[DNA Fic] You & Me (Misawa)

posted on 16 Dec 2014 14:51 by chaste-child
ฟิค y (ชายxชาย) ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้เลยค่ะ
............................
 
Title: You & Me
 
Pairing: Miyuki x Sawamura
 
warning:  ฟิคนี้แกะรอยเหตุการณ์ตามมังงะ ค่ะ
......................................
 
 
เพียงชั่วพริบตาที่ซาวามูระโผเข้ากอด มิยูกิแทบหยุดลมหายใจตรงนั้น จำไม่ได้เลยว่าเขาทรงตัวรับแรงปะทะได้อย่างไร ลำพังแค่ลุกขึ้นยืน ร่างกายก็เกือบจะล้มอยู่แล้ว อาจเป็นเพราะสองแขนของหมอนั่นโอบรัดรอบคอเขาแน่น สองขาของหมอนั่นพาเขากระโดดจนตัวลอย เสียงตะโกน โอ๊ส!! โอ๊ส!!! ดังลั่นจนแสบแก้วหู ร่างของพวกเขาสองคนแนบสนิทชิดกันเกือบทุกส่วน เป็นครั้งแรกที่มิยูกินึกอยากจะถอดเจ้าชุดป้องกันของแคทเชอร์ออกแล้วขว้างทิ้งไปให้ไกลที่สุด
 
แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่บอก...แค่ชั่วพริบตา
 
ร่างนั้นก็ผละจากเขาโถมเข้าหาฟุรุยะและคนอื่นๆ ที่กรูเข้ามาด้วยอาการเดียวกัน เสียงโห่ร้องตะโกนกึกก้องดังทั่วสนาม คราวนี้มิยูกิไม่ต้องใช้เรี่ยวแรงในการประคองตัวเลย เมื่อถูกเบียดอยู่กลางวงล้อมของเพื่อนร่วมทีมที่กระโจนเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงพากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในชัยชนะอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้
 
ในที่สุด..เซย์โดว์ก็ได้ไปโคชิเอ็ง
 
กัปตันหนุ่มเดินออกจากสนามพร้อมเพื่อนร่วมทีมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส หลายคนน้ำตานองหน้าด้วยความดีใจเกินจะบรรยาย
 
โค้ชและคนอื่นที่รออยู่ต่างร่วมแสดงความยินดี และถามถึงอาการบาดเจ็บ โค้ชสั่งให้เขาไปโรงพยาบาลทันที มิยูกิพยักหน้ารับคำโดยไม่คัดค้านใดๆ การที่โค้ชอนุญาตให้เล่นจนจบเกม ก็เป็นการให้โอกาสมากแล้ว เขาไม่ควรสร้างความเดือดร้อนหรือกังวลใจให้กับทุกคนในทีมมากไปกว่านี้
 
ที่สำคัญตอนนี้ทุกคนคงรู้หมดแล้วว่าเขาบาดเจ็บ..
 
พอคิดถึงตรงนี้ ิมิยูกิก็เหลือบตามองจอมซื่อบื้อที่ยังคงยืนหน้าระรื่นแหกปากร้องตะโกนในสนามไม่หยุดหย่อน จนเพื่อนร่วมทีมต้องใช้กำลังลากเข้ามา
 
'จนป่านนี้นายก็ยังไม่รู้สินะ ว่าฉันเจ็บแทบตาย เจ้าโง่เอ๊ย!' มิยูกิส่ายหน้ารำพึงในใจ
 
.............................................
 
