[DNA Fic] Something between Us (misawa)

posted on 11 Oct 2014 18:53 by chaste-child
ฟิค y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้ค่ะ
.........................................
 
Title: Something between Us
 
Pairing: Miyuki x Sawamura
 
warning: เนื้อหาในฟิคอิงตามมังงะ เพราะฉะนั้นเป็นสปอยล์สำหรับคนที่ดูเฉพาะอะนิเมะ นะคะ
...............................................
 
 
มิยูกิยืนมองเจ้างั่งกระดี๊กระด๊าซ้อมขว้างลูกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ขนาดถูกเขาปฏิเสธ ทั้งไล่ให้ไปนอน เจ้างั่งนั่นยังดื้อด้านลากเพื่อนร่วมชั้นปีมาเป็นคู่ซ้อมแทน คนหนึ่งดูกระตือรือร้นตั้งอกตั้งใจรับลูกดี ส่วนอีกคนแค่ยืนตั้งท่าตี ก็แหกปากร้องโวยวายไม่หยุดเรื่องต้องมาเจ็บตัวเพราะไอ้การขว้างลูกแบบสุ่มตามใจของคนขว้าง แต่ถึงกระนั้นทั้งสองคนยังสู้อดทนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
 
เขาล่ะไม่เข้าใจเล้ย..ทำไมใครต่อใครถึงพากันตามใจเจ้านี่นัก?
 
แคทเชอร์มือหนึ่งยักไหล่พร้อมกับสั่นหัว คิดมากก็ปวดหัวเปล่า เลิกสนใจแล้วกลับไปนอนดีกว่า ขืนตื่นสายมาซ้อมเช้าไม่ทันล่ะก็..มีหวังโดนโค้ชสั่งวิ่งรอบสนามแน่
 
 
"เฮ้! มิยูกิ รู้แล้วใช่ไหมเจ้าซาวามูระจะไม่อยู่เสาร์นี้"
 
ยังไม่ทันก้าวขาพ้นหลังคาโรงฝึก คุราโมจิเพื่อนร่วมชั้นปีซึ่งเดินตามหลังมาก็ชวนคุย มิยูกิลอบถอนหายใจสุดเซ็ง นี่ก็อีกคนคอยตามติดชีวิตเจ้าเด็กรุ่นน้องนั่นทุกฝีก้าว แถมเอามาเล่าให้เขาฟังแทบจะทุกวันทุกชั่วโมง เรื่องเจ้าบื้อไม่อยู่ คงไม่มีใครหน้าไหนในทีมไม่รู้ เมื่อเจ้าตัวประกาศซะดังลั่นกลางห้องอาหาร ว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ตัวเองมีธุระไม่สามารถอยู่ซ้อมตอนบ่ายได้ ให้ทุกคนในทีมพยายามฝึกซ้อมกันเองอย่างเต็มที่ เจ้าซื่อบื้อนั่นคิดว่าตัวเองเป็นกัปตันหรือไง??
 
"อือ เห็นบอกมีธุระ"
 
คุราโมจิยกศอกกระทุ้งสีข้างเพื่อน พลางยักคิ้วยิ้มเจ้าเล่ห์ "นายไม่คิดว่ามันแปลกเหรอ?"
 
"แปลก? ตรงไหน? ใครๆ ก็มีธุระได้ทั้งนั้น ยิ่งคนอยู่หอประจำแบบพวกเรา บางครั้งก็ต้องออกไปทำธุระส่วนตัวบ้าง หรือนายไม่เคย"
 
"แต่หมอนั่นไปกับรุ่นพี่คริสน๊า"
 
ประโยคสวนกลับมาทำให้แคทเชอร์หนุ่มถึงกับหูผึ่งหยุดเดิน หันมาขมวดคิ้วใส่เพื่อนจอมจุ้น "นายรู้ได้ไง?"
 
"เอาน่า รู้ก็แล้วกัน" คนพูดหรี่เสียงลงทำท่ากระซิบกระซาบ "ฉันว่าสองคนนั่น...ไปเดทกันแหง"
 
คนฟังอ้าปากค้าง กระพริบตาปริบสองที ก่อนจะหัวเราะลั่นจนตัวงอ คุราโมจิชักฉุน หนอย..อุตส่าห์เอาข่าวเด็ดมาฝาก ดันไม่เชื่อซะหนิ เจ้าบ้ามิยูกิ!
 
