[DNA Aufic] As Tear Go By_2 (Misawa)

posted on 08 Mar 2015 16:18 by chaste-child
ฟิคนี้เป็นฟิค y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้เลยค่ะ
.............................................
 
Title: As Tear Go By ตอน 2
 
Pairing: Miyuki x Sawamura
 
notes:  ทั้งคู่ห่างกันแปดปีค่ะ
.........................................................
 
 
ตั้งแต่เกิดจนจำความได้ เอย์จุนอยู่กับปู่สองคนภายในบ้านซึ่งเป็นเพียงห้องเช่าเล็กๆ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แต่เขาไม่เคยเหงาหรอกนะ เพราะมีพี่ชายข้างบ้านคอยเป็นเพื่อนตลอดเวลา ถึงหน้าจะดุและนิสัยโหดแค่ไหน แต่โยจังหรือ คุราโมจิ โยอิจิ ที่ใครต่อใครขนานนามว่าเป็นตัวแสบ ก็ใจดีกับเขาเสมอ คอยรับส่งดูแลทุกวันแทนปู่ที่ต้องออกไปทำงานกว่าจะกลับก็มืดค่ำแล้ว
 
 
"โยจัง! ไปด้วยคนน๊า"
 
หลังเลิกเรียน เอย์จุนในวัยอนุบาลมักจะตามคุราโมจิไปยังสนามเบสบอลริมแม่น้ำเป็นประจำ ซึ่งหนุ่มมอต้นหัวทองก็ไม่เคยปฏิเสธ ยกเว้น..
 
"ไม่ได้เฟ้ย! วันนี้มีธุระ นายเล่นกับคนอื่นก่อน เดี๋ยวฉันมารับ"
 
เด็กน้อยหน้าสลดวูบด้วยความผิดหวัง แต่แว่บเดียวก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นดีใจ เมื่อนึกบางอย่างออก
 
วันนี้โยจังหน้าบึ้งแสดงว่ากำลังอารมณ์ไม่ดี งั้นธุระของโยจังต้องเป็นการไปเล่นงานพวกเกเรที่ไหนสักแห่งแน่เลย เด็กน้อยรีบดึงแขนคนตัวโตพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนขอตามไปด้วยคน
 
"ไม่ต้องเลยเจ้าเด็กบ้า! คราวนี้ฉันไม่ใจอ่อนแน่" คุราโมจิแยกเขี้ยวตวาด ขืนพาไปด้วยเดี๋ยวโดนลูกหลงบาดเจ็บกลับมา แถมเจ้านี่ยังปากมาก คราวก่อนอุตส่าห์บอกให้เงียบ ดันเอามาคุยโม้จนเขาโดนพี่สาวลงโทษให้อดมื้อเย็นฐานไปมีเรื่องกับคนอื่น แล้วยังพาเอย์จังไปอึกต่างหาก ซวยชะมัด!
 
ตะ แต่ เขาจะใจแข็งได้รึเปล่า? ----นั่นไง มาแล้ว...
 
"ฮึก อึก ฮือ ฮือ โยจังใจร้าย...ฮือ ฮือ.." เอย์จุนเบะปากสะอื้น ยกหลังมือปาดน้ำตาที่ร่วงพรูไม่หยุดจนหน้าตาเลอะเทอะ
 
คุราโมจิแทบจะทึ้งหัวตัวเองให้ตายรู้แล้วรู้รอด พยายามทำใจแข็งสุดฤทธิ์ ไม่มองหน้าเจ้าเด็กขี้แยที่เขาทั้งรักทั้งห่วงและดูแลมาตั้งแต่เล็กจนเหมือนเป็นน้องชายคนสำคัญ
 
บรรดาเด็กเกเรหรือคนแถวนี้ต่างรู้ดี ขืนใครกล้ารังแกซาวามูระ เอย์จุน เป็นโดนคุราโมจิ ตัวแสบผู้ไม่กลัวใครเล่นงานปางตายแน่
 
"ฮือ ฮือ แง แง๊...." เด็กเจ้าน้ำตาตะเบ็งเสียงร้องดังขึ้น สองแขนน้อยกอดขาอีกฝ่ายแน่นไม่ยอมปล่อย
 
"เออ เออ เออ โว๊ย! หยุดร้องได้แล้ว" คุราโมจิย่อตัวลงเช็ดน้ำตาเจ้าเด็กขี้แยจนแห่งสนิท ก่อนกำชับหนักแน่น ให้ดูอยู่ห่างๆ ห้ามเข้าใกล้และห้ามเข้ามายุ่งเด็ดขาด เอย์จุนพยักหน้ารับปากแข็งขัน
 