 
ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล ภายในรถแท็กซี่ อาจารย์ทากาชิม่า หรือเรย์จัง นั่งกอดอกหน้าเครียด แม้เธอจะยินดีในชัยชนะของเซย์โดว์ แต่เธอก็ยังโมโหและหงุดหงิด เกิดมิยูกิบาดเจ็บหนักและเป็นแบบคริสอีกคน นอกจากเซย์โดว์จะลำบากแล้ว อนาคตด้านเบสบอลของมิยูกิจะมีปัญหาตามมา
 
"ถ้าเธอเป็นซาวามูระล่ะก็..ฉันคงซัดเธอให้หนักตามที่ปู่เขาสอนเลยทีเดียว"
 
มิยูกิหัวเราะ หึ หึ เมื่อได้ยินเรย์จังบ่นออกมาดังๆ เขาพอจะนึกภาพออกเพราะเห็นตอนปู่กับหลานเจอกันด้านนอกสนามกีฬา ต่างฝ่ายต่างกระโดดเข้าหากัน ชายสูงอายุท่าทางแข็งแรงตบหัวหลานชายเต็มรักด้วยความดีใจ ฝ่ายเจ้าหลานจอมอึดแม้หน้าคะมำล้มกลิ้งกับพื้น ยังลุกขึ้นอย่างรวดเร็วซ้ำหัวเราะร่าไม่หยุด ช่างเป็นครอบครัวหรรษาจริง
 
เห็นแบบนี้แล้วไม่แปลกใจ ว่าทำไมซาวามูระถึงทนมือทนเท้าคุราโมจิได้
 
"ถ้าเรย์จังทำอย่างนั้น ผมคงหายไม่ทันโคชิเอ็งพอดี"
 
อาจารย์สาวค้อนควับ "เธอนี่จริงๆ เล้ย ยังมีหน้ามาพูดเล่นอีก"
 
มิยูกิอมยิ้มเบนสายตามองทิวทัศน์ด้านนอกแทน จะได้ไม่เผลอพูดอะไรให้เรย์จังหงุดหงิดเพิ่ม
 
........................................
 
 
หลังกลับมาจากโรงพยาบาล กัปตันหนุ่มรีบอาบน้ำแต่งตัว เพราะทุกคนกำลังรออยู่ที่ห้องอาหารเพื่อเริ่มต้นงานเลี้ยงฉลองชัยชนะของเซย์โดว์
 
งานนี้ทั้งอาหารและเครื่องดื่มถูกจัดมาเพิ่มอย่างมากมาย ด้วยอภินันทนาการจากผู้อำนวยการโรงเรียน รุ่นพี่ปีสามเองก็ได้รับเชิญให้มาร่วมแสดงความยินดี เสียงพูดคุยหัวเราะเฮฮาดังลั่นไม่ขาดสาย เทปการแข่งขันถูกนำมาเปิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
 
ตอนนี้ต่อให้คู่แข่งตรงหน้าเป็นทีมใหญ่มาจากไหน พวกเขาก็ไม่กลัว
 
โคชิเอ็ง รออยู่แค่เอื้อม
 
......................
 
..............
 
มิยูกิปลีกตัวออกจากห้องอาหาร เดินเรื่อยเปื่อยมาสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก หนุ่มแว่นนึกขันในใจ วันนี้ทุกคนในเซย์โดว์ต่างคึกคักอารมณ์ดี ขนาดโค้ชสั่งให้หยุดพัก ก็ยังมีคนแอบเปิดโรงฝึกในร่มเพื่อซ้อมต่ออย่างขยันขันแข็ง ทั้งที่แต่ละคนน่าจะเหนื่อยล้าและหมดแรง แต่ก็นะ..ขนาดเขาเองยังรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ เป็นพิเศษเหมือนทำหน้าที่สำเร็จลุล่วงไปแล้วครึ่งหนึ่ง
 
ช่วงเวลาที่ผ่านมากับตำแหน่งกัปตัน มันกดดันและหนักไม่ใช่เล่น
 
มิยูกิทอดสายตามองสนามฝึกซ้อม นึกถึงแต่ละวันที่ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจในการฝึกอย่างหนัก แต่ผลที่ได้รับมันก็คุ้มค่าเหลือเกิน
 
วันนี้คงเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดวันหนี่ง...
 