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายบ้าไปแล้ว ซาวามูระกับรุ่นพี่คริสนี่นะ"
 
"เออสิวะ ก่อนหน้านี้นายก็เห็น เจ้าบื้อนั่นติดรุ่นพี่คริสแจ รุ่นพี่คริสเองขนาดออกจากชมรมแล้ว พอรู้ข่าวเจ้านั่นเป็นยิปส์ยังรีบแล่นมาช่วย จนอาการดีขึ้นตั้งเยอะ ไม่งั้นหมอนั่นคงไม่กลับมาบ้าซ้อมแบบนี้หรอก"
 
"งั้นก็ดีแล้วหนิ นายจะได้หายห่วงสักที" มิยูกิพยายามกลั้นหัวเราะ ยกมือตบไหล่เพื่อนเบาๆ
 
ช่วงซาวามูระมีอาการยิปส์ แล้วถูกโค้ชสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับลูกเบสบอล ให้วิ่งอย่างเดียว เจ้าตัวก็เงียบขรึมผิดเป็นคนละคนทีเดียว จนใครต่อใครต่างเป็นห่วง โดยเฉพาะคุราโมจิซึ่งเป็นรุ่นพี่ร่วมห้อง แอบห่วงมากกว่าใคร กลัวเด็กนั่นจะถอดใจเลิกเล่นเบสบอล ถึงขั้นบีบคอเขาให้เร่งหาทางช่วยเหลือ
 
"...ไม่ได้ห่วงโว้ย!!" หนุ่มผมเขียวปฏิเสธลั่น เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากอีกฝ่าย ก่อนทางกัปตันหนุ่มจะโบกมือบ๊ายบายเดินกลับห้องอย่างไม่อนาทรร้อนใจ หรือสนใจถามไถ่เพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น
 
คุราโมจิขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เชอะ! เจ้ามิยูกิ ทำเป็นไม่สนใจ นายเป็นกัปตันนะเว้ย หัดใส่ใจลูกทีมบ้างเด่ะ!
 
จะไม่ให้สงสัยหรือคิดในแง่นั้นได้ไง....หมู่นี้เจ้าซาวามูระชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ ไม่ค่อยอยู่ห้อง กว่าจะกลับก็ดึกดื่น ตอนแรกนึกว่าซ้อมขว้างลูก ไม่ก็วิ่งบ้าบออยู่รอบสนามเหมือนเคย แต่ระยะหลังมา ชักดูมีพิรุธบอกไม่ถูก...ฉันคนช่างสังเกตเฟ้ย! ซื่อบื้ออย่างนายหลอกฉันไม่ได้หรอก!!!
 
.................................................
 
 
เย็นวันต่อมา หลังจากเลิกซ้อมตามปกติ ทุกคนต่างแยกย้ายเดินออกจากสนามเพื่อไปพักผ่อนหรือทำกิจธุระส่วนตัว มิยูกิเองก็เช่นกัน ตั้งใจจะไปขอเรย์จังดูตารางคะแนนการแข่งขันเก่าๆ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งครั้งหน้า ขณะยังเดินไม่ถึงไหน เสียงตะโกนโหวกเหวกเรียกชื่อเขาก็ดังลั่นไล่หลังมา
 
"มิยูกิ คาซูย๊าาา วันนี้นายจะมา---"
 
มิยูกิถอนใจเฮือกโต หันไปจ้องหน้าคนพูดพลางทำเสียงดุใส่ "เจ้าบ้า! บอกไม่ให้เรียกชื่อเต็ม หัดจำใส่สมองบ้าง..วันนี้ฉันไม่ว่างโว้ย ต้องซ้อมกับฟุรุยะ"
 
จะให้ทำไงได้เล่า หน้าที่หลักของเขาคือการฝึกซ้อมกับเอซ แม้ฟุรุยะจะมีฝีมือขว้างลูกยอดเยี่ยม แต่เป็นพวกมีความอดทนต่ำ ประสบการณ์การเล่นกับทีมก็น้อย จึงต้องฝึกให้เจ้าตัวชินและควบคุมลูกได้แม่นยำมากที่สุด
 
".....หรือนายจะรอ?" มิยูกิจำใจเอ่ยประโยคถัดมา หลังจากเห็นสีหน้างอง้ำและแววตาน้อยใจของอีกฝ่าย
 
ซาวามูระรีบพยักหน้ารัวๆ อย่างดีใจ ต่อให้ต้องรอนานแค่ไหนเขาก็รอได้ เพราะการได้มิยูกิมาเป็นคนรับลูกให้นั้น มันทั้งอุ่นใจและมั่นใจแบบอธิบายไม่ถูกทีเดียว
 
..................................
 
........................
 
