำหนักตัวคนด้านบนทิ้งทับลงมาอย่างไม่ปรานี
 
"ยะ อย่า..." ฮิบาริพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างยากเย็น
 
พลันเขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่แข็งแกร่งและร้อนดังไฟลุก กระแทกเข้ามาทางด้านหลังซึ่งยังไม่ได้เตรียมพร้อมอะไร
 
"อย่านะ!! อ๊าาา!!"
 
เขา กัดฟันแน่นเพราะความเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายสั่นสะท้าน จุกเสียดจนทนแทบไม่ไหวด้วยแรงกระแทกของท่อนเนื้อแข็งแกร่งที่เสียดสีภายใน ช่องคับแคบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนอีกฝ่ายจะกระแทกเข้าไปจนลึกสุดแรงเป็นครั้งสุดท้าย แล้วร่างก็กระตุกเกร็งก่อนปลดปล่อยความปรารถนาเข้าภายในกายจนเต็มล้นออกมา
 
ทั้ง ห้องคืนสู่ความเงียบงัน ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แม้ชายหนุ่มจะถอนร่างออกแล้ว ฮิบาริก็ไม่ขัดขืน ได้แต่นอนสิ้นแรงอยู่อย่างนั้น
 
ฮิบาริคิดอะไรไม่ออก...
 
ไม่เหลือเรี่ยวแรงและพลังจะตอบโต้ใดๆ ยังคงนอนขดตัวนิ่ง
 
จบแล้วสินะ..ความทรมานเจียนขาดใจ ร่างเล็กพรูลมหายใจอ่อนแรง
 
 
ทว่า...ไม่ กี่วินาทีถัดนั้น ดีโน่กลับจับเขาพลิกตัวนอนหงาย กระชากขาทั้งสองข้างให้แยกจากกันพร้อมบุกรุกเข้าในร่างอีกครั้งอย่างรุนแรง ป่าเถื่อนกว่าเดิมโดยไม่คิดจะสนใจสภาพบอบช้ำของเขาเลยสักนิด ฟูกสีขาวสะอาดตาแดงฉานด้วยหยดเลือดเป็นหย่อมๆ ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง
 
 
......เป็นเช่นนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า
 
รู้สึก เหมือนทุกส่วนในร่างกายกำลังแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ราวกับก้อนน้ำแข็งถูกทุบจนแหลกละเอียด รอเวลากลายเป็นหยดน้ำและระเหยจางหายไปในที่สุด
 
ฮิบาิริเพิ่งเข้าใจวันนี้เอง หัวใจสลาย เป็นเช่นไร...
 
เขา หลับตาแน่น กัดฟันทนต่อความเจ็บปวดอันน่าขยะแขยง ต่อให้ต้องทนทรมานอีกนานแค่ไหน เขาก็จะอดทน ขอเพียงอย่างเดียว อย่าให้ต้องเห็นหน้า ดีโน่ คาบัคโรเน่ อีกเลย..
 
นัยน์ตาทั้งคู่เอ่อล้นด้วยน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง
 
แต่อีกฝ่ายไม่รู้สึกรู้สายังคงตั้งหน้าบดขยี้เขาอย่างต่อเนื่อง
 
นายเป็นใคร....นี่ไม่ใช่ดีโน่ที่ฉันรู้จัก
 
 
และแล้ว....
 
เมื่อเกินขีดจำกัดที่ร่างกายคนจะทนรองรับความรุนแรงเยี่ยงนี้ไหว
 
สติสัมปชัญญะของฮิบาริค่อยๆ หลุดลอย
 
เขาอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว...
 
 
ฮิบาริกรีดร้องสุดเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
 
ฉับพลันทุกอย่างรอบกายก็ว่างเปล่า มืดสนิทลงอีกครั้ง....
 
 
........................................
 
..................................
 
................................
 
.........................
 
 
 
ณ เมืองนามิโมริ หนึ่งอาทิตย์ถัดมา
 
ดี โน่นั่งกุมขมับ เครียดจนหัวแทบแตก เขาเพิ่งมาถึงญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้โทรคุยกับเคียวยะนัดแนะกับดิบดี ต่างคนจะเคลียร์งานให้มากที่สุดจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เขาวางแผนจะพาเคียวยะไปพักผ่อนที่ออนเซ็นด้วยซ้ำเพื่อฉลองที่ได้รับชัยชนะ กลับมา
 
ลง เครื่องปุ๊บหนุ่มอิตาลีก็ตรงดิ่งยังโรงเรียนนามิโมริที่สิงสถิตของคนรักก่อน อื่นใด กะจะเซอร์ไพรส์อีกฝ่ายกลายเป็นตัวเองถูกเซอร์ไพรส์แทน
 
"หัวหน้าฯ ไม่สบาย พักผ่อนอยู่บ้านครับ" ลูกน้องหน้าตาไม่คุ้นคนหนึ่งของเคียวยะบอก
 
ดี โน่พยักหน้า นึกแปลกใจนิดหน่อย เคียวยะเนี่ยนะ..ไม่สบายถึงกับหยุดเรียน อาจแค่ไข้ซากุระหรือหวัดธรรมดามั้ง? คนแข็งแรงอย่างลูกศิษย์เขา ไม่มีวันเป็นอะไรมากแน่ คนมองโลกในแง่ดีคิด
 
แต่พอมาถึงบ้านคนป่วย เปิดประตูเห็นสภาพอีกฝ่าย เท่านั้นแหละ...
 
บอสหนุ่มถึงกับเข่าอ่อน ช็อกจนพูดไม่ออก
 
คน รักของเขา จอมโหดประจำเมืองนามิโมริ ผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุด นอนหมดสติ ร่างกายผอมซูบ ใบหน้าซีดเซียว แก้มตอบลึก มีสายน้ำเกลือต่อเ้ข้ากับแขน ซ้ำร้าย ข้อมือข้อเท้าถูกพันธนาการด้วยสายรัดอย่างแน่นหนา
 
 
"กะ เกิดอะไรขึ้น! เคียวยะเป็นอะไร? ทำไมต้องทำขนาดนี้!!" ดีโน่โวยวายลั่น ทั้งโกรธทั้งตกใจ แล่นถลาเข