[DNA Fic] Something between Us (misawa)

posted on 11 Oct 2014 18:53 by chaste-child
ฟิค y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้ค่ะ
.........................................
 
Title: Something between Us
 
Pairing: Miyuki x Sawamura
 
warning: เนื้อหาในฟิคอิงตามมังงะ เพราะฉะนั้นเป็นสปอยล์สำหรับคนที่ดูเฉพาะอะนิเมะ นะคะ
...............................................
 
 
มิยูกิยืนมองเจ้างั่งกระดี๊กระด๊าซ้อมขว้างลูกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ขนาดถูกเขาปฏิเสธ ทั้งไล่ให้ไปนอน เจ้างั่งนั่นยังดื้อด้านลากเพื่อนร่วมชั้นปีมาเป็นคู่ซ้อมแทน คนหนึ่งดูกระตือรือร้นตั้งอกตั้งใจรับลูกดี ส่วนอีกคนแค่ยืนตั้งท่าตี ก็แหกปากร้องโวยวายไม่หยุดเรื่องต้องมาเจ็บตัวเพราะไอ้การขว้างลูกแบบสุ่มตามใจของคนขว้าง แต่ถึงกระนั้นทั้งสองคนยังสู้อดทนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
 
เขาล่ะไม่เข้าใจเล้ย..ทำไมใครต่อใครถึงพากันตามใจเจ้านี่นัก?
 
แคทเชอร์มือหนึ่งยักไหล่พร้อมกับสั่นหัว คิดมากก็ปวดหัวเปล่า เลิกสนใจแล้วกลับไปนอนดีกว่า ขืนตื่นสายมาซ้อมเช้าไม่ทันล่ะก็..มีหวังโดนโค้ชสั่งวิ่งรอบสนามแน่
 
 
"เฮ้! มิยูกิ รู้แล้วใช่ไหมเจ้าซาวามูระจะไม่อยู่เสาร์นี้"
 
ยังไม่ทันก้าวขาพ้นหลังคาโรงฝึก คุราโมจิเพื่อนร่วมชั้นปีซึ่งเดินตามหลังมาก็ชวนคุย มิยูกิลอบถอนหายใจสุดเซ็ง นี่ก็อีกคนคอยตามติดชีวิตเจ้าเด็กรุ่นน้องนั่นทุกฝีก้าว แถมเอามาเล่าให้เขาฟังแทบจะทุกวันทุกชั่วโมง เรื่องเจ้าบื้อไม่อยู่ คงไม่มีใครหน้าไหนในทีมไม่รู้ เมื่อเจ้าตัวประกาศซะดังลั่นกลางห้องอาหาร ว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ตัวเองมีธุระไม่สามารถอยู่ซ้อมตอนบ่ายได้ ให้ทุกคนในทีมพยายามฝึกซ้อมกันเองอย่างเต็มที่ เจ้าซื่อบื้อนั่นคิดว่าตัวเองเป็นกัปตันหรือไง??
 
"อือ เห็นบอกมีธุระ"
 
คุราโมจิยกศอกกระทุ้งสีข้างเพื่อน พลางยักคิ้วยิ้มเจ้าเล่ห์ "นายไม่คิดว่ามันแปลกเหรอ?"
 
"แปลก? ตรงไหน? ใครๆ ก็มีธุระได้ทั้งนั้น ยิ่งคนอยู่หอประจำแบบพวกเรา บางครั้งก็ต้องออกไปทำธุระส่วนตัวบ้าง หรือนายไม่เคย"
 
"แต่หมอนั่นไปกับรุ่นพี่คริสน๊า"
 
ประโยคสวนกลับมาทำให้แคทเชอร์หนุ่มถึงกับหูผึ่งหยุดเดิน หันมาขมวดคิ้วใส่เพื่อนจอมจุ้น "นายรู้ได้ไง?"
 
"เอาน่า รู้ก็แล้วกัน" คนพูดหรี่เสียงลงทำท่ากระซิบกระซาบ "ฉันว่าสองคนนั่น...ไปเดทกันแหง"
 
คนฟังอ้าปากค้าง กระพริบตาปริบสองที ก่อนจะหัวเราะลั่นจนตัวงอ คุราโมจิชักฉุน หนอย..อุตส่าห์เอาข่าวเด็ดมาฝาก ดันไม่เชื่อซะหนิ เจ้าบ้ามิยูกิ!
 
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายบ้าไปแล้ว ซาวามูระกับรุ่นพี่คริสนี่นะ"
 
"เออสิวะ ก่อนหน้านี้นายก็เห็น เจ้าบื้อนั่นติดรุ่นพี่คริสแจ รุ่นพี่คริสเองขนาดออกจากชมรมแล้ว พอรู้ข่าวเจ้านั่นเป็นยิปส์ยังรีบแล่นมาช่วย จนอาการดีขึ้นตั้งเยอะ ไม่งั้นหมอนั่นคงไม่กลับมาบ้าซ้อมแบบนี้หรอก"
 
"งั้นก็ดีแล้วหนิ นายจะได้หายห่วงสักที" มิยูกิพยายามกลั้นหัวเราะ ยกมือตบไหล่เพื่อนเบาๆ
 
