[DNA Fic] Payment (Misawa)

posted on 13 Apr 2015 14:22 by chaste-child
ฟิคนี้ เป็นฟิค y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้เลยค่ะ
.....................................
 
**ขออนุญาตใช้พื้นที่ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ด้วยใจจริงค่ะ (ดีใจมาก) เราไม่ค่อยกล้าคุย เพราะบางทีก็อายกับงานเขียนของตัวเองที่ยังไม่ได้ดังใจเท่าไร เราชอบคิดพล็อต แต่พอบรรยายจริงบางครั้งเหมือนสื่อไม่ถึงที่ตัวเองต้องการ หลายเรื่องถึงยังค้างอยู่ แต่ขอบคุณนะคะที่ถามมา ไม่กล้าบอกเมื่อไร แต่กำลังรื้ออ่านเรื่องเก่าๆ อยู่ อยากคืนชีพพี่โน่กับคุณเคียวเต็มแก่แล้วเหมือนกัน..ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
......................................
 
Title: Payment
 
Pairing: Miyuki x Sawamura
..................................
 
 
"อ๊าากกกก!!!"
 
???
 
ค่ำคืนหนึ่งซึ่งเหมือนกับทุกๆ คืนที่เหล่าสมาชิกชมรมเบสบอลมักจะมารวมตัวกันฝึกซ้อมพิเศษ และเมื่อเสร็จสิ้นต่างก็ทยอยเก็บของเดินออกจากโรงฝึกเพื่อกลับไปพักผ่อนยังห้องพักของตนเอง
 
แต่วันนี้ จู่ๆ พิทเชอร์จอมโวยวายของทีมก็ร้องเสียงหลงขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้หลายคนต้องหันกลับมามองเจ้าของเสียงซึ่งยืนหน้าแดงอยู่รั้งท้ายเป็นตