[DNA Aufic] As Tear Go By_1 (Misawa)

posted on 31 Dec 2014 13:07 by chaste-child
ฟิคนี้เป็นฟิควายค่ะ (ชายxชาย) ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้เลยค่ะ
..................................................
 
Title: As Tear Go By ตอน 1
 
Pairing: Miyuki x Sawamura
 
notes: ติดใจ baby eijun ของคุณ Crealle (Crealle's blog/kjunginger.tumblr.com) 
            เลยแอบเพ้อต่อ แต่ก็เป็น misawa อยู่ดี// ฟิคนี้ ทั้งคู่ห่างกันแปดปีค่ะ)
.................................................
 
 
"....ครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ แล้วผมจะตักเตือนเขาอีกที.."
 
 
เพราะประโยคแสนสุภาพดังกล่าวแท้ๆ ทำให้คาวาคามิ โนริฟูมิ ถึงกับยอมละสายตาจากงานตรงหน้าแล้วหันมองคนพูดด้วยความสงสัยเต็มแก่ ก็ไอ้ท่าทางพยายามกลั้นหัวเราะสุดฤทธิ์ มันคนละเรื่องกับคำพูดนั่นเลยน่ะสิ!?
 
ทันทีที่วางโทรศัพท์ลง มิยูกิก็ปล่อยเสียงหัวเราะพรืดใหญ่ออกมา
 
"เอย์จังก่อเรื่องอีกล่ะสิ" ชิราสุเพื่อนร่วมงานอีกคนเอ่ยดักคอ ความที่คบหากันมานานแค่เห็นสีหน้ามิยูกิตอนรับโทรศํพท์จึงพอเดาเรื่องราวออก
 
"แล้วผลการแข่งขันเป็นไงบ้าง?" คาวาคามิรีบถามต่อ
 
มิยูกิอมยิ้ม "ก็แพ้เหมือนทุกครั้งแหละ แต่คราวนี้เจ้าบ้านั่นดันต่อยหน้าคู่แข่งกลางสนาม ต่อหน้ากรรมการอีกต่างหาก อาจารย์เขาเลยโทรมาฟ้องฉัน"
 
"น่าสงสารเอย์จัง อุตส่าห์พยายามฝึกซ้อมอย่างหนัก เดี๋ยวเลิกงานฉันแวะซื้อขนมปลอบใจหน่อยดีกว่า" คาวาคามิรำพึงเสียงเศร้า พาให้คนฟังส่ายหน้า เพราะคนที่น่าสงสารน่าจะเป็นคนโดนต่อยมากกว่า
 
"แล้วเรื่องเรียนต่อล่ะ..จะเอายังไง?" ชิราสุหันมาถามคนเป็นผู้ปกครอง จำได้ว่าโรงเรียนของเอย์จังมีแค่มอต้นเท่านั้น และนี่ก็เป็นปีสุดท้ายแล้วด้วย
 
"คงเป็นที่เดียวกับกลุ่มเพื่อนเขานั่นแหละ ช่วงนี้เห็นออกไปติวหนังสือด้วยกันทุกเย็น"
 
"นายไม่คิดจะ--" คาวาคามิพูดยังไม่ทันจบ ชิราสุซึ่งอยู่โต๊ะข้างๆ รีบถลึงตาห้าม คนตั้งใจจะพูดเลยเสยิ้มแห้งก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ
 
มิยูกิลอบถอนหายใจ เขาพอจะเดาออกว่าโนริอยากถามอะไร คงเป็นคำถามที่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ล่ะมั้ง..
 
.......................
 
 
เลิกงาน มิยูกิหอบขนมกล่องใหญ่ที่โนริฝากมาให้สมาชิกร่วมห้องอีกคน ซาวามูระ เอย์จุน เด็กน้อยจอมจุ้นของทุกคนที่บัดนี้อายุ 15 ปีแล้ว
 
 
ห้าปีแล้วสิ ที่เขาอยู่กับเอย์จัง
 
ห้าปีแล้ว...ที่ใครบางคนทิ้งเขาไป..
 