 
นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า มิยูกิเหลือบตามองรอบด้าน ภายในโรงฝึกเหลืออยู่ไม่กี่คนที่ยังแข็งขันฝึกซ้อมส่วนตัว แคทเชอร์หนุ่มเองเริ่มจะล้าเต็มทน จึงยกมือส่งสัญญาณพร้อมตะโกนบอกให้อีกฝ่ายพอได้แล้ว
 
แม้จะอ้อนวอนขออีกสักสิบลูก แต่มิยูกิปฏิเสธเสียงแข็ง สั่งให้เก็บอุปกรณ์และกลับไปพักผ่อน จะได้มีแรงสำหรับการฝึกซ้อมพรุ่งนี้เช้า
 
ทั้งคู่เดินมาหยุดหน้าตู้กดเครื่องดื่ม ต่างฝ่ายต่างกดเครื่องดื่มคนละกระป๋องเพื่อดื่มดับกระหาย ราวกับกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำหลังจากซ้อมเสร็จและก่อนจะแยกย้ายเข้านอน
 
"นี่ซาวามูระ เสาร์นี้นายจะไปข้างนอกกับรุ่นพี่คริสใช่ม่ะ?" มิยูกิถาม ยกกระป๋องเครื่องดื่มในมือจิบช้าๆ อย่างใจเย็น
 
คนถูกถามยิ้มร่าเห็นฟันขาวเต็มปาก "อือ รุ่นพี่คริสจะพาไปซื้อของ แล้วก็จะเลี้ยงข้าวด้วยล่ะ" น้ำเสียงร่าเริงชวนให้หงุดหงิดนัก เจ้าเด็กบ้าช่างไม่รู้จักกาละเทศะเสียเลย
 
"นายนี่แย่จริง หัดมีความคิดซะมั่งสิ ตอนนี้พวกรุ่นพี่ปีสามเขายุ่งกันมากแค่ไหน ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ยิ่งรุ่นพี่คริสด้วยแล้ว ลืมรึไงว่าเขาต้องไปทำกายภาพทุกวัน แค่เขาอุตส่าห์มาช่วยสอนลูกวงนอกนั่นก็รบกวนมากแล้ว แล้ววันเสาร์นายมีเรียนนี่นา" หนุ่มรุ่นพี่ไม่พูดเปล่า เอากระป๋องเคาะหัวรุ่นน้องอีกหนึ่งโป๊กเพื่อเป็นการสั่งสอน ก่อนจะโยนลงถังขยะ
 
ซาวามูระหน้ามุ่ย คลำหัวป้อย เสียงอ่อยลง "ก็รุ่นพี่คริสบอกไม่เป็นไร แล้วเสาร์นี้ฉันมีเรียนแค่สองวิชาเอง"
 
ยังจะเถียงอีก มิยูกิคิดในใจ "นายมีอะไรจำเป็นต้องซื้อนัก ไหนลองบอกมาดิ"
 
"...รองเท้า"
 
"ห๊ะ? แค่เนี๊ยะ?"
 
"แค่นี้ที่ไหนเล่า ฉันวิ่งแพ้เจ้าฟุรุยะมาตั้งหลายวัน เพราะรองเท้ามันขาดนี่แหละ!" คนพูดคำรามด้วยความเจ็บใจ เจ้านั่นได้เป็นเอซ แล้วยังมาวิ่งชนะเขาอีก
 
พอได้ยินดังนั้น มิยูกิถึงกับร้องเฮ้อในใจ นึกว่าเรื่องใหญ่โต ที่แท้ก็...ความจริงอยากจะสมน้ำหน้า เอาแต่วิ่งเป็นบ้าเป็นหลังทุกวัน
 
"แล้วทำไมไม่ชวนสองคนนั่น หรือเขาไม่ยอมไปด้วย" คนพูดหมายถึงสองเพื่อนซี้ที่มักไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด
 
คนถูกดุค้อนขวับ "ฮารุจจิบอกไปด้วยได้แต่ไม่รู้จักร้าน เพราะทุกทีคุณพี่ชายเป็นคนพาไป ส่วนเจ้าทึ่มฟุรุยะโดนอาจารย์สั่งให้เรียนเสริมช่วงบ่าย"
 
หนุ่มรุ่นน้องถูกบ่นมากเข้าชักเริ่มสูดจมูกฟืดฟัดด้วยความน้อยใจ ...ถือว่าตัวเองเก่งนักรึไง ถึงเอาแต่ดุเขาตลอดเวลา ทำอะไรแต่ละอย่างไม่เคยถูกใจ เวลาก็เจียดให้นิดเดียว แถมกว่าจะได้ซ้อมก็ดึกดื่นกว่าคนอื่น แทบไม่เหลือใครในโรงฝึกให้เขาได้โชว์ฝีมือเลย
 
"คราวหลังบอกฉันสิ เรื่องแค่นี้ ฉันพาไปก็ได้"
 
คนฟั