ช่วงซาวามูระมีอาการยิปส์ แล้วถูกโค้ชสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับลูกเบสบอล ให้วิ่งอย่างเดียว เจ้าตัวก็เงียบขรึมผิดเป็นคนละคนทีเดียว จนใครต่อใครต่างเป็นห่วง โดยเฉพาะคุราโมจิซึ่งเป็นรุ่นพี่ร่วมห้อง แอบห่วงมากกว่าใคร กลัวเด็กนั่นจะถอดใจเลิกเล่นเบสบอล ถึงขั้นบีบคอเขาให้เร่งหาทางช่วยเหลือ
 
"...ไม่ได้ห่วงโว้ย!!" หนุ่มผมเขียวปฏิเสธลั่น เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากอีกฝ่าย ก่อนทางกัปตันหนุ่มจะโบกมือบ๊ายบายเดินกลับห้องอย่างไม่อนาทรร้อนใจ หรือสนใจถามไถ่เพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น
 
คุราโมจิขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เชอะ! เจ้ามิยูกิ ทำเป็นไม่สนใจ นายเป็นกัปตันนะเว้ย หัดใส่ใจลูกทีมบ้างเด่ะ!
 
จะไม่ให้สงสัยหรือคิดในแง่นั้นได้ไง....หมู่นี้เจ้าซาวามูระชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ ไม่ค่อยอยู่ห้อง กว่าจะกลับก็ดึกดื่น ตอนแรกนึกว่าซ้อมขว้างลูก ไม่ก็วิ่งบ้าบออยู่รอบสนามเหมือนเคย แต่ระยะหลังมา ชักดูมีพิรุธบอกไม่ถูก...ฉันคนช่างสังเกตเฟ้ย! ซื่อบื้ออย่างนายหลอกฉันไม่ได้หรอก!!!
 
.................................................
 
 
เย็นวันต่อมา หลังจากเลิกซ้อมตามปกติ ทุกคนต่างแยกย้ายเดินออกจากสนามเพื่อไปพักผ่อนหรือทำกิจธุระส่วนตัว มิยูกิเองก็เช่นกัน ตั้งใจจะไปขอเรย์จังดูตารางคะแนนการแข่งขันเก่าๆ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งครั้งหน้า ขณะยังเดินไม่ถึงไหน เสียงตะโกนโหวกเหวกเรียกชื่อเขาก็ดังลั่นไล่หลังมา
 
"มิยูกิ คาซูย๊าาา วันนี้นายจะมา---"
 
มิยูกิถอนใจเฮือกโต หันไปจ้องหน้าคนพูดพลางทำเสียงดุใส่ "เจ้าบ้า! บอกไม่ให้เรียกชื่อเต็ม หัดจำใส่สมองบ้าง..วันนี้ฉันไม่ว่างโว้ย ต้องซ้อมกับฟุรุยะ"
 
จะให้ทำไงได้เล่า หน้าที่หลักของเขาคือการฝึกซ้อมกับเอซ แม้ฟุรุยะจะมีฝีมือขว้างลูกยอดเยี่ยม แต่เป็นพวกมีความอดทนต่ำ ประสบการณ์การเล่นกับทีมก็น้อย จึงต้องฝึกให้เจ้าตัวชินและควบคุมลูกได้แม่นยำมากที่สุด
 
".....หรือนายจะรอ?" มิยูกิจำใจเอ่ยประโยคถัดมา หลังจากเห็นสีหน้างอง้ำและแววตาน้อยใจของอีกฝ่าย
 
ซาวามูระรีบพยักหน้ารัวๆ อย่างดีใจ ต่อให้ต้องรอนานแค่ไหนเขาก็รอได้ เพราะการได้มิยูกิมาเป็นคนรับลูกให้นั้น มันทั้งอุ่นใจและมั่นใจแบบอธิบายไม่ถูกทีเดียว
 
..................................
 
........................
 
 
นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า มิยูกิเหลือบตามองรอบด้าน ภายในโรงฝึกเหลืออยู่ไม่กี่คนที่ยังแข็งขันฝึกซ้อมส่วนตัว แคทเชอร์หนุ่มเองเริ่มจะล้าเต็มทน จึงยกมือส่งสัญญาณพร้อมตะโกนบอกให้อีกฝ่ายพอได้แล้ว
 
แม้จะอ้อนวอนขออีกสักสิบลูก แต่มิยูกิปฏิเสธเสียงแข็ง สั่งให้เก็บอุปกรณ์และกลับไปพักผ่อน จะได้มีแรงสำหรับการฝึกซ้อมพรุ่งนี้เช้า
 
ทั้งคู่เดินมาหยุดหน้าตู้กดเครื่องดื่ม ต่างฝ่ายต่างกดเครื่องดื่มคนละกระป๋องเพื่อดื่มดับกระหาย ราวกับกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำหลังจากซ้อมเสร็จและก่อนจะแยกย้ายเข้านอน
 
"นี่ซาวามูระ เสาร์นี้นายจะไปข้างนอกกับรุ่นพี่คริสใช่ม่ะ?" มิยูกิถาม ยกกระป๋องเครื่องดื่มในมือจิบช้าๆ อย่างใจเย็น
 