 
ยังไม่ทันได้กลับไปนอนหลับฝันดี จู่ๆ ความสุขของวันนี้เหมือนจะหมดลงดื้อๆ เมื่อสายตาเจ้ากรรมเหลือบเห็นซาวามูระเดินออกมากับรุ่นพี่คริส หนำซ้ำยังพูดคุยกันอย่างสนิทสนม รุ่นพี่คริสคงจะเอ่ยปากชม หมอนั่นถึงได้ทำท่าเขินอายหน้าแดงแจ๋แบบนั้น
 
หนอย..ตะกี้ในห้องอาหารพวกนายยังคุยกันไม่พออีกรึไง(ฟร่ะ!) แล้วทำไมจะต้องกลับห้องพร้อมกัน??
 
กัปตันหนุ่มนึกหงุดหงิดขึ้นมา
 
เขาเคยมั่นใจว่าหลังจากรุ่นพี่คริสออกจากชมรมแล้ว ตัวเองคงเป็นที่หนึ่งในใจอีกฝ่าย
 
ตลกน่า! นี่เขายังแพ้รุ่นพี่คริสอีกเหรอ?!
 
แล้วไอ้ที่นายวิ่งตามฉัน เรียกหาฉัน ทุกวี่ทุกวัน นั่นมันคืออะไร? ซาวามูระ!
 
อาจเป็นความชะล่าใจของเขาเองที่เมินเฉยต่อความรู้สึกของฝ่ายนั้น
 
เขาเห็นนะ...แววตาเวลาที่ซาวามูระมองเขา มันเปล่งประกายและฉายความรู้สึกชัดเจน
 
แต่เขาลังเลไม่กล้ารับความรู้สึกนั้น เขายังไม่พร้อมจะรับผิดชอบความรู้สึกใคร
 
เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ มีเพียงเบสบอลเท่านั้น..
 
 
"เฮ้ย! มิยูกิ!"
 
เสียงตะโกนเรียกชื่อดังลั่น เล่นเอาเจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้ง รวมถึงอีกสองคนซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ก็พลอยหันมองตาม
 
กัปตันหนุ่มจุ๊ยปากขัดใจ จะตะโกนหาสวรรค์วิมานรึไงว่ะ!   "มีอะไร?"
 
"โค้ชให้เตือนนายว่าพรุ่งนี้อย่าลืมไปหาหมอ"
 
"เออ รู้แล้วน่า"
 
คุราโมจิขมวดคิ้ว ไอ้เพื่อนเวร! มันหงุดหงิดอะไรฟร่ะ คนอุตส่าห์มาบอกดีๆ แต่พอเห็นอีกสองคนเดินมาสมทบ ก็เข้าใจทันที
 
"นายไม่สบายเหรอ?" ซาวามูระโพล่งถามเมื่อเดินมาถึงตัว พลางเอียงคอมองอย่างแปลกใจ หน้าตาท่าทางก็ปกติดีนี่นา
 
ดีกรีความหมั่นไส้พุ่งพรวด แคทเชอร์หนุ่มทำเป็นไม่ได้ยินคำถาม หันหน้าไปพูดคุยกับรุ่นพี่คริสแทน โดยไม่สนใจเด็กหนุ่มซึ่งสะกิดแขนเขายิกๆ คริสเองก็สังเกตเห็นอาการผิดปกติ แต่ทำได้เพียงอมยิ้มและถามเรื่องต้องไปหมอวันพรุ่งนี้
 
มิยูกิยอมตอบ เพราะรุ่นพี่คริสเองมีประสบการณ์คล้ายนี้มาก่อน ทั้งคู่จึงพูดคุยกันเรื่องการรักษาด้วยศัพท์ทางการแพทย์ตามที่หมอแนะนำ
 
"อย่าประมาทเป็นอันขาด จำไว้ตอนนี้เธอคือเสาหลักของทีม"
 
ทั้งคู่สนทนากันอีกเล็กน้อย ก่อนมิยูกิจะขอตัวกลับขึ้นห้องเพื่อไปพักผ่อน
 
ซาวามูระเกาหัวแกรก สะกิดถามใครก็ไม่มีใครยอมบอก เขาไม่เข้าใจสักนิด ใครเป็นอะไร? แล้วทำไมมิยูกิต้องไปหาหมอพรุ่งนี้?
 
