[KHR Fic] Our Love_03 (D18)

posted on 07 Jun 2014 20:58 by chaste-child
ฟิค y (ชายxชาย) จ้า ไม่ชอบใจผ่านได้ค่ะ
.......................................
 
Title: Our Love ตอนที่ 3
 
Pairing: D182
 
Rating: R (มีเนื้อหารุนแรงบางส่วน)
 
Summary: ผู้ใหญ่สร้างเรื่องให้เด็กปวดหัว
 
.............................................
 
 
กลับสู่ปัจจุบัน..
 
 
ท้องฟ้าเหนือศาลเจ้านามิโมริสว่างจ้าจนแสบตา เมื่อเหล่าผู้เดินทางไปโลกอนาคตกลับคืนสู่โลกปัจจุบันของตนเอง
 
ทันที ที่เท้าแตะพื้น คนเกลียดการสุมหัวก็รีบจ้ำอ้าวลงบันได ไม่สนใจเสียงตะโกนโหวกเหวกให้รอก่อนของพลพรรคที่ร่วมต่อสู้กันมา...ใครอยาก เพ้อเจ้อเรื่องโลกอนาคตต่อก็ตามใจ แต่เขาจะกลับล่ะ
 
ระหว่าง ทางเดิน ฮิบาริพยายามสังเกตความเปลี่ยนแปลงของทิวทัศน์รอบด้าน แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ทั้งถนนหนทาง บ้านเรือน ร้านค้า และโรงเรียนนามิโมริ
 
ก่อน หน้านี้ อิริเอะ โชอิจิ บอกว่าการใช้เครื่องเคลื่อนย้ายเวลาเป็นการละเมิดกฎของกาลเวลา อาจทำให้เกิดปัญหาหรือเวลาในโลกขยับเลื่อน...แต่เท่าที่ดูวันเวลาไม่ได้ เปลี่ยนแปลงเลย คงเพราะพลังพิเศษของพวกเจ้าหนูทั้งหลายกับพลังของแหวนช่วยรักษาเสถียรภาพของ เวลาไว้
 
ก็ดีแล้วล่ะ จะได้ไม่มีปัญหาอะไรตามมา
 
ฮิ บาิรหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตัวในห้องรับแขก กวาดตามองรอบห้อง เอกสารกองโตบนโต๊ะยังค้างอยู่ เหมือนเวลาเพิ่งผ่านไปเพียงชั่วครู่ ชีวิตประจำวันรูปแบบเดิมกลับมาแล้ว
 
และแน่นอนสิ่งหนึ่งจะขาดเสียไม่ได้ ฮิบาิริเผลอยิ้มมุมปาก เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
 
ดี โน่นั่นเอง คงได้รับความทรงจำของการต่อสู้ในโลกอนาคตถึงรีบโทรมา ซึ่งเป็นจริงดังคาด ม้าพยศโวยวายลั่นนานสองนานเรื่องตัวเองไม่ได้ไป และลงท้ายด้วยประโยคเดิมเหมือนทุกครั้ง
 
"ฉันจะเร่งเคลียร์งานทางนี้แล้วจะรีบไปหานาย พักผ่อนเยอะๆ นะ"
 
"ฉันไม่เหนื่อย มีงานต้องทำเยอะ"
 
พอ ตอบดังนั้น ปลายสายก็เกิดอาการน้อยอกน้อยใจที่เขาไม่ยอมเชื่อฟังคนอุตส่าห์เป็นห่วงเป็น ใย สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้และสัญญาจะกลับไปพักผ่อน ทางนั้นถึงพอใจ
 
คนงานเยอะทำงานต่ออีกพักหนึ่ง จึงขอตัวกลับพร้อมสั่งงานให้ลูกน้องสนิทดูแลความเรียบร้อยแทน
 
.............................................................
 
 
หลัง จากทางอาหารเย็นและพักผ่อนด้วยการอ่านหนังสือ เพียงไม่นานเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา เลยตัดใจวางหนังสือ เข้านอนเร็วกว่าทุกครั้ง แต่นอนเท่าไรก็ไม่หลับ ทั้งที่รอบตัวก็เงียบสงบ ฮิบาริพลิกตัวไปมาหลายรอบ สมองเริ่่มฟุ้งซ่านคิดเรื่องโ้น้นเรื่องนี้โดยเฉพาะเรื่องที่ยังคาใจหาคำตอบ ไม่ได้
 
อีกไม่กี่วันดีโน่จะมา เขาจะทำหน้ายังไงตอนเจอกัน ควรบอกเรื่องที่รับรู้มาจากอนาคตไหม? เผื่อจะเตรียมตัวไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น
 
ฮิบาริถอนใจ..แต่ถ้าบอก อีกฝ่ายก็ต้องถามสาเหตุ แล้วจะพูดได้อย่างไรว่าตัวเองในอนาคตเป็นคนนอกใจอีกฝ่าย
 
และที่สำคัญ หากดีโ่น่รู้ว่า เขามีอะไรกับดีโน่คนในอนาคต จะโกรธไหมนะ?
 
หรือไม่ต้องบอก ไหนๆ เรื่องก็ผ่านไปแล้ว แต่ถ้าไม่บอก เกิดวันหนึ่งดีโน่มารู้ทีหลัง..
 
 
โว๊ยยย!!!! เด็กหนุ่มอยากจะตะโกนให้ลั่น
 
อายุแค่สิบห้า ไหงมีเรื่องให้ปวดหัวขนาดนี้ รู้งี้ไม่มีหรอก คนรักอะไรนั่น!
 
ยิ่งคิดยิ่งเครียด--หรือในอนาคตเขาจะนอกใจดีโน่จริง บ้าน่า! จะเป็นไปได้อย่างไร?
 