คนถูกถามยิ้มร่าเห็นฟันขาวเต็มปาก "อือ รุ่นพี่คริสจะพาไปซื้อของ แล้วก็จะเลี้ยงข้าวด้วยล่ะ" น้ำเสียงร่าเริงชวนให้หงุดหงิดนัก เจ้าเด็กบ้าช่างไม่รู้จักกาละเทศะเสียเลย
 
"นายนี่แย่จริง หัดมีความคิดซะมั่งสิ ตอนนี้พวกรุ่นพี่ปีสามเขายุ่งกันมากแค่ไหน ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ยิ่งรุ่นพี่คริสด้วยแล้ว ลืมรึไงว่าเขาต้องไปทำกายภาพทุกวัน แค่เขาอุตส่าห์มาช่วยสอนลูกวงนอกนั่นก็รบกวนมากแล้ว แล้ววันเสาร์นายมีเรียนนี่นา" หนุ่มรุ่นพี่ไม่พูดเปล่า เอากระป๋องเคาะหัวรุ่นน้องอีกหนึ่งโป๊กเพื่อเป็นการสั่งสอน ก่อนจะโยนลงถังขยะ
 
ซาวามูระหน้ามุ่ย คลำหัวป้อย เสียงอ่อยลง "ก็รุ่นพี่คริสบอกไม่เป็นไร แล้วเสาร์นี้ฉันมีเรียนแค่สองวิชาเอง"
 
ยังจะเถียงอีก มิยูกิคิดในใจ "นายมีอะไรจำเป็นต้องซื้อนัก ไหนลองบอกมาดิ"
 
"...รองเท้า"
 
"ห๊ะ? แค่เนี๊ยะ?"
 
"แค่นี้ที่ไหนเล่า ฉันวิ่งแพ้เจ้าฟุรุยะมาตั้งหลายวัน เพราะรองเท้ามันขาดนี่แหละ!" คนพูดคำรามด้วยความเจ็บใจ เจ้านั่นได้เป็นเอซ แล้วยังมาวิ่งชนะเขาอีก
 
พอได้ยินดังนั้น มิยูกิถึงกับร้องเฮ้อในใจ นึกว่าเรื่องใหญ่โต ที่แท้ก็...ความจริงอยากจะสมน้ำหน้า เอาแต่วิ่งเป็นบ้าเป็นหลังทุกวัน
 
"แล้วทำไมไม่ชวนสองคนนั่น หรือเขาไม่ยอมไปด้วย" คนพูดหมายถึงสองเพื่อนซี้ที่มักไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด
 
คนถูกดุค้อนขวับ "ฮารุจจิบอกไปด้วยได้แต่ไม่รู้จักร้าน เพราะทุกทีคุณพี่ชายเป็นคนพาไป ส่วนเจ้าทึ่มฟุรุยะโดนอาจารย์สั่งให้เรียนเสริมช่วงบ่าย"
 
หนุ่มรุ่นน้องถูกบ่นมากเข้าชักเริ่มสูดจมูกฟืดฟัดด้วยความน้อยใจ ...ถือว่าตัวเองเก่งนักรึไง ถึงเอาแต่ดุเขาตลอดเวลา ทำอะไรแต่ละอย่างไม่เคยถูกใจ เวลาก็เจียดให้นิดเดียว แถมกว่าจะได้ซ้อมก็ดึกดื่นกว่าคนอื่น แทบไม่เหลือใครในโรงฝึกให้เขาได้โชว์ฝีมือเลย
 
"คราวหลังบอกฉันสิ เรื่องแค่นี้ ฉันพาไปก็ได้"
 
คนฟังสะบัดหน้า "ฮึ นายเคยสนใจด้วยเรอะ ขนาดซ้อมด้วยกันทุกวัน นายยังไม่รู้เลยรองเท้าฉันจะพังอยู่แล้ว แต่รุ่นพี่คริสสิ เจอกันแป๊บเดียวก็สังเกตเห็น เลยอาสาพาไปซื้อใหม่ เขารู้จักร้านดีๆ แถมลดราคาได้ด้วย"
 
มิยูกิเบ้ปากมองคนพูดซึ่งยิ้มไม่หุบด้วยความหมั่นไส้ ...มันเรื่องอะไรฉันต้องคอยมองรองเท้านาย แล้วถ้าไม่วิ่งเวอร์ขนาดนี้ รองเท้ามันคงไม่พังง่ายหรอกเฟ้ย! ที่สำคัญเรื่องร้าน ฉันก็รู้จักเยอะแยะ คนโตเกียวนะเว้ย ไม่ได้มาจากต่างจังหวัดแบบนาย
 
"เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ต้องพูดมาก พรุ่งนี้ฉันพานายไปเอง จะได้ไม่ต้องรบกวนรุ่นพี่คริส เดี๋ยวฉันขออนุญาตโค้ชเอง ออกไปสักสองสามชั่วโมงคงไม่เป็นไรหรอก" มิยูกิคำนวณเวลาพร้อมสรุปเสร็จสรรพ
 
"ไม่เอ๊า! เดี๋ยวโดนนายหลอกอีก ฉันจะไปกับรุ่นพี่คริส!" ซาวามูระโวยวาย เรื่องตอนมาใหม่ๆ แล้วถูกมิยูกิหลอกใช้เป็นตัวล่อวิ่งเข้าแถวจนโดนโค้ชลงโทษ ยังจำฝังใจ เรื่องอะไรจะยอมถูกหลอกเป็นครั้งที่สอง...คนพูดย่นจมูกใส่หน้าอีกฝ่ายแล้วรีบวิ่งแจ้นกลับห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้แคทเชอร์คนเก่งยืนอึ้ง พูดไม่ออก จะคว้าคอให้กลับมาคุยกันก่อนก็ไม่ทันเสียแล้ว
 
............................................
 