"เอ่อ รุ่นพี่คริสครับ คือ--หมอนั่น?"
 
"ไอ้งั่ง! ซื่อบื้อไร้ขีดจำกัดจริงโว๊ย!!" คุราโมจิฟาดสันมือลงกลางหัวจอมบื้อของทีมเต็มแรงด้วยความเหลืออด จนเจ้าตัวร้องลั่น
 
คริสหัวเราะ หึ หึ "แต่ไม่รู้เรื่องก็ดีไปอย่าง ทำให้ทั้งเธอและมิยูกิเล่นได้เต็มที่ โดยไม่ต้องพะวงซึ่งกันและกัน ผลถึงออกมาดีเยี่ยมขนาดนี้"
 
ซาวามูระยิ้มแหย ก็ดีใจหรอกนะได้คำชมจากรุ่นพี่คริส แต่ประโยคที่ว่าไม่รู้ก็ดีไปอย่าง..มันหมายถึงอะไร มิยูกิแค่ฝีมือตกนิดหน่อยเลยเล่นผิดพลาดไม่ใช่รึไง?"
 
เมื่อใครต่อใครแยกย้ายกลับห้อง ซาวามูระยังไม่หายข้องใจ เลยกระโดดกอดคอรุ่นพี่จอมโหดเอาดื้อๆ ไม่ให้หนีไปไหน
 
"รุ่นพี่โมจิ...บอกมาก่อน--"
 
"หนอย--แกกล้าลอบกัดฉันเรอะ!!!" จอมโหดผู้ถนัดรังแกรุ่นน้องร่วมห้องไม่ฟังอีร้าค่าอีรม เสยหมัดสวนกลับทันควัน
 
"ว๊าากก ไม่ใช่ยังง๊าานน...."
 
เสียงโหยหวนของซาวามูระดังก้องหอพัก..
 
............................................
 
 
คืนนั้น ยามดึกสงัด
 
เสียงทุบประตูดังปึง! ปัง!
 
มิยูกิขยี้ตางัวเงียตั้งสติพักนึงจนแน่ใจว่าเป็นเสียงทุบประตูห้องตัวเอง จึงเอื้อมมือหยิบแว่นตามาใส่ เหลือบมองนาฬิกาหัวเตียง บอกเวลาตีหนึ่งครึ่ง..
 
แล้วไอ้บ้าที่ไหนมันมาเวลานี้ล่ะเนี่ย!!
 
มิยูกินึกด่าคนรบกวนในใจ แต่ครั้นพอเปิดประตูก็เห็นเพื่อนร่วมชั้นปี ยืนหน้าเดือดดาล มือหนึ่งหอบผ้าห่ม ส่วนอีกมือลากคอเด็กร่วมห้องมาด้วย ก่อนจะโยนทั้งสองอย่างมากองไว้กลางห้อง
 
"เอ้า! เอาไป หนวกหูชิบ! คนจะหลับจะนอน ร้องไห้โหยหวนอยู่ได้.." คุราโมจิหันมาเตะรุ่นน้องซ้ำ  "ห่วงนักห่วงหนาก็นอนเฝ้าเลยแล้วกัน!"
 
พูดจบก็สะบัดตัวเดินกลับห้อง ทิ้งให้มิยูกิกระพริบตาปริบมองพิทเชอร์เจ้าปัญหานั่งจุมปุ๊กร้องไห้สะอืกสะอื้นกลางห้องเขา
 
"เจ้าบ้า! ร้องไห้เรื่องอะไรอีกล่ะ วันนี้เราชนะนะเว้ย!"
 
"เรื่องนายนั่นแหละ" เด็กหนุ่มกระชากเสียงตอบ น้ำตายังหยดแหมะตามแก้ม
 
"ห๊า?"
 
"นายบาดเจ็บทำไมไม่บอก--" คนพูดสะอื้นฮึก ยกหลังมือปาดน้ำตาลวกๆ "ถ้าเกิดอีกหน่อยเล่นเบสบอลไม่ได้จะทำไง?"
 