ฮิบารินึกสาปแช่งตัวเอง ตอนทำไม่รู้จักคิด มาคิดเอาป่านนี้ก็สายเกินไป
 
แต่จะพูดอย่างไรดีล่ะ...ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนถ้าปล่อยมือแล้ว เขาอาจต้องสูญเสียดีโน่ไปตลอดกาล
 
กล้าทำก็ต้องกล้ารับ..
 
เด็กหนุ่มเชิดหน้าบอกตัวเอง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้
 
หากดีโน่โกรธ ถึงขั้นทำร้ายเขา เหมือนดีโน่คนในอนาคตล่ะ?
 
เขาจะทำอย่างไร?
 
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นจับขั้วหัวใจ...
 
คล้ายบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาฉับพลัน ร่างกายสั่นสะท้านจนต้องดึงผ้าห่มมาคลุมกาย
 
ไม่..เป็นไปไม่ได้...ดีโน่ ไม่มีวันทำร้ายเขาเด็ดขาด..
 
ฮิ บาิริปลอบใจตนเอง ตาเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนพอดี...บ้าชะมัด! นอนตั้งนานไม่หลับเสียที พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าด้วยสิ ความจริงเรื่องอาจไม่ร้ายแรงอย่างที่กังวล และอีกอย่างเขาไม่รู้ด้วยซ้ำ ดีโน่ทำร้ายตัวเขาในอนาคตอย่างไร อาจแค่ต่อสู้กันขั้นรุนแรงโดยฝ่ายนั้นใช้พลังเต็มที่จนเขาบาดเจ็บสาหัสล่ะ มั้ง? เด็กหนุ่มคิด
 
แต่ถ้าแค่นั้น ถึงกับเลิกกันเชียวเหรอ?
 
 
เขาปิดเปลือกตาลง รู้สึกร่างกายหนักขึ้นเรื่อยๆ คล้ายจมดิ่งในความมืดมิดของยามราตรี
 
ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไร..
 
แต่ได้ยินเหมือนเสียงใครต่อใครเรียกชื่อจนเซ็งแซ่---น่ารำคาญจริง เดี๋ยวเหอะ จะขย้ำให้ตายหมด
 
 
ฮิ บาริลืมตาขึ้น แปลกใจเห็นรอบด้านมืดสนิทเหมือนมองเข้าไปในความมืดที่ไม่เห็นอะไรนอกจากความ มืด พอยันตัวขึ้นจากที่นอน ยิ่งแปลกใจทวีคูณ สิ่งที่มือสัมผัสกลับไม่ใช่ฟูกหรือผ้าห่ม แต่เป็นน้ำ...รอบตัวเขามีแต่น้ำ สัญชาตญาณบอกให้พยายามลุกขึ้น แต่ยิ่งตะเกียกตะกายเท่าไรก็จมดิ่งลึกลงเท่านั้น มวลน้ำมหาศาลพร่างพรูทะลักเข้าทางปากและจมูกจนหายใจไม่ออก อึดอัดเหมือนจะตายเสียให้ได้ สองมือไขว่คว้าหาทางรอด
 
เกิดอะไรขึ้น!! นี่เขาอยู่ที่ไหน?..
 
 
ใครก็ได้ ช่วยด้วย!!!!
 
 
 
เคียวยะ!....
 
 
เสียงใครคนหนึ่งเรียกชื่อเขาดังแ่ว่วมาแต่ไกล
 
เสียงดีโน่นั่นเอง ฮิบาิริคิดอย่างดีโใจ
 
 
"ดีโน่!!!" เขาตะโกนเรียกหาอีกฝ่าย แม้จะมองไม่เห็นอะไร แต่เขาก็พยายามยื่นมือขึ้นสูงอย่างสุดกำลังเพื่อให้อีกฝ่ายมองเห็น..
 
 
จู่ๆ ท่ามกลางความมืดมิด มือของเขาถูกใครคนหนึ่งดึงขึ้นมาสู่ความสว่างเจิดจ้า
 
ดะ ดีโ่น่? เอ๊ะ?
 
ฮิ บาิริตัวเย็นวาบ เขาไม่เคยเห็นดีโน่มีสีหน้าโกรธจัดแบบนี้มาก่อน เขาแค่ต้องการให้อีกฝ่ายดึงตัวออกมาจากห้วงน้ำอันมืดมน ทำไมต้องโมโหขนาดนี้
 
ยัง ไม่ทันเอ่ยปากถาม ฮิบาิริก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อดีโน่กระชากแขนเขาแล้วเหวี่ยงร่างเขาลงกับฟูกนอนอย่างแรง เขาดิ้นรนขัดขืนด้วยความตกใจแต่อีกฝ่ายใช้ความใหญ่โตของร่างทาบทับไว้จน หายใจแทบไม่ออก ดีโน่รวบแขนทั้งสองข้างของเขาขึ้นเหนือศีรษะแล้วกดลงบนที่นอนด้วยมือแข็งแรง เพียงข้างเดียว
 
จาก นั้นเจ้าตัวใช้มือข้างที่เหลือกระชากเสื้อนอนเขาออกจนหลุดลุ่ยเหลือแต่ร่าง เปลือยเปล่า พลางตะโกนใส่หน้าเขาอย่างกราดเกรี้ยวราวกับเขาทำอะไรผิดมหันต์
 
ฮิ บาริหน้าซีดตัวสั่นพูดอะไรไม่ออก ไม่เข้าใจสักนิดว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องอะไรหรือเกิดอะไรขึ้น หารู้ไม่ ท่าทางเช่นนั้นยิ่งทำให้ดีโน่โกรธหนักเข้าไปอีก
 