 
เช้าวันถัดมา
 
ภายในห้องเรียน 2-B มิยูกิมองตารางคะแนนตรงหน้า คิ้วขมวดจนแทบจะติดกัน ตัวเลขต่างๆ แทบจะไม่เข้าหัว ด้วยในใจกำลังคิดถึงเจ้าเด็กนั่น กล้าปฏิเสธเขา มิยูกิไม่รู้เหมือนกันทำไมถึงได้หงุดหงิดนัก กับเรื่องเจ้าเด็กจอมอวดดี แม้จะชอบใจในความกล้าบ้าบิ่น ไม่กลัวใคร โผงผางแต่ก็ซื่อจนเรียกว่าเซ่อทีเดียว
 
ตั้งแต่เจอกัน ชอบเซ้าซี้วิ่งไล่ตามลากเขาให้มารับลูกแทบจะทุกวัน ทั้งที่ตัวเองไม่รู้จะมีโอกาสได้ลงเล่นในเกมการแข่งขันหรือเปล่า
 
ถึงกระนั้น...น่าแปลกที่ใครต่อใครต่างถูกดึงดูดให้มาอยู่ล้อมรอบเจ้านี่ รวมถึงตัวเขาด้วย
 
มันจึงเป็นความเคยชินที่มีหมอนี่วนเวียนอยู่ใกล้ๆ จนเมื่อรุ่นพี่คริสปรากฏตัว และเด็กนั่นก็ไม่เห็นหัวเขาอีกเลย เลิกวิ่งตาม เลิกร้องขอ นอกจากเวลาถูกอีกฝ่ายปฏิเสธมา
 
มิยูกิแทบหัวเราะไม่ออกเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจ บางเรื่องที่ขอไม่พูดได้มั้ย?
 
เขาอุตส่าห์แสดงออกถึงขนาดนั้น แต่เจ้าเด็กบ้ากลับไม่รู้ตัว....ช่างโง่จริง
 
 
แคทเชอร์หนุ่มมัวจมกับความคิดของตัวเอง มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเจ้าเพื่อนจอมจุ้นลากเก้าอี้มานั่งประจันหน้าเรียบร้อยแล้ว
 
"เฮ้..มิยูกิ รู้เรื่องเดทวันเสาร์ของเจ้าซาวามูระรึยัง?"
 
"เดท? ก็แค่ไปซื้อของ" หนุ่มแว่นตอบเนือยๆ โดยไม่เงยหน้าจากตารางคะแนนตรงหน้า
 
คุราโมจิอ้าปากเหวอ ก่อนจะหัวเราะลั่น จนเพื่อนในห้องพากันหันมอง
 
เจ้าของตำแหน่งชอร์ตสต็อปยักคิ้ว "แค่ซื้อของ แล้วไหงต้องแวะบ้านรุ่นพี่คริสด้วย"
 
"ไปบ้านรุ่นพี่คริสน่ะนะ? นายฟังผิดแล้ว" มิยูกิเงยหน้ามองคนพูดอย่างเหลือเชื่อ
 
"จะผิดได้ไงว่ะ เจ้าซาวามูระบอกกับฉันเอง" คุราโมจิยิ้มร่ากำชัยชนะ ฐานเป็นเพียงคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ หากใครได้ยินคงเข้าใจว่าช่างเป็นรุ่นพี่ที่รุ่นน้องนับถือไว้ใจมากถึงขั้นเล่าความลับให้ฟัง หารู้ไม่ เด็กปีหนึ่งยอมสารภาพเพราะถูกเค้นคอด้วยท่าไม้ตายล่าสุดดับเบิ้ลเฮดล็อก
 
มิยูกิหน้าตึง เจ้าเด็กบ้า ไม่ยอมบอกเขาเรื่องนี้ หนอย..นอกจากปฏิเสธแล้วยังกล้ามีความลับ ขณะกำลังนึกหาวิธีจัดการ เสียงเพื่อนสนิทก็แทรกเข้ามาในโสตประสาทอีก
 
"ไม่น่าเชือ รุ่นพี่คริสเนี่ย เห็นเงียบๆ ขรึมๆ แต่แผนสูงชะมัด เดทวันแรกก็พาเข้าบ้านเลย เจ้าบื้อนั่นยิ่งเซ่อซ่าอยู่จะรู้ทันได้ไง?" คนพูดหัวเราะชอบใจราวเห็นเป็นเรื่องสนุกสนาน แต่คนฟังกลับไม่คิดอย่างนั้น
 