มิยูกิหัวเราะก๊าก อ้อ!! รู้จนได้สินะ ความขุ่นมัวในใจตั้งแต่หัวค่ำหายสนิท เขาย่อเข่าลงนั่งประจันหน้า เอานิ้วชี้จิ้มหน้าผากฝ่ายตรงข้ามให้เงยขึ้น
 
"เห? นายเป็นห่วงฉัน? หรือกลัวไม่มีคนคอยรับลูกให้?"
 
ซาวามูระสะบัดหน้าอึกอัก "กะ ก็ ทั้งสองแหละ ที่สำคัญนายเป็นกัปตัน ต้องอยู่เป็นเสาหลักของทีมนี่นา"
 
หมอนี่หัวดีหรือโง่กันแน่ ใครพูดอะไรจำเอามาพูดบ้างตลอด..
 
"นี่เจ้าโง่..ฉันไม่ได้เป็นหนักขนาดนั้นสักหน่อย แค่ต้องพักเหมือนฟุรุยะ หรือคุณทัมบะตอนนั้น พอหายก็กลับมาเล่นได้เหมือนเดิม" น้ำเสียงจริงจังและแววตาไม่ล้อเล่นเหมือนทุกที ทำให้คนฟังอุ่นใจ เสียงสะอื้นหยุดลง กลายเป็นเสียงถอนใจโล่งอกแทน
 
"จริงนะ"
 
มิยูกิพยักหน้า ขยี้หัวอีกฝ่ายเล่นด้วยความเอ็นดู
 
จะเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า เขาไม่รู้หรอก..เพราะวันนี้หมอตรวจดูอาการเบื้องต้น และนัดให้ไปหาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
 
ใครจะว่าเขานิสัยเสีย อวดดี โกหกหรือหลอกลวงก็ช่าง
 
มิยูกิไม่สนใจ ขอแค่ให้เจ้านี่ เอ๊ย..พิทเชอร์ สบายใจก็พอ
 
"งั้นค่อยยังชั่ว--"
 
 
"อ้าว? เฮ้! นายจะไปไหน?"
 
เจ้าของห้องร้องลั่น เมื่อเห็นอีกฝ่ายหอบหิ้วผ้าห่มตั้งท่าจะเดินออกจากห้อง
 
"ก็กลับไปนอนห้อง นายบอกไม่เป็นไรแล้วหนิ"
 
มิยูกิลุกพรวดไปปิดไฟ แล้วลากแขนจอมซื่อบื้อมานั่งบนเตียง
 
"นอนนี่แหละ ขืนกลับไปตอนนี้ นายโดนคุราโมจิเล่นงานตายแน่"
 
ซาวามูระสั่นหน้าปฏิเสธ จะนอนด้วยกันได้ไง เตียงเล็กนิดเดียว เกิดดิ้นชนมิยูกิเจ็บหนักขึ้นมาอีก ทุกคนในทีมได้รุมด่าเขาพอดี เจ้าของห้องกรอกตา..ปกติโง่แสนโง่คราวนี้เกิดฉลาดขึ้นมาซะงั้น!
 
อุตส่าห์มีเหยื่อมาให้แกล้งถึงห้อง ปล่อยไปง่ายๆ ก็ไม่ใช่มิยูกิแล้ว
 
"เหวออออ!!"
 
ดูเหมือนแคทเชอร์จะมือไวกว่า จึงสามารถคว้าเอวพิทเชอร์ไว้ทันก่อนจะลุกหนีเป็นครั้งที่สอง ซาวามูระหงายหลังผลึ่งลงบนเตียง โดยมีสองแขนของมิยูกิโอบรัดแน่น
 
"มะ มะ มิยูกิ.."
 
"อย่าดิ้นสิ นอนด้วยกันที่นี่เถอะ เผื่อฉันปวดแผลขึ้นมากลางดึก นายจะได้ช่วยหยิบยา.."
 