เขา พยายามร้องบอกให้อีกฝ่ายหยุด แต่ตะโกนเท่าไรเสียงก็ไม่ออกจากลำคอ ความหวาดหวั่นแล่นเข้าจู่โ่จมหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาเย็นชาของดีโน่มองเขาเหมือนเป็นเศษขยะชิ้นหนึ่ง มือของชายหนุ่มบีบเค้นส่วนกลางลำตัวเขา จนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แทนที่ฝ่ายนั้นจะเห็นใจกลับทำหน้าเหมือนสะใจและทวีความรุนแรงขึ้นอีก ฮิบาริรวบรวมกำลังที่เหลือใช้เท้ายันอีกฝ่ายให้ออกไปแต่ไม่เป็นผล กลับกลายเป็นราดน้ำมันเข้ากองไฟ
 
ดี โน่ใช้แรงที่เหนือกว่าจับเขาพลิกนอนคว่ำมัดข้อมือทั้งสองข้างไว้ด้านหลัง ฮิบาิริเริ่มตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น คนตรงหน้ากำลังทำให้เขารู้จักความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก ด้วยการแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา...
 
ไม่จริง! นี่ต้องเป็นฝันร้าย
 
ร่างเล็กถูกกดติดกับพื้น น้ำหนักตัวคนด้านบนทิ้งทับลงมาอย่างไม่ปรานี
 
"ยะ อย่า..." ฮิบาริพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างยากเย็น
 
พลันเขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่แข็งแกร่งและร้อนดังไฟลุก กระแทกเข้ามาทางด้านหลังซึ่งยังไม่ได้เตรียมพร้อมอะไร
 
"อย่านะ!! อ๊าาา!!"
 
เขา กัดฟันแน่นเพราะความเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายสั่นสะท้าน จุกเสียดจนทนแทบไม่ไหวด้วยแรงกระแทกของท่อนเนื้อแข็งแกร่งที่เสียดสีภายใน ช่องคับแคบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนอีกฝ่ายจะกระแทกเข้าไปจนลึกสุดแรงเป็นครั้งสุดท้าย แล้วร่างก็กระตุกเกร็งก่อนปลดปล่อยความปรารถนาเข้าภายในกายจนเต็มล้นออกมา
 
ทั้ง ห้องคืนสู่ความเงียบงัน ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แม้ชายหนุ่มจะถอนร่างออกแล้ว ฮิบาริก็ไม่ขัดขืน ได้แต่นอนสิ้นแรงอยู่อย่างนั้น
 
ฮิบาริคิดอะไรไม่ออก...
 
ไม่เหลือเรี่ยวแรงและพลังจะตอบโต้ใดๆ ยังคงนอนขดตัวนิ่ง
 
จบแล้วสินะ..ความทรมานเจียนขาดใจ ร่างเล็กพรูลมหายใจอ่อนแรง
 
 
ทว่า...ไม่ กี่วินาทีถัดนั้น ดีโน่กลับจับเขาพลิกตัวนอนหงาย กระชากขาทั้งสองข้างให้แยกจากกันพร้อมบุกรุกเข้าในร่างอีกครั้งอย่างรุนแรง ป่าเถื่อนกว่าเดิมโดยไม่คิดจะสนใจสภาพบอบช้ำของเขาเลยสักนิด ฟูกสีขาวสะอาดตาแดงฉานด้วยหยดเลือดเป็นหย่อมๆ ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง
 
 
......เป็นเช่นนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า
 
รู้สึก เหมือนทุกส่วนในร่างกายกำลังแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ราวกับก้อนน้ำแข็งถูกทุบจนแหลกละเอียด รอเวลากลายเป็นหยดน้ำและระเหยจางหายไปในที่สุด
 
ฮิบาิริเพิ่งเข้าใจวันนี้เอง หัวใจสลาย เป็นเช่นไร...
 
เขา หลับตาแน่น กัดฟันทนต่อความเจ็บปวดอันน่าขยะแขยง ต่อให้ต้องทนทรมานอีกนานแค่ไหน เขาก็จะอดทน ขอเพียงอย่างเดียว อย่าให้ต้องเห็นหน้า ดีโน่ คาบัคโรเน่ อีกเลย..
 
นัยน์ตาทั้งคู่เอ่อล้นด้วยน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง
 
แต่อีกฝ่ายไม่รู้สึกรู้สายังคงตั้งหน้าบดขยี้เขาอย่างต่อเนื่อง
 
นายเป็นใคร....นี่ไม่ใช่ดีโน่ที่ฉันรู้จัก
 
 
และแล้ว....
 
เมื่อเกินขีดจำกัดที่ร่างกายคนจะทนรองรับความรุนแรงเยี่ยงนี้ไหว
 
สติสัมปชัญญะของฮิบาริค่อยๆ หลุดลอย
 
เขาอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว...
 
 
ฮิบาริกรีดร้องสุดเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
 
ฉับพลันทุกอย่างรอบกายก็ว่างเปล่า มืดสนิทลงอีกครั้ง....
 
 
........................................
 
..................................
 
................................
 
.........................
 