"แล้วทำไมนายไม่ห้าม ห่วงนักหวงหนาไม่ใช่รึ?" มิยูกิค่อนขอด คืนไหนซาวามูระกลับห้องดึกหน่อย คุราโมจิเป็นต้องแจ้นตามหา แล้วลากกลับห้อง เพราะหากคนหนึ่งคนใดตื่นสาย คนร่วมห้องต้องโดนลงโทษด้วย
 
คุราโมจิยักไหล่ "ก็นายเคยบอก โตๆ กันแล้ว ควรปล่อยให้รับผิดชอบชีวิตเอง"
 
โดนอีกฝ่ายเอาคำพูดตนมาย้อน มิยูกิเลยได้แต่นิ่วหน้าไม่โต้ตอบ พอดีกับอาจารย์ประจำวิชาเดินเข้าห้อง บทสนทนาจึงจำเป็นต้องยุติลง
 
...........................................
 
 
หลังจากโรงเรียนเลิก มิยูกิเดินดุ่มเพื่อกลับหอพัก ไปเตรียมตัวก่อนลงสนามไปซ้อม ขณะนั้นสายตาเหลือบเห็นร่างคนสองคนซึ่งอยู่ในความคิดกำลังสนทนากัน จึงตัดสินใจเดินตรงลิ่วเข้าหาคนทั้งคู่อย่างไม่รอช้า พร้อมกับส่งยิ้มให้เหมือนปกติยามพบเจอกัน
 
"สวัสดีครับ ได้ยินว่าเสาร์นี้รุ่นพี่คริสจะพาซาวามูระไปซื้อรองเท้าเหรอครับ?"
 
คนถูกถามยิ้มอ่อนโยน พยักหน้า "อืม..เห็นบ่นไม่หยุด ไม่มีใครพาไป"
 
"ถ้าไงให้ผมพาไปแทนดีกว่า รุ่นพี่จะได้ไม่เสียเวลา ช่วงนี้คงกำลังยุ่งมากสินะครับ"
 
"ขอบใจที่เป็นห่วง แต่ไม่เป็นไรหรอกนิดหน่อยเอง เพราะคงไปไม่นานแล้วจะรีบเอาตัวมาส่งให้ทันซ้อมเย็น"
 
พอได้ยินดังนั้น ซาวามูระถึงกับยิ้มย่อง กระตุกชายแขนเสื้อรุ่นพี่ที่เคารพรักอย่างสูง ชะเง้อตัวกระซิบ "แล้วอย่าลืมที่สัญญากันนะครับ"
 
อดีตแคทเชอร์คนเก่งหัวเราะเบาๆ พร้อมกับพยักหน้ารับคำก่อนเดินจากไป
 
คนเป็นรุ่นน้องยิ้มแป้นโบกมือส่งรุ่นพี่ปีสามอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าบึ้งตึงของรุ่นพี่ปีสองที่ยังยืนอยู่ข้างๆ ดังนั้น เมื่อขยับตัวจะเดิน จึงต้องชะงักด้วยแขนข้างหนึ่งถูกรั้งไว้ พร้อมกับดวงตาใต้กรอบแว่นจ้องเขม็ง
 
"สัญญาอะไร?"
 
"ไม่เกี่ยวกับนายสักหน่อย" เจ้าตัวเชิดหน้าตอบ
 
"ซา.วา.มู.ระ..."
 
น้ำเสียงเย็นเยียบและแรงบีบข้อมือที่เพิ่มมากขึ้น ซาวามูระเริ่มหน้าซีดทีละน้อย เขาเคยเจอกับอารมณ์โกรธของมิยูกิแล้ว จึงรู้ดีว่าน่ากลัวแค่ไหน อย่างตอนเขาเผลอหลุดปากต่อว่ารุ่นพี่คริสก่อนจะรู้เรื่องอาการบาดเจ็บ กับ ตอนเขาย่ามใจขว้างลูกโดยไม่สนใจสัญญาณมือของอีกฝ่าย
 
"กะ ก็ เรื่องเลี้ยงข้าวไง ฉันบอกนายแล้วหนิ" คนตอบอึกอัก ไม่กล้าสบตา พยายามดึงมือคืนด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน แต่มีหรือจะรอดพ้นสายตาคนฉลาดอย่างมิยูกิ หนอย...เจ้าโง่! คิดจะโกหกฉัน ยังเร็วไปร้อยปีเว้ย!!!
 
"บอกมา.."
 
 
ยังไม่ทันได้คำตอบ เสียงตะโกนโหวกเหวกก็ดังมาแต่ไกล
 
"เฮ้! พวกนายยังไม่เปลี่ยนชุดกันอีกเรอะ เดี๋ยวก็โดนโค้ชเล่นงานหรอก"
 
ซาวามูระนึกขอบคุณรุ่นพี่ร่วมห้องเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะเสียงนั้นทำให้มือที่จับแน่นอยู่คลายออก หนุ่มรุ่นน้องเห็นโอกาสดีเลยรีบสะบัดมือวิ่งไปหาเจ้าของเสียงตะโกนทันที
 
"จะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
 
มิยูกิมองตามหมายมั่นปั้นมือ ท่าทางมีพิรุธอย่างนี้ แสดงว่าเรื่องที่คุราโมจิพูดต้องเป็นเรื่องจริงแหง..
 