มิยูกิกระซิบเบาๆ ข้างหู เล่นเอาซาวามูระหน้าแดงแปร๊ด หัวใจเต้นโครมครามแทบจะกระเด็นหลุดออกมา มือไม้พาลอ่อนยวบทำอะไรไม่ถูก จะผลักก็ไม่กล้า จะเงยหน้าเถียงยิ่งแล้วใหญ่ แค่ฝ่ายนั้นทำเสียงแบบนี้เขาก็ใจอ่อนแล้ว ขืนสบตามองใบหน้าหล่อๆ นั่น คงเป็นลมตายกันพอดี
 
มิยูกิไอ้บ้า! ซาวามูระแอบก่นด่าในใจ ขณะซ่อนหน้าแดงก่ำกับอกมิยูกิแก้เขิน
 
กัปตันหนุ่มยิ้มแป้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมจำนนโดยดี หากมีหมอนี่อยู่ในอ้อมกอดแบบนี้ตัวเองคงจะหายเร็วแน่..
 
หรือไม่ก็...ให้หมอนี่อยู่ในอ้อมกอดของเขาตลอดไป น่าจะดีที่สุด
 
............................
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อร้ายยยเขิน มิยูกิเนียนตลอดเอย์จังน่ารักนึกหน้าตอนร้องไห้ออกเลย

#7 By 001 (171.96.185.215|171.96.185.215) on 2015-04-29 22:52

มิยูกิ... แผนสูงตลอดอะ พ่อคุณ จะเป็นทานูกิไปถึงไหน สงสารลูกหมาเอย์จุนบ้างเถิด เกิดมานี้ไม่เคยฉลาดตามนายทันเลย 555+
พ่อกัปตันจอมเจ้าเล่ห์ แขนที่ปวดน่ะ อย่าให้เห็นเชียวนะว่าเอาแขนเจ็บๆ ไปทำอะไรที่มันบากะเฮนไตเมกาเนะ(?)อะ เดี๋ยวจะให้คุราโมจิกระโดดถีบยอดหน้าให้ดู
ปล. แต่งอีกนะคะ อยากอ่านอีก ชอบคู่นี้ที่สุดเลย

#6 By nagisashin on 2015-03-12 16:25

เขินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน  ฮ่าๆ  ฉลาดจริงๆพ่อคุณณณณณ
เจ้าทึ่มเนี่ย  น่ารักจริงๆ  ชอบมากเวลาซาวามูระเค้าร้องไห้  อิอิ
มิยูกิแกล้งให้ร้องไห้ ชอบๆ  ฟินค่าาา 

#5 By ขี้ข้าพระอินทร์ (180.183.40.59|180.183.40.59) on 2015-03-06 01:39

หล่อทำได้ทุกอย่าง
เกลียดมัน หมั่นไส้ ε=ヾ(;゜ロ゜)ノ
ซาวะจังอย่าไปยอมจ้ะ ฟ้องคุราโมจิเซมไปเลย 
เอาแต่กอดเด๋วไหล่ก็เมื่อยหรอก XP

#4 By Lancelot~!★☆ on 2015-02-24 09:39

ตายค่าาา กองอวยตายยย โอ๊ยยย หวานมดขึ้น อิ่แว่นมาคราวนี้มือไวนะ เป็นฝ่ายรั้งเอย์จุนไว้เองด้วย โอยยย ฟินขร่าาาา ///v///

#3 By G.Ren on 2015-01-08 00:35

อร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย มิยูกิเจ้าเล่ย์อะ

#2 By Death Tear on 2014-12-20 15:08

ฮึ่ยยย /เขินมิยูกิร้อยตลบ
กัปตันขี้โกงมากกกกกกกกก
"อย่าดิ้นสิ นอนด้วยกันที่นี่เถอะ เผื่อฉันปวดแผลขึ้นมากลางดึก นายจะได้ช่วยหยิบยา.." <<< นายจะปวดหรือน้องจะปวด พูดดีๆนะ--- #โดนเอย์จังไนซ์พิชชิ่ง
ฟินมากกกค่ะ v////v แอบอิจฉาเอย์จังด้วย ฮืออ

#1 By (182.52.197.185|182.52.197.185) on 2014-12-17 22:37