 
 
ณ เมืองนามิโมริ หนึ่งอาทิตย์ถัดมา
 
ดี โน่นั่งกุมขมับ เครียดจนหัวแทบแตก เขาเพิ่งมาถึงญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้โทรคุยกับเคียวยะนัดแนะกับดิบดี ต่างคนจะเคลียร์งานให้มากที่สุดจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เขาวางแผนจะพาเคียวยะไปพักผ่อนที่ออนเซ็นด้วยซ้ำเพื่อฉลองที่ได้รับชัยชนะ กลับมา
 
ลง เครื่องปุ๊บหนุ่มอิตาลีก็ตรงดิ่งยังโรงเรียนนามิโมริที่สิงสถิตของคนรักก่อน อื่นใด กะจะเซอร์ไพรส์อีกฝ่ายกลายเป็นตัวเองถูกเซอร์ไพรส์แทน
 
"หัวหน้าฯ ไม่สบาย พักผ่อนอยู่บ้านครับ" ลูกน้องหน้าตาไม่คุ้นคนหนึ่งของเคียวยะบอก
 
ดี โน่พยักหน้า นึกแปลกใจนิดหน่อย เคียวยะเนี่ยนะ..ไม่สบายถึงกับหยุดเรียน อาจแค่ไข้ซากุระหรือหวัดธรรมดามั้ง? คนแข็งแรงอย่างลูกศิษย์เขา ไม่มีวันเป็นอะไรมากแน่ คนมองโลกในแง่ดีคิด
 
แต่พอมาถึงบ้านคนป่วย เปิดประตูเห็นสภาพอีกฝ่าย เท่านั้นแหละ...
 
บอสหนุ่มถึงกับเข่าอ่อน ช็อกจนพูดไม่ออก
 
คน รักของเขา จอมโหดประจำเมืองนามิโมริ ผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุด นอนหมดสติ ร่างกายผอมซูบ ใบหน้าซีดเซียว แก้มตอบลึก มีสายน้ำเกลือต่อเ้ข้ากับแขน ซ้ำร้าย ข้อมือข้อเท้าถูกพันธนาการด้วยสายรัดอย่างแน่นหนา
 
 
"กะ เกิดอะไรขึ้น! เคียวยะเป็นอะไร? ทำไมต้องทำขนาดนี้!!" ดีโน่โวยวายลั่น ทั้งโกรธทั้งตกใจ แล่นถลาเข้าไปข้างเตียงเพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด เอื้อมมือแตะใบหน้าขาวซีดเบาๆ
 
"เฮ้อ! อาละวาดนะสิเว้ย! กว่าจะฉีดยาได้แทบตาย.." ชามาลถอนหายใจ ส่ายหน้าพลางอธิบายแบบเซ็งสุดขีด ก็ต้องมารักษาผู้ชายนี่นา
 
"ถ้าเป็นเวลาอื่นก็อยากจะชมหรอกนะว่าแข็งแกร่งจริง ขนาดไม่มีสติยังจับไม่อยู่ เจ้าหนูวองโกเล่นั่นถึงกับต้องเอาจริง"
 
หมอหนุ่มบุ้ยหน้าทางเด็กหนุ่มอีกคนซึ่งนั่งหน้าห่อเหี่ยวอยู่มุมห้อง
 
"ขอโทษด้วยครับ คุณดีโน่ ผมพยายามจะไม่ใช้พลังแล้ว แต่สู้แรงคุณฮิบาริไม่ไหวจริงๆ"
 
ดี โน่เพิ่งสังเกต ทั้งชามาล สึนะ กระทั่งคุซาคาเบะ ต่างฟกช้ำดำเขียวกันไม่้น้อย หลังจากสอบถามเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด ได้ความว่า วันที่กลับมาจากโลกอนาคต เคียวยะยังเป็นปกติ พูดคุยกับเขา สั่งงานคุซาคาเบะ ทานอาหารเย็นและเข้านอนเป็นปกติทุกอย่าง จนเช้า เจ้าตัวนอนซมเหมือนไม่สบาย คนสนิทจึงจัดอาหารและยาและยาไว้ให้ แต่กลางวันก็ยังไม่ดีขึ้นน
 
ตก เย็นคุซาคาเบะจึงแจ้งข่าวกับสึนะ ช่วงนั้นเคียวยะยังพอรู้สึกตัว แต่ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ ไม่ทานอาหาร ไม่ทานยา ปฏิเสธทุกอย่าง เอาแต่ไล่ทุกคนให้ออกไปและขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว
 
ย่างเข้าวันที่สอง อาการเริ่มหนักขึ้น คราวนี้กรีดร้องเมื่อมีคนเข้าใกล้ กอปรกับไม่ยอมทานอาหาร ร่างกายจึงซูบผอมและหมดสติไป
 
สึ นะจึงตามชามาลมาดูอาการ และทั้งๆ ที่หมดสติ แต่เีคียวยะก็ยังกรีดร้องและดิ้นรนขัดขืนอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อมีใครแตะ เนื้อต้องตัว เป็นเหตุให้ต้องมัดเอาไว้ เพราะไม่งั้นชามาลคงไม่สามารถตรวจหาสาเหตุของอาการได้ และจำเป็นต้องทำแบบนี้ตลอดเวลา ผสมกับให้ยานอนหลับร่วมด้วย
 
"แล้วตกลงเคียวยะป่วยเป็นอะไรแน่?"
 
"ถ้า รู้ก็คงรักษาจบไปนานแล้วโว้ย..!" คนเป็นหมอตวาดแว้ด นึกด่าคนถามในใจ แฟนแกยอมให้รักษาง่ายที่ไหนเล่า แต่เอาเหอะ สงสารเจ้าม้าพยศ เท่านี้มันก็หน้าจ๋อยทุรนทุรายจะเป็นจะตายแล้ว
 
"เท่า ที่พอตรวจได้ ร่างกายเป็นปกติดีทุกอย่าง ไม่มีร่องรอยบาดแผลหรือถูกทำร้าย ผลเลือดปกติ ไม่พบยาแปลกๆ หรือสารเสพติดใด ตอนนี้เลยให้น้ำเกลือไปพลาง ส่วนสาเหตุนั้น..." ชามาลถอนใจอีกเฮือกก่อนพูดต่อ
 