.....................
 
 
ซาวามูระถอนหายใจโล่งอกเมื่อการซ้อมเสร็จสิ้น ระหว่างนั้นเขาพยายามหลีกเลี่ยงให้ห่างจากแคทเชอร์มือหนึ่ง โชคดีอาทิตย์หน้าจะมีการซ้อมแข่งขัน มิยูกิจึงต้องขะมักเขม้นฝึกหนักกับฟุรุยะ
 
แม้จะรู้สึกผิดที่แอบมีความลับ แต่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสักหน่อย ไว้เสร็จเรื่องเขาค่อยบอกทีหลังแล้วกัน คงไม่เป็นไรหรอก คนมองโลกในแง่ดีคิด ขณะใช้สายตาสอดส่องมองหาอีกฝ่าย นั่นไง หมอนั่นกำลังคุยกับโค้ช ท่าทางเคร่งเครียดเอาการ คงเรื่องเกี่ยวกับการแข่งครั้งต่อไปล่ะมั้ง...ค่อยยังชั่วจะได้ไม่มีเวลามาคาดคั้นคำตอบจากเขา
 
..........................
 
 
ยามค่ำคืนขณะหลายคนกำลังพักผ่อนอย่างสบายใจ เหล่านักกีฬาของทีมเซย์โดวยังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองอย่างไม่ลดละ
 
หนึ่งในนั้นก็คือจอมซื่อบื้อของทีม ที่ค่อยๆ ย่องเข้ามาในโรงฝึกพลางกวาดตามองหาเพื่อนร่วมชั้นปีให้ช่วยมาเป็นคู่ซ้อม เพราะวันนี้เขาคงไม่กล้าขอมิยูกิ
 
ภาพที่เห็นชวนให้แปลกใจไม่น้อย...
 
ฟุรุยะกำลังซ้อมขว้างลูกโดยมีรุ่นพี่โอโนะเป็นแคทเชอร์
 
"เอ๋? ไหงนายมาซ้อมกับรุ่นพี่โอโนะ.."
 
"รุ่นพี่มิยูกิไม่สบาย เขาบอกให้ฉันซ้อมกับรุ่นพี่โอโนะแทน" ฟุรุยะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่ดีกว่าไม่ได้ขว้างลูกเลย
 
"ความผิดนายนั่นแหละ ซาวามูระ" แคทเชอร์มือสองพูดขณะขว้างลูกกลับ
 
"ห๊า? ผมทำอะไรผิด?"
 
"ก็เมื่อคืน นายลากมิยูกิให้อยู่รับลูกจนดึกดื่น ทั้งที่หมอนั่นเพิ่งจะซ้อมกับฟุรุยะเสร็จ แถมกลับห้องไปยังต้องเขียนรายงานส่งโค้ชอีก คงไม่ได้นอนเลยมั้ง" อีกเสียงดังจากด้านหลัง
 
ซาวามูระอ้าปากค้าง
 
"นายเอาแต่ใจตัวเองเกินไป อาทิตย์หน้าเราจะมีแข่งแล้วด้วย เกิดมิยูกิหายไม่ทัน ทีมเราอาจลำบาก"
 
"เอ่อ...ผม..."
 
"อย่าลืมสิ มิยูกิไม่ได้เป็นแค่แคทเชอร์ หมอนั่นเป็นกัปตันด้วย มีงานอื่นต้องรับผิดชอบมากกว่าที่นายคิด ไม่มีเวลามาเล่นสนุกตามใจนายหรอกนะ"
 
เสียงตำหนิจากรุ่นพี่ปีสองไล่มาทีละคน ตั้งแต่รุ่นพี่โซโนะรองกัปตัน รุ่นพี่คาวาคามิ ยันรุ่นพี่ชิราสุ ปกติไม่ค่อยพูดแท้ๆ ยังร่วมแจมด้วยเลย
 
ซวยชะมัด...ซาวามูระหน้าจ๋อย ค่อยๆ ถอยตัวออกจากโรงฝึก ขืนอยู่ต่อคงโดนด่าไม่จบ แวะไปดูอาการคนป่วยหน่อยแล้วกัน ใครจะนึก เจ้าบ้านั่นจะอ่อนแอแบบนี้...
 
 
"เหว๋อออ..." จอมซื่อบื้อร้องลั่นเมื่อถอยหลังมาชนรุ่นพี่จอมโหดอย่างคุราโมจิ ซึ่งกำลังเดินสวนเข้าประตูมา ผลจึงโดนเตะกระเด็นลงไปนั่งพับกับพื้น
 
"ไอ้ซุ่มซ่าม!! จะรีบไปไหนว่ะ" คุราโมจิบ่น
 
คนเป็นรุ่นน้องหน้าบึ้ง ถูกเตะแล้วยังโดนด่าอีก "ก็จะรีบไปดูเจ้าแคทเชอร์งี่เง่าน่ะสิ"
 
"เออดีแล้ว หมอนั่นอยู่ห้องแน่ะ เฝ้าให้ดีล่ะ อย่าให้หนีไปแอบซ้อมที่ไหน เพราะโค้ชสั่งให้นอนพัก ห้ามลงมาฝึกเด็ดขาด"
 
คนฟังพยักหน้าหงึกรับคำอย่างว่าง่าย
 
 
.....................................
 