 
มิยูกิ คาซึยะ เลิกคิ้ว ชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นใครคนหนึ่งกำลังทุบประตูห้องเขา และร้องตะโกนอย่างเอาเป็นตายให้คนด้านในเปิดออกมา
 
เจ้าของห้องส่ายหน้าสุดเซ็ง หมอนี่มาทีไรเป็นแบบนี้ทุกที พวกนายจะหาเรื่องให้ฉันซวยซ้ำซวยซ้อนรีไงฟร่ะ!!! อพาร์ตเม้นต์แสนสบาย ใจกลางเมือง ใกล้สถานีรถไฟ ในราคานี้ หาไม่ได้ง่ายๆ นะเฟ้ย!
 
"เฮ้! นายกำลังส่งเสียงดังรบกวนคนอื่นนะ เมย์"
 
ชายหนุ่มเจ้าของชื่อ ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระด้วยท่าทางเอาแต่ใจตัวเอง แค่นเสียงฮี! "ช่วยไม่ได้ ก็ไอ้เด็กเวรนั่นไม่ยอมเปิด"
 
มิยูกิรีบไขกุญแจเปิดห้อง โดยมีอีกคนเดินเชิดหน้าตามหลังมาติดๆ
 
 
"กลับมาแล้ว.."
 
มิยูกิส่งเสียงทักเด็กหนุ่มซึ่งยืนหน้าบึ้งตึงตาขวางใส่คนข้างหลังเขา ประกาศความเป็นอริชัดเจน
 
"เอย์จุน ขออะไรให้เมย์ดื่มหน่อยสิ"
 
"ไม่ต้องเลย..ฉันทำเองดีกว่า ขืนให้ไอ้เด็กบ้านี่ทำ เดี๋ยวมันแกล้งฉันเหมือนครั้งที่แล้ว" คนพูดก้าวฉับๆ ตรงไปจัดการชงเครื่องดื่มให้ตัวเองเสร็จสรรพ ก่อนจะพาตัวมานั่งบนโซฟาราวกับเป็นเจ้าของห้องเสียเอง
 
มิยูกิหัวเราะขำ ครั้งที่แล้วเอย์จุนแกล้งใส่เกลือแทนน้ำตาลในกาแฟให้เมย์ดื่ม ทำให้เมย์โมโหแทบตาย
 
สองคนนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมาตั้งแต่พบกันครั้งแรก จนบัดนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน
 
 
"วันนี้คุณครูนายโทรมา--คราวหน้าอย่าทำอีกล่ะ ฉันเบื่อจะฟังแล้ว...และนี่ขนมที่นายชอบ โนริฝากมาปลอบใจ จะเอาไปกินกับเพื่อนก็ได้" มิยูกิส่งขนมกล่องโตให้เด็กหนุ่มซึ่งสะพายกระเป๋าเรียบร้อย เตรียมตัวจะออกไปติวหนังสือที่บ้านเพื่อนเหมือนเช่นเคย
 
"เชอะ! แพ้อีกล่ะสิ เลิกเล่นดีกว่ามั้ง? ฝีมือห่วยแตกขนาดนี้..แต่ถ้ายอมก้มหัวขอร้องดีๆ ฉันอาจใจอ่อนยอมสอนให้สักลูกสองลูก.." เสียงเย้ยเปรยลอยมาจากคนที่นั่งจิบกาแฟบนโซฟา
 
"ฮึ! ใครจะอยากขว้างลูกงี่เง่าแบบนั้น!"
 
"หนอย..ไอ้เด็กปากเสีย!! ฉันน่ะพิทเชอร์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นนะเว้ย!!"
 
"ก็แค่ฟลุ๊กมากกว่า..."
 
เสียงโต้เถียงของผู้ใหญ่กับเด็ก ทวีความดังขึ้นเรื่อยๆ มิยูกิส่ายหน้าหน่ายใจ พวกนายอายุเท่าไรกันแล้วเนี่ย ยังทะเลาะกันเป็นเด็กห้าขวบ เขาจึงตัดบทโดยการบอกให้เอย์จุนรีบไปหาเพื่อนได้แล้ว จะได้ไม่ต้องกลับมาดึก
 
เด็กหนุ่มหน้าบึ้งยอมเชื่อฟังโดยดี แม้ในใจจะนึกโมโห ฮี! เป็นแบบนี้ทุกที พอเจ้าพิทเชอร์งี่เง่านั่นมาหาทีไร มิยูกิก็ไล่เขาออกไปทุกครั้ง บอกผู้ใหญ่จะคุยกัน ตอนนี้เขาอายุ 15 แล้วนะ ไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อน ปีหน้าก็จะเข้ามอปลาย
 
 
สิ้นเสียงประตูปิดลง เอย์จุนออกไปแล้ว มิยูกิหันมาเตือนเพื่อนด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง
 
"เมย์ ถ้าจะมาหาเรื่องเอย์จุนล่ะก็...คราวหน้าไม่ต้องมา"
 
เมย์เบ้ปาก ล้อเล่นนิดเดียว โกรธไปได้ "เออ..รู้แล้วน่า"
 
"งั้นนายมีธุระอะไร?"
 