"น่าจะอยู่ที่สมอง เพราะอาการเหมือนคนได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจขั้นรุนแรง"
 
ภายในห้องเงียบกริบ สายตาทุกคู่หันมองบอสหนุ่่มเป็นจุดเดียว
 
"เอ๋?? มองฉันกันทำไม? ฉันไม่ได้ทำอะไรน๊ะ!! เพิ่มมาถึงนี่ล่ะ แล้วตอนที่คุยกันก็ปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้ทะเลาะกันด้วย เอ๊ะ? หรือเกิดอะไรขึ้นในโลกอนาคต ตัวฉันที่นั่นทำอะไรรึเปล่า?" คนร้อนตัวระแวงไกลถึงตัวเองในอนาคต รีบหันมาถามศิษย์น้อง
 
"...ตอนอยู่ โลกอนาคต ทุกคนเป็นปกติดีครับ คุณฮิบาริก็ไม่มีอาการหวาดกลัว คุณดีโน่คนนั้นก็เหมือนคุณดีโ่น่ตอนนี้ ใจดีแล้วก็ช่วยเหลือพวกผมทุกอย่าง" ซาวาดะ สึนะโยชิ ทบทวนเหตุการณ์ช่วงนั้น
 
"เอ่อ..ฝัน ร้ายรึเปล่าครับ?" คุซาคาเบะเสริม ตอนเด็กเคยได้ยินนิทานเรื่องปิศาจชอบมาขโมยความฝันของเด็กแล้วเอาฝันร้ายใส่ แทน คุณเคียวอาจโดนปิศาจเล่นงาน
 
ชามาลตีหน้ายุ่ง "ก็อาจเป็นได้ แต่ฝันร้ายเรื่องอะไรล่ะ ถึงไม่ยอมตื่นสักที และทำให้อาการหนักขนาดนี้"
 
ไม่มีใครตอบได้ คนที่รู้คงมีเพียงเจ้าตัวคนเดียวเท่านั้น...
 
 
ดีโน่ถอนใจบ้าง เมื่อยังหาคำตอบไม่ได้ แล้วทุกคนก็เหนื่อยมาก เขาจึงขอรับหน้าที่ดูแลเคียวยะต่อแทน
 
เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่?...
 
นึกเจ็บใจตัวเองที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี
 
หรือ มีบางสิ่งเกิดขึ้นในอนาคต..
 
บอสหนุ่ม พยายามทบทวนความทรงจำที่ได้รับมา อาจมีจุดใดหรือเสี้ยวไหนให้พอเห็นความผิดปกติบ้าง ต้องหาให้เจอ จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแน่....
 
 
 
หลาย วันผ่านไป ดีโน่หน้าเครียดกว่าเดิม อุตส่าห์นึกหากเป็นตัวเขาแล้ว เคียวยะอาจพอจำได้ มีสติขึ้นมาบ้าง แต่กลับตรงกันข้าม แค่เขาเข้าใกล้ก็กรีดร้องโวยวายลั่น พอแตะตัวยิ่งอาละวาดหนักขึ้น วันก่อนดิ้นจนเข็มที่ต่อกับสายน้ำเกลือหลุด เลือดพุ่งกระฉูด เขาต้องยอมถอยออกมาอยู่ห่าง ปล่อยให้สึนะเข้าไปจัดการแทน
 
น่าแปลก พอเป็นสึนะ เคียวยะจะ่ค่อยสงบลง แม้ยังมีอาการผวาดิ้นรบขัดขืนบ้าง แต่ไม่หนักเหมือนเขา
 
"หึ หึ เจ้าหนูวองโกเล่คงน่าไว้ใจกว่าแกล่ะมั้ง?"
 
ไม่ตลกเว้ย! ดีโ๋น่ด่าเพื่อนในใจ
 
 
วันหนึ่งหลังจากชามาลตรวจเสร็จและให้ยาเพิ่ม ก็เรียกเขามาคุยตามลำพังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
 
"ขืนปล่อยไว้ยังงี้ ต้องแย่แน่ว่ะ"
 
ดีโน่ใจหายวาบ ลองชามาลออกปากแบบนี้ ต้องไม่ได้การแล้ว
 
"เฮ้ย!! อย่าล้อเล่นน่า แกเป็นหมอมือหนึ่งนะเว้ย ต้องมีวิธีสิ!"
 
"ที่ ผ่านมาฉันพยายามให้ยาเพื่อรักษาสมดุลในสมอง เจ้าตัวจะได้ผ่อนคลาย ละลายความตึงเครียดในจิตใจ เผื่อพอมีสติสักนิด จะได้ลองพูดคุยหรือให้ระบายออกมา อาการจะได้ทุเลาบ้าง...แต่หมอนี่กลับต่อต้านยาจนอาการแย่ลง ซ้ำร่างกายอ่อนแอ อาจทนต่อยาไม่ไหว คงให้ได้อีกไม่นาน ไม่งั้นมันจะไปทำลายระบบประสาทหรืออวัยวะส่วนอื่นๆ"
 
"ถ้าเลิกให้ยา จะเป็นไงต่อไป?"
 
หมอหนุ่มสบตานิ่ง ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "..ก็คงเป็นบ้าแบบนี้ไปตลอดชีวิต"
 
ดีโน่ฟังแล้วแทบล้มทั้งยืน..
 
 
.............................
 