 
 
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ท้องฟ้าเริ่มมืดลง คุราโมจิเดินจูงมือเด็กหน้าหน้าตามอมแมมแก้มข้างหนึ่งเขียวช้ำ กระนั้นเจ้าตัวเล็กยังหัวเราะร่าเริง
 
"คราวหน้าฉันไม่พานายไปอีกแล้ว" คุราโมจิบ่นอุบกับตัวเอง ถูกพี่สาวด่าเรื่องเล็ก แต่เห็นเอย์จุนมีแผลเพราะเขาไม่ทันระวังนี่สิ..เจ็บใจชะมัด
 
อุตส่าห์สั่งนักสั่งหนาให้อยู่ห่าง คอยดูเฉยๆ เจ้าเด็กหัวดื้อดันวิ่งเข้ามาหวังจะช่วยเพราะเห็นเขาถูกพวกนั้นรุมเล่นงาน เอย์จุนเลยโดนเหวี่ยงกระเด็น พอเห็นเท่านั้นคุราโมจิยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จัดการพวกนั้นจนนอนกองอยู่กับพื้น แล้วรีบพาเอย์จุนกลับไปใส่ยา
 
คราวหน้าเขาจะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด คุราโมจิสาบานกับตัวเอง!!
 
หนุ่มมอต้นเหลือบมองเด็กน้อยที่ยังกระโดดโลดเต้นพูดไม่หยุดปากถึงความเก่งกาจของเขาในการซัดคู่ต่อสู้เสียหมอบ ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจแผลฟกช้ำของตนเองเลยสักนิด เซ้าซี้ให้เขาสอนชกต่อยอยู่นั่นแหละ บอกเผื่อคราวหน้าจะได้ช่วยเต็มที่
 
คุราโมจิพูดไม่ออก ขืนตามใจหรือมีเรื่องให้เอย์จุนเห็นบ่อย ต่อไปเจ้าตัวน้อยอาจกลายเป็นเด็กเกเร คงไม่ดีแน่ เอางี้ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะสอนเอย์จุนเล่นเบสบอลดีกว่า
 
.........................................
 
ถ้าถามช่วงไหนที่ชีวิตเขามีความสุข เอย์จุนคงตอบได้ทันทีว่าช่วงที่ได้เล่นเบสบอลกับโยจัง ได้หัดขว้างลูก ได้เฝ้าดูโยจังคนเก่งเล่นเบสบอล เขาล่ะเป็นปลื้มเวลาได้ยินคนรอบสนามเอ่ยชมฝีเท้าและทักษะการเล่นของโยจัง จึงไม่แปลกที่มีหลายโรงเรียนสนใจจะให้โควต้าโยจังเข้าเรียนมอปลาย
 
แต่วันหนึ่งเอย์จุนสังเกตเห็นโยจังไม่ร่าเริงเหมือนเคยและบ่นจะเลิกเล่นเบสบอล คุณป้าพี่สาวของโยจังบอกว่า โรงเรียนที่เคยสนใจพอได้ยินเรื่องพฤติกรรมมีเรื่องชกต่อยของโยจังเลยปฏิเสธกันหมด
 
เอย์จุนโกรธมาก พวกนั้นใจร้าย โยจังทำไปเพราะปกป้องเพื่อนๆ ต่างหาก ความจริงโยจังเป็นคนใจดีที่สุด คุณป้ายิ้มด้วยความเข้าใจและขอเขาเป็นกำลังใจให้โยจังหาโรงเรียนได้
 
เอย์จุนรับคำหนักแน่น เพื่อโยจังแล้วจะให้เขาทำอะไรก็ได้
 
แต่เอย์จุนไม่คิดเลย สิ่งที่เขาทำได้เป็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องแอบร้องไห้คนเดียว เมื่อโยจังได้รับการทาบทามจากเซย์โด โรงเรียนชื่อดังและมีชื่อเสียงด้านเบสบอล
 
ครั้งแรกที่รู้ข่าว เอย์จุนดีใจจนกระโดดตัวลอย โยจังสมหวังแล้ว! แต่พอรู้ว่าโยจังต้องไปโตเกียว และเขาจะไม่ได้เจอโยจังอีกนาน น้ำตาเอย์จุนก็ไหลพราก แม้ในใจอยากร้องตะโกนว่าอย่าไป....แต่เอย์จุนได้แต่ฝืนยิ้มยืนโบกมือส่งโยจังขึ้นรถ เขาไม่ควรเห็นแก่ตัวขัดขวางความฝันของโยจัง
 