"ก็เรื่องที่คุยวันก่อนนั่นแหละ น่า...คาซึยะ แค่สามเดือนก็ยังดี โค้ขคุยกับผู้จัดการแล้ว เขาอยากให้นายมาช่วยจริงๆ ตอนนี้เจ้าเด็กนั่นโตแล้วนะ อยู่คนเดียวไม่ตายหรอก แต่ถ้านายเป็นห่วงนัก ฉันจะให้อิทสึกิมาอยู่เป็นเพื่อน"
 
มิยูกิถอนหายใจ ก็จริงอย่างเมย์พูด เอย์จุนไม่ใช่เด็กเหมือนก่อน เขาคงเอามาเป็นข้ออ้างไม่ได้ อีกอย่างเมย์กับเขาเป็นเพื่อนกันมานาน เคยช่วยเหลือตอนเขาลำบาก จะปฏิเสธตลอดคงไม่ดี แล้วงานผู้ช่วยโค้ชทีมใหญ่ขนาดนี้ ก็น่าสนใจมิใช่น้อย ที่สำคัญ เอย์จุนกำลังจะขึ้นมอปลาย ไม่กี่ปีก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่ายต่างๆ คงต้องเพิ่มทวีคูณ เขาควรหาเงินสำรองไว้ ถึงเวลานั้นจะได้ไม่ฉุกละหุก
 
"ตกลง..."
 
.........................................
 
 
"ทำไมนายไม่ชอบคุณนารุมิยะ เมย์ ฉันว่าเขาเท่ออก เล่นก็เก่ง แถมกำลังดังเอามากๆ"
 
วากานะโพล่งถามขณะนั่งติวหนังสือด้วยกัน วันนี้เอย์จุนมาบ้านเธอด้วยสีหน้าบูดสนิท ถามไปถามมาจึงรู้เรื่อง
 
เธอล่ะแปลกใจจริง เอย์จุนชอบเล่นเบสบอลเป็นชีวิตจิตใจ แต่กลับไม่ชอบดูเกมการแข่งขัน ขนาดคุณมิยูกิเอาตั๋วทีมดังมาให้หลายครั้ง ก็ไม่ยอมไป แล้วนี่มีพิทเชอร์ชื่อดังมาเยี่ยมถึงบ้าน แทนจะขอลายเซ็นหรือรูปถ่าย (มาฝากเธอกับเพื่อนๆ ก็ยังดี) กลับเหม็นขี้หน้าเขาเสียนี่ พอเธอฝากขอ ก็โกรธใหญ่
 
"ก็..ก็ หมอนั่นขี้เก็ก แล้วก็อวดดีสุดๆ" เอย์จุนอึกอัก ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะเหตุผลส่วนใหญ่ที่เขาไม่ชอบหมอนี่ล้วนมาจากความอิจฉาส่วนตัวทั้งนั้น เด็กหนุ่มลองนับนิ้วในใจทีละข้อ
 
ข้อหนึ่ง หมอนั่นเป็นพิทเชอร์ที่นิสัยแย่มาก หลงตัวเอง ชอบอวดเบ่ง เอาแต่ใจตัวเอง
 
ข้อสอง หมอนั่นเป็นพิทเชอร์  แถมเคยได้จับคู่แบตเตอรี่กับมิยูกิด้วย..นั่นเป็นฝันของเขาเชียวนะ
 
ข้อสาม ขนาดมิยูกิเลิกเล่นแล้ว หมอนั่นก็ยังชอบมายุ่ง เดี๋ยวชวนไปโน่นชวนไปนี่ โดยไม่ยอมให้เขาไปด้วย
 
ข้อสี่ หมอนั่นรู้จักมิยูกิก่อนใครเพื่อน
 
ข้อห้า หมอนั่นเป็นคนเดียวที่ได้เรียกชื่อมิยูกิ มันน่าโมโหไหมล่ะ? เขาอยู่กับมิยูกิตั้งหลายปีแล้ว ยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้เรียกเลย
 
พอคิดถึงตรงนี้ทีไร เอย์จุนก็หน้าสลดลงโดยไม่รู้ตัว เขาน้อยใจนะ เพราะเหมือนระหว่างเขากับมิยูกิมีกำแพงใหญ่ขวางกั้นอยู่ แต่บางทีเขาอาจคิดมากไปเอง เด็กหนุ่มพยายามปลอบใจตัวเอง
 
...............................
 