 
สอง อาทิตย์ผ่านไป สภาพคนป่วยและคนดูแลแทบไม่ต่างกัน ดีโน่เองก็ซูบเซียวขอบตาดำคล้ำ เนื้อตัวมีแต่ผ้าพันแผล บอสหนุ่มไม่คิดยอมแพ้หรือท้อถอย พยายามเรียกสติของคนรักให้กลับคืนมา การต้องทนเห็นเคียวยะเป็นแบบนี้มันทำให้ดีโน่เจ็บปวดและทุกข์ใจยิ่งกว่าิ สิ่งใดทั้งหมด
 
"ทานอะไรบ้างเถอะครับ บอส" โรมาริโอ้อดรนทนไม่ไหว ตั้งแต่มาดูแลคุณเคียวยะ บอสแทบไม่กินไม่นอน เดี๋ยวก็ล้มป่วยอีกคนพอดี
 
ดี โน่ถอนหายใจ "ขอโทษนะโรมาริโอ้..ฉันกินอะไรไม่ลงจริงๆ เคียวยะไม่สบายขนาดนี้ แต่ฉันกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย" บอสหนุ่มกุมขมับ ทำยังไงดี? ทั้งกล่องหรือแหวนแห่งอรุณก็ใช้รักษาไม่ได้ เพราะนี่เป็นบาดแผลทางจิตใจมิใช่ร่างกาย พอนึกถึงคำเตือนของชามาลยิ่งพลอยเครียดหนัก
 
ชา มาลเสนอ สองทางให้เลือก หนึ่ง เป็นทางลัด ใช้ยาลบความทรงจำ แต่ไม่รับประกันว่าจะกระทบกระเทือนสมองส่วนอื่นหรือเปล่า และหายแล้วจะจำอะไรได้บ้าง
 
ทางที่สอง รักษาแบบคนปกติ คือส่งเข้ารับการบำบัดในโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคจิตโดยเฉพาะ ซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมกว่า
 
ซึ่ง ทั้งเขาและสึนะต่างเห็นพ้องปฏิเสธทั้งสองทางเลือก เพราะเสี่ยงและอันตรายเกินไปสำหรับเคียวยะเอง ทุกวันนี้พวกเขาเก็บเรื่องอาการป่วยของเคียวยะเป็นความลับ ไม่บอกใครแม้กระทั่งผู้พิทักษ์คนอื่น
 
 
ดีโน่ขยี้ผมด้วยความกลุ้มใจ เผลอตะโกนออกมาดังลั่น "โธ่เว้ย!! ไม่มีใครรู้เลยรึไง????"
 
 
"เอ่อ.." คุซาคาเบะซึ่งนั่งเงียบมาตลอด ส่งเสียงเหมือนขอพูดบางอย่าง
 
"ว่าไง?"
 
"มีคนหนึ่งน่าจะรู้ครับ"
 
ประโยคนั้นเรียกความสนใจให้ทุกคนหันมาจ้องหน้าคนพูดเป็นตาเดียว
 
"ใคร??" ทั้งหมดถามเกือบจะพร้อมกัน
 
 
"คุณเคียว...คนในอีกสิบปีข้างหน้า ครับ"
 
"ห๊า????" ดีโน่อุทานลั่น อ้าปากค้าง ทุกคนตกตะลึงกับความคิดนี้
 
คนเป็นหมอเอามือลูบคางราวกับครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนจะพยักหน้า "ก็จริงนะ.."
 
"เอ๋?"
 
"ถ้าสิบปีต่อมายังมีชีวิตเป็นปกติ ก็แสดงว่าหายแล้ว.."
 
"นั่น สิครับ ตอนอยู่โลกอนาคต ผมเจอคุณฮิบาริคนนั้น เขาไม่มีอาการแบบนี้ ดูจากท่าทางคำพูดก็เหมือนคนฮิบาริเปี๊ยบ ยังน่ากลัว ซ้ำโหดกว่าเดิม ฝีมือก็เก่งขึ้นเยอะ" ว่าที่บอสวองโกเล่ตอบ ความจริงยังสยองไม่หายเมื่อนึกถึงตอนตัวเองถูกคนนั้นขังในลูกตุ้มหนามจน เกือบตายมาแล้ว
 
ดีโน่เริ่มมีสีหน้าดีขึ้น ความหวังผุดมาเป็นระลอก แต่..ความรู้สึกบางอย่างที่กวนใจอยู่บอกมันไม่ง่ายอย่างนั้น
 
ไม่ ใช่ไม่เชื่อเรื่องที่ศิษย์น้องบอก แต่อาการของเคียวยะที่หวาดระแวงผู้คนโดยเฉพาะตัวเขาเป็นพิเศษ มันผิดปกติเกินไป ทำให้เชื่อมั่นต้องมีเบื้องหลังแน่ และคนที่รู้ดีต้องมีแค่สองคนนั้น
 
"ถามจริงเถอะ สึนะ...จากความรู้สึกของนาย ทั้งตัวฉันและเคียวยะในอนาคต เราปกติจริงเหรอ?"
 
คน ถูกถามอ้ำอึ้งพักใหญ่ "ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน ทั้งที่พวกเขาดูเหมือนปกติ เหมือนคุณดีโน่เหมือนคุณฮิบาริที่ผมรู้จัก แต่ผมกลับรู้สึกว่า คุณดีโน่คนนั้นลึกๆ แล้วไม่มีความสุขเอาเสียเลย ส่วนคุณฮิบาริ.." เจ้าตัวหยุดพูดกะทันหัน จนดีโน่ใจเสีย
 
"เคียวยะทำไม?"
 