 
 
ก็อก ก็อก....
 
 
"เข้ามา" เสียงเจ้าของห้องตอบ
 
"เอ่อ..." ซาวามูระค่อยๆ แง้มประตู ยื่นหัวเข้าไปในห้องแบบกล้าๆ กลัวๆ แล้วก็ต้องงง แทนที่จะเห็นเจ้าของห้องนอนบนเตียงประสาคนป่วย กลับดันมานั่งทำงานที่โต๊ะ ก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรยุ่งเชียว
 
"เฮ้ เฮ้ รุ่นพี่คุราโมจิบอกโค้ชสั่งให้นายนอนพัก ห้ามทำงานเด็ดขาด ไหน ไหน นายทำอะไรอยู่ เอามานี่ ฉันทำให้เอง" คนพูดปรี่มายืนข้างๆ
 
เจ้าของห้องเลิกคิ้ว "การบ้านคณิตศาสตร์นี่นะ?"
 
ซาวามูระยิ้มแหย สั่นหัวด็อกแด็กขอถอนคำพูด แค่เห็นตัวเลขก็ปวดหัวแล้ว จึงถอยออกมาหย่อนตัวนั่งบนพื้นอย่างสงบเสงี่ยม มองอีกฝ่ายทำงานเงียบๆ
 
"กินยารึยัง?"
 
"อือ"
 
"แล้วจะหายทันแข่งไหม?"
 
"มั้ง"
 
ภายในห้องเงียบลงอีกครั้ง ซาวามูระลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย ใจคอไม่สู้ดี ทุกทีไม่เคยเงียบอย่างนี้นี่นา เขาเริ่มสัมผัสถึงบรรยากาศความห่างเหิน หมอนั่นคงยังโกรธอยู่
 
"เอ่อ...เรื่องซื้อของ ความจริงฉันตั้งใจจะชวนนายเป็นคนแรก แต่นายเป็นกัปตันทีม ถ้ามาเสียเวลากับฉันคนเดียวคงไม่ดี ฉันเลยไม่กล้าชวน"
 
คนพูดก้มหน้างุดสารภาพเสียงสั่น ไม่กล้าเงยหน้ามองอีกฝ่าย แม้จะได้ยินเสียงเลื่อนเก้าอี้ และฝีเท้ามาหยุดตรงหน้า ก่อนฝ่ายนั้นจะยื่นมือมาแตะคางให้เงยขึ้น
 
"แล้วทำไมต้องไปบ้านรุ่นพี่คริส?"
 
ซาวามูระกลืนน้ำลายเอี๊อก เมื่อเห็นสีหน้าคนถามเรียบเฉย ไม่ยิ้มไม่หัวเราะเล่นหัวเหมือนทุกครั้ง
 
"กะ ก็ มีธุระนิดเดียว ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดี จริงๆ นะ นายอย่าเข้าใจผิดเหมือนรุ่นพี่คุราโมจิสิ"
 
มิยูกิไม่ตอบ จ้องหน้าคนพูดเงียบๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ ลุกขึ้นยักไหล่
 
"งั้นก็ตามใจ นายกลับไปได้แล้ว ฉันจะนอน"
 
ซาวามูระขบริมฝีปากแน่น น้อยใจจนน้ำตาไหลพรากเมื่อโดนอีกฝ่ายไล่กลับห้อง ซ้ำยังหันหลังให้เหมือนไม่สนใจ ราวกับเขาไม่มีตัวตน ไอ้เจ้าบ้า นายไม่เชือใจฉันเลยสักนิด...
 
 
"มิยูกิ! ไอ้โง่! ไอ้บ้า!!"
 
ซาวามุระตะโกนเสียงสั่น ลุกพรวดมายืนขวางหน้าอีกฝ่าย กระชากคอเสื้อกำแน่นด้วยความโมโห
 
"ฉันแค่จะไปขอดูวิดีโอตอนนายแข่งกับรุ่นพี่่คริสสมัย ม.ต้น เท่านั้นเอง กะ ก็ ฉันอยากเห็นนายตอนเป็นเด็ก..แค่นั้นจริงๆ"
 
พอพูดจบเจ้าตัวก็ร้องไห้โฮลั่น ซบหน้ากับอกอีกฝ่าย "...ถ้านายไม่อยากให้ไป ฉันไม่ไปก็ได้"
 
มิยูกิกลั้นหัวเราะสุดกำลัง โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก โธ่เอ๊ย! อุตส่าห์กังวลแทบตาย ความจริงที่เป็นห่วงกว่าเรื่องอื่นใด คือซาวามูระบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า แล้วไม่ยอมบอกใคร ยกเว้นรุ่นพี่คริสคนเดียว
 
..นายนี่ มีแต่เรื่องให้ฉันแปลกใจอยู่เรื่อย..
 