 
"กลับมาแล้วครับ.."
 
ไม่มีเสียงตอบรับ ภายในห้องมืดสนิท เอย์จุนถอนหายใจ  มิยูกิคงออกไปข้างนอกกับเจ้าพิทเชอร์นิสัยแย่นั่นตามเคย
 
พอเปิดสวิทช์ไฟ แสงสว่างส่องให้เห็นบนโต๊ะอาหารมีกับข้าวทำเตรียมไว้ให้แล้ว กับกระดาษโน้ตทิ้งข้อความว่าออกไปข้างนอก ให้เขานอนก่อน ไม่ต้องรอ แสดงว่ามิยูกิคงกลับดึก
 
เอย์จุนนึกอยากอดอาหารประท้วง อีกฝ่ายจะได้รู้ว่าเขาไม่ชอบกินข้าวคนเดียว แต่ท้องเริ่มร้อง และกับข้าวที่มิยูกิทำให้ก็น่ากินซะด้วย เด็กหนุ่มเลยนั่งลงจัดการทั้งหมดจนเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว
 
เขาเก็บจานชามทำความสะอาด อาบน้ำจนเรียบร้อย มิยูกิก็ยังไม่กลับมา เอย์จุนทิ้งตัวบนเตียงนอน พลิกหน้าซุกกับหมอน
 
 
เขาควรจะชินได้แล้ว กับการอยู่คนเดียว..
 
เขาเข้าใจดี การที่มิยูกิไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเขา เพราะเจ้าตัวต้องทำงานหนัก เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูส่งเสียเขาจนได้เรียนหนังสืออย่างทุกวันนี้
 
ห้าปีมาแล้ว ที่ฝ่ายนั้นยอมสละความสุขส่วนตัว ทิ้งอาชีพการเป็นนักเบสบอล มาดูแลเด็กที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเป็นอะไรกันเลยสักนิดอย่างเขา
 
..เพียงเพื่อสานต่อความฝันของคนๆ หนึ่ง ที่สำคัญมากของมิยูกิ
 
โชคชะตาคงเล่นตลก....เพราะบังเอิญทั้งเขาและมิยูกิ มีคนสำคัญเป็นคนๆ เดียวกัน
 
 
....โยจัง...
 
ถ้าโยจังยังอยู่.....เอย์จุนกระพริบตาไล่หยดน้ำที่เอ่อล้นออกมา
 
มิยูกิคงจะยิ้ม หัวเราะ และมีความสุขมากกว่านี้...

 
....................................
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ได้กลิ่นดราม่าลอยมา รอตอนต่อไปนะคะมันค้างมากกก

#6 By 001 (171.96.185.215|171.96.185.215) on 2015-04-29 22:42

โย? มจจิเหรอคะ

#5 By HIGHFAM on 2015-04-09 10:27

ฮือออออ  ดีใจ  เจอแฟนฟิคคู่นี้ คู่โปรดเราเลยค่ะ 
ชอบมากมายก่ายกองงงงงงง  แนวนี้ด้วย  น่าสนใจสุดๆ   แต่เปิดมาก็มีเค้าลางมาม่ามาเลย  แต่ชอบค่ะ
ลุ้นๆตอนต่อไปนะคะ  มาต่อไวไวน้าาาาาาาา
ปล.โยอิจิ? โอย  คิถึงเสียงหัวเราะชะมัด

#4 By ขี้ข้าพระอินทร์ (180.183.40.59|180.183.40.59) on 2015-03-06 01:30

คุราโมจิ โยอิจิ!? cry

#3 By (110.171.167.55|110.171.167.55) on 2015-01-24 21:30

โย? โยรุอิจิ?

#2 By (110.171.167.55|110.171.167.55) on 2015-01-24 21:29

//กระพริบตาปริบ ๆ 
โย.. โย.. ใครหว่า (._. #ตัวละครเรื่องนี้เยอะซะด้วย

#1 By G.Ren on 2015-01-07 22:38