"..เหมือนคนที่เตรียมใจจะตายน่ะครับ" คนพูดหลุบตาลง กำมือแ่น่น
 
คุณ ฮิบาริชอบการต่อสู้เขารู้ เวลาต่อสู้เจ้าตัวจะมุ่งมั่นเอาชนะโดยไ่ม่หวั่นกลัวความตาย แต่คุณฮิบาริคนนั้น เหมือนสู้เพื่อวิ่งหาความตาย ทีแรกที่เขารู้สึกอย่างนั้นก็ตกใจเหมือนกัน พยายามคิดว่าตัวเองเข้าใจผิดเอง พอคุณดีโน่ถาม เลยเพิ่งเข้าใจตอนนี้
 
 
ชา มาลถอนใจเฮือกเมื่อบรรยากาศอึมครึม "ไอ้ฉันก็ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์หรือวิศวกร ไม่เข้าใจกลไกเครื่องที่พวกนายใช้เดินทาง หรือโลกคู่ขนานอะไรนั่นหรอก แต่เมื่อพวกนายได้ความทรงจำของตัวเองในอนาคตมา ก็น่าจะรู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรผ่านมาในชีวิตบ้าง?"
 
"ไม่ รู้หรอก เพราะความทรงจำที่ฉันได้มา มันเป็นแค่ภาพสะท้อนการต่อสู้ทั้งหมดเหมือนโฮโลแกรม ฉันรับรู้เหตุการณ์ เห็นตัวเองต่อสู้ แต่ฉันไม่รู้ความนึกคิดของตัวเองในตอนนั้นเลย.." ดีโน่อธิบาย
 
ว่า ที่บอสวองโกเล่ เกาหัวแกรก "เอ่อ..ผมเองก็ไม่ได้มีความทรงจำอะไรเพิ่มมา และไม่รู้ตัวเองในอนาคตเป็นอย่างไรบ้าง เรื่องตัวเองเป็นคนวางแผนหรือสร้างฐานทัพ ก็รู้เพราะฟังจากคุณอิริเอะทั้งนั้น.."
 
 
"สึนะ นายช่วยตามอิริเอะ โชอิจิ มาหน่อยได้ไหม? เผื่อเราอาจจะพอรู้อะไรมากขึ้น" ดีโน่สรุป ขืนถกเถียงต่อไปคงไม่เกิดประโยชน์
 
....................................................
 
 
สองชั่วโมงต่อมา
 
หนุ่ม สวมแว่น ชื่อ อิริเอะ โชอิจิ ปัจจุบันยังเรียนหนังสืออยู่ แม้จะแปลกใจที่ถูกเรียกตัวมา แต่หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ยินดีช่วยเหลือเต็มที่ เจ้าตัวจัดแจงเปิดโน้ตบุ๊คที่ถือมาเพื่อค้นหาข้อมูล
 
อิริเอะ บอกว่า หลังจากได้ความทรงจำของโลกอนาคต เขาก็พยายามจดบันทึกรวบรวมไว้ เพื่อเรียบเรียงเข้ากับของเดิมที่เคยศึกษาอยู่
 
"เรื่อง ความทรงจำเป็นเหมือนภาพโฮโลแกรมเท่านั้นแหละครับ เพราะหากใช้พลังพิเศษละเมิดกฎของเวลามากเกินไปมันอาจทำให้โลกหลุดจากสมดุล ได้ แต่ในส่วนของแคปซูลที่เก็บคุณซาวาดะและผู้พิทักษ์ ภายในนั้นจะมีลักษณะเป็นการฟรีซเวลาให้หยุดอยู่กับที่ ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็เหมือนการแฮกเวลาน่ะครับ ปิดกั้นตัวตนคนในนั้นให้อยู่ในโลกแห่งความมืดและรอเวลาเปลี่ยนถ่ายข้อมูล ใหม่ลงไปแทน"
 
"แสดงว่าสึนะในอนาคตไม่ต้องการให้พวกนายที่ไป รู้เรื่องมากเกินความจำเป็น" ดีโน่คาดคะเน
 
อิริเอะ พยักหน้า "ครับ เป็นอย่างนั้นจริง"
 
 
"นี่เจ้าหนูวองโกเล่ ตอนกลับมา คืนแรกนายฝันอะไรรึเปล่า?" ชามาลโพล่งถาม
 
คน ถูกถามคิ้วขมวด "ฝันเหรอครับ? ไม่แน่ใจว่าเป็นฝันรึเปล่า แต่ความรู้สึกมันแปลกๆ เหมือนตัวเองลอยอยู่ในน้ำ แล้วก็มืดหมดมองอะไรไม่เห็นเลย รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว....อ๊ะ! ผมจำได้แล้ว ยามาโมโตะกับโกคุเดระ ก็ฝันแบบนี้เหมือนกัน"
 
 
แล้วทำไมเคียวยะถึงกลายเป็นแบบนั้นคนเดียว..
 
"นายคิดว่าไง?" ดีโน่หันมาถามหนุ่มแว่น
 
"เป็น ได้ว่า คุณฮิบาริอาจมีปมบางอย่างซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึก เมื่อแลกเปลี่ยนความทรงจำกันจิตใต้สำนึกอันนั้นอาจไหลเข้าสู่ความทรงจำของ คุณฮิบาริในยุคนี้"
 
"นี่ เจ้าม้าพยศ" ชามาลตบไหล่บอสหนุ่มป้าบใหญ่ "ฟังแล้วโคตรจะปวดหัวเลย ในฐานะหมอ ฉันขอเตือน ถ้าแกไม่เร่งหาคำตอบของอาการให้ไว แฟนแกได้ย้ายไปอยู่โรงพยาบาลบ้าแน่"
 
ดีโน่เม้มปากแน่น "อิริเอะ โชอิจิ นายช่วยส่งฉันไปโลกอนาคตได้ไหม?"
 