โยจังกลับมาเยี่ยมเขาสม่ำเสมอ เล่าเรื่องเบสบอลแสนสนุกและการฝึกแสนโหด เอย์จุนดีใจที่เห็นโยจังมีความสุข เซย์โดต้องเป็นโรงเรียนที่ดีแน่ ไว้เขาโตเมื่อไรจะขอปู่ไปเรียนที่นั่นบ้าง
 
ยังไม่ทันที่ฝันของเอย์จุนจะเป็นจริง ปู่ก็ไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาล แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย เอย์จุนเคว้งคว้างได้แต่ร้องไห้ทุกวัน แม้คุณป้าพี่สาวของโยจังจะรับเขามาอยู่ด้วยชั่วคราว แต่เด็กน้อยก็รู้ดีอีกไม่นานเขาคงต้องถูกส่งไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพราะนอกจากปู่แล้วเขาไม่มีใครอีกเลย คุณป้าเองก็ภาระเยอะต้องทำงานหาเลี้ยงทั้งลูกและปู่ของโยจัง คงไม่สามารถให้เขาอยู่ด้วยได้ตลอดไป
 
 
แล้ว...โยจังก็กลับมา ช่วยเขาเก็บของ ซ้ำบอกจะรับเขาไปอยู่ด้วย เอย์จุนตาโตร้องตะโกนด้วยความดีใจ
 
"จะได้ไปอยู่เซย์โด จะได้เล่นเบสบอลกับโยจัง เย้!!"
 
พอเขาตะโกนออกไป ก็มีเสียงหัวเราะดังลั่น
 
เอย์จุนรีบหันควับหาต้นเสียง เพิ่งนึกได้ โยจังไม่ได้มาคนเดียวแต่พาเพื่อนมาด้วยคนหนึ่ง
 
คนใส่แว่นหัวเราะลั่นพลางเอามือกุมท้อง "ฮ่า ฮ่า เจ้าเด็กนี่ซื่อบื้อชะมัด! เซย์โดเป็นโรงเรียนมอปลาย เขาไม่รับเด็กประถมอย่างนายหรอก"
 
เอย์จุนค้อนควับ อายจนหน้าแดง พร้อมนึกเขม่นหน้า (ไอ้) เจ้าแว่นคนนี้ทันที เขาจะไปรู้เรื่องนั้นได้ไงล่ะ
 
ตอนแรกเอย์จุนไม่ชอบมิยูกิสักนิด เพราะฝ่ายนั้นมักบ่นว่าโยจังเรื่องหาภาระใส่ตัว อยู่หอพักโรงเรียนดีๆ ไม่ชอบ ต้องออกมาหาหออยู่ข้างนอก แถมต้องทำงานพิเศษอีก ทั้งที่การฝึกซ้อมแต่ละวันก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว
 
น่าแปลกโยจังไม่เคยแสดงท่าทีโกรธเคือง แค่ตวาดกลับให้มิยูกิเลิกยุ่ง เลิกพูดมากเสียที ถึงจะเหมือนทะเลาะกันหรือเถียงกันแทบทุกวัน แต่เอย์จังก็เห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันตลอด และมิยูกินี่แหละเป็นคนรับหน้าที่ดูแลเขาเวลาโยจังไปทำงานพิเศษ
 
คงเพราะอยู่ด้วยกันมากขึ้น เอย์จุนเริ่มเปลี่ยนใจหันมาชอบมิยูกิ เพราะมิยูกิทำอาหารอร่อย และยอมเล่นแคทบอลกับเขาทุกวัน
 
ไม่ว่าเขาจะขว้างลูกแบบไหน มิยูกิก็รับได้หมด...
 
โยจังบอกมิยูกิเป็นแคทเชอร์ที่เก่งมาก ขนาดตอนอยู่ปี 1 ยังได้ลงนิตยสารเลย เป็นสุดยอดแคทเชอร์ที่มีอนาคตไกล
 
มิน่า...หมอนั่นถึงนิสัยเสีย แถมปากร้ายสุดๆ นึกอยากพูดอะไรก็พูดไม่เกรงใจใครสักนิด เอย์จุนคิดในใจ
 
ถึงอย่างนั้น เอย์จุนก็ชอบมิยูกิอยู่ดี
 
 
บางครั้งเขาเคยสงสัย หลังจากโยจังจากไป ทำไมมิยูกิถึงรับเขามาอยู่ด้วย
 
อย่าว่าแต่เอย์จุนเลย
 
มิยูกิเอง ก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน..
 
...................................................................................................................
...................................................................................................................
 
 
 
นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาเที่ยงคืนเศษ เมื่อมิยูกิกลับมา
 
เอย์จุนคงหลับแล้ว
 
มิยูกิเปิดประตูห้องนอนเด