มิยูกิกอดคนตรงหน้าแน่น กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "เจ้าโง่...วิดีโอการแข่งครั้งนั้นฉันก็มี.."
 
"นายจะให้ฉันดูใช่ไหม?" ซาวามูระตาเป็นประกายสดใส น้ำเสียงแช่มชื่นขึ้น ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ายิ้มๆ
 
"แล้วนายก็จะไปซื้อรองเท้ากับฉัน?"
 
มิยูกิหัวเราะพร้อมกับพยักหน้าอีกครั้ง
 
ซาวามูระฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ "..เลี้ยงข้าวฉันด้วย"
 
คราวนี้มิยูกิสั่นหน้าแทน "นายต่างหากต้องเลี้ยงฉัน.."
 
"หนอย เจ้าบ้ามิยูกิ!"
 
"ฮ่า ฮ่า ขอบใจที่ชม"
 
"ไม่ได้ชมเว้ย!!"
 
"ฮ่า ฮ่า..."
 
 
......................................
 
 
เสียงหัวเราะดังลอดออกมานอกห้อง ทำให้คนยืนด้านนอกอย่างคุราโมจิถึงกับกรอกตาไปมา นึกไม่ผิด ต้องเป็นเจ้ามิยูกิ จะมีใครนอกจากหมอนั่นที่สามารถทำให้เจ้าทึ่มหัวปั่นได้ขนาดนี้ แค่หาเหตุผลอ้างโน่นอ้างนี่หลอกเจ้าซาวามูระให้อยู่ซ้อมจนดึก หมอนั่นทำได้สบายอยู่แล้ว ...ซ้ำระยะหลังพอคนอื่นไม่ทันสังเกต (ยกเว้นเขา) ก็พาเจ้าซาวามูระหายแว่บไปไหนไม่รู้ จนเขาต้องคอยตามหาให้ควั่ก
 
คุราโมจิสั่นหัว ก่อนจะเดินกลับห้อง นึกบ่นในใจ
 
..คนหนึ่งก็ฉลาดเหลือรับ อีกคนก็โง่เกินเยียวยา เหมาะกันจริง จริ๊ง
 
...........................................
 
จบค่ะ
 
ขอบคุณที่อ่าน
 
**ตกหลุมรักเรื่องนี้อย่างกระทันหัน เลยทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างหนีตามเรื่องนี้//ว่าไปโน่น
 
**ยังตั้งใจจะต่อเรื่องที่ค้างให้จบอยู่ ต้องขอโทษที่ทิ้งค้างๆ คาๆ ค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ย!!น่ารัก ชอบคู่นี้จังเลย
ซาวามูระไม่ทันคนเลยน่ะquestion

ปล.แอบหวังอยากให้มีคู่ของฟุรุยะกับซาวามูระบ้างจัง

#8 By (109.123.178.131|109.123.178.131) on 2015-04-14 19:32

โอ้ย!!น่ารัก ชอบคู่นี้จังเลย
ซาวามูระไม่ทันคนเลยน่ะquestion

ปล.แอบหวังอยากให้มีคู่ของฟุรุยะกับซาวามูระบ้างจัง

#7 By (109.123.178.131|109.123.178.131) on 2015-04-14 19:32

555+ เป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ
มิยูกิแผนสูงตลอดอะ หนูเอย์จุนตามไม่เคยทันหรอก
ชอบฟิคคู่นี้มากๆ เลยค่ะ ไรท์เขียนดีมากๆ คาแรกเตอร์เหมือนในเรื่องเลย ชอบมากๆ เลยค่ะ

#6 By nagisashin on 2015-03-12 16:17

ซาวะมูระ จะน่ารักเกินไปแล้วววว ノ (≧∇≦)!!!
อิแว่นนี่ก้อหึงเขาจังนะ กะอิแค่คริสเซมไป

#5 By Lancelot~!★☆ on 2015-02-24 09:54

โอ๊ยยยย น่ารักกกก ชอบเห็นอิ่แว่นมาดดุ ๆแบบนี้จัง ฟินเวอ่ร์ ง๊ากกกกก

#4 By G.Ren on 2015-01-08 00:27

ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ฟิคของคู่นี้หายากยิ่งกว่างมเข็มในสนามเบสบอล(ว่าไปนั้น) ยังคงคาแร็กเตอร์ได้โอเคเลย ชอบ ชอบแบบนี้ ชอบมิยูกิที่มีความยันอยู่เล็กๆ ส่วนเอย์จุนทึ่มๆ แบบน่ารักน่าชังดี ขออีกเยอะๆ เราชอบบ

#3 By (171.96.177.179|171.96.177.179) on 2014-11-12 23:37

น่ารักค่ะ ตกหลุมรักรุ่นพี่คริสอย่างจังเลย
แต่คู่นี้ก็ชอบนะ ชอบที่สุดก็เจ้าทึ่มนี่แหละ
ฮาดี

#2 By รูริ (182.53.120.214|182.53.120.214) on 2014-11-09 23:15

ตกหลุมรักเรื่องนี้เหมือนกันค่า หนุ่ม ๆ น่ารักจัง

#1 By (115.87.49.118|115.87.49.118) on 2014-11-07 20:40