หนุ่ม แว่นกลืนน้ำลายเอี๊อก เขาได้ยินผิดหรือเปล่า ส่งคนไปโลกอนาคตมันง่ายเหมือนส่งพัสดุไปต่างประเทศรึไง? เจ้าตัวกระพริบตาปริบ ถอนใจเฮือก "ผมจะไปมีไอ้เครื่องพรรณนั้นได้ไงล่ะครับ ถึงพอรู้วิธีสร้าง แต่จะเอาอุปกรณ์ เครื่องมือจากไหน แล้วต้องใช้เวลาแค่ไหนก็ไม่รู้..."
 
"ใช้บาซูก้าทศวรรษได้ไหมครับ?"
 
"มันได้แค่ 5 นาทีเอง คงไม่พอหรอก"
 
ทุกคนต่างหน้าเครียด เค้นสมองช่วยกันคิดหาวิธี
 
 
 
"นี่ ดีโน่.."
 
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง บอสหนุ่มหันควับ ต้องแปลกใจเมื่อเห็นครูพิเศษของตนยืนยิ้มแป้น
 
"รีบอร์น!!!/คุณรีบอร์น!"
 
"มาเมื่อไรน่ะ?"
 
"ยังไม่ตายเรอะ!"
 
เสียงเรียกชื่อดังลั่นพร้อมคำถามสารพัดจนเซ็งแซ่ ค่าที่นักฆ่ามือหนึ่งเพิ่งจะกลับมาหลังจากหายหน้าไปรวมกลุ่มกับพวกอัลโกบาเลโน่
 
"เรื่องนั้นช่างเหอะ นี่ดีโน่ ฉันรู้จักคนหนึ่งที่สามารถส่งนายไปอนาคตได้นานกว่า 5 นาที"
 
"ใครน่ะ?"
 
"หรือจะเป็น..."
 
"ใช่ เจ้าเวลเด้นั่นแหละ หมอนั่นมีเครื่องเดินทางข้ามเวลา แต่มันไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่พวกนายใช้เดินทางกลับมาหรอกนะ บอกตามตรงฉันเองก็ไม่แน่ใจ จะปลอดภัยรึเปล่า...ว่าไง จะลองเสี่ยงดูไหม? ดีโน่"
 
"แน่นอน"
 
ดีโน่ตอบหนักแน่น ต่อให้อันตรายแค่ไหนเขาก็จะไป ขออย่างเดียวสามารถช่วยเคียวยะให้หายได้
 
เขายินดีเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก..
 
 
.................................
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
 
** ทีแรกจะรวม ตอน 2-3 เป็นตอนเดียว แต่ตัวเองงงเรื่องเวลา เลยแยกออก
 
** น่าจะมีประมาณ 5 ตอนค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

cryไม่มีต่อแล้วหรอค่ะ อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ 

#7 By ? (125.24.105.244) on 2016-06-16 19:26

cryไม่มีต่อแล้วหรอค่ะ อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ 

#7 By ? (125.24.105.244) on 2016-06-16 19:26

cryไม่มีต่อแล้วหรอค่ะ อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ 

#7 By ? (125.24.105.244) on 2016-06-16 19:26

cryไม่มีต่อแล้วหรอค่ะ อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ 

#7 By ? (125.24.105.244) on 2016-06-16 19:26

ตอนเถอะค่ะพลีส เคียวๆเป็นอารายกันแน่ ขอจบแฮปปี้นะค่ะ พลีสสสสส*^*

#6 By (27.130.233.175|27.130.233.175) on 2015-03-01 01:34

ค้างมากค่ะะะะ
มาต่อไวๆนะคะ

#5 By It Will Rain on 2014-08-29 20:51

ตื่นเต้นสุดๆ
มันอย่างนี้นี่เอง

ต่อพลีสสสสสสสสสสสส

#4 By ืnampeung (183.89.69.171|183.89.69.171) on 2014-07-15 21:46

โค ตะ ระ อยากรู้ต่อสุดๆๆเลย
โอ้ ท่าวเคียวผู้เข้มแข็ง ถ้าต้องเข้ารพ.นิไม่เอานะ
ม้าโง่เคลียด่วนเลยๆๆ

#3 By (171.98.63.221|172.16.1.10, 171.98.63.221) on 2014-06-09 00:03

กรี๊ดดดด เมามันส์ขึ้นเรื่อยๆ อยากรู้มากๆว่าตกลงมันยังไง? เคียวยะไม่ได้มีอะไรกับทูน่าแน่ๆ แต่อะไรทำให้เกิดเรื่อง?
ขอให้เคียวยะหายไวๆ ประเดี๋ยวม้าโง่วจะขาดใจตายซะก่อน
ปล.ว่าแต่ตอนกลับมาแล้วเกิดแผ่นดินไหว พี่โน่ไม่ได้รับความทรงจำของสิบปีข้างหน้าด้วยเหรอ
ปล2.รออ่านต่อนะค้าาา

#2 By PamaiPraewa on 2014-06-08 11:31

โอ้วววววว ใกล้จบแล้วสินะคะ O0O
สรุปแล้วพี่โน่ที่มาข่มขืนเคียวยะเป็นความทรงจำที่ไหลเข้ามาสินะคะ โอ๊ย ปริศนาเยอะแยะไปหมด เดาไม่ถูกเลยค่ะ รอตอนจบเร็วๆ
ทำไมฝันเหมือนกันเลยเนี่ย @___@ เดาไม่ออกจริงๆนะเนี่ย
ปล.ช่วงโฆษณาค่ะ ขอบอกเลยว่าโรคุไม่อย๊ากไม่อยากจะบอกโต้งๆแบบนี้เลย แต่ว่าโรคุเพิ่งอัพบล็อกไปค่ะ มีความข้องเกี่ยวกับฟิคเล็กน้อย
ปล.2 รอฟิคเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อค่ะ

#1 By roku-san on 2014-06-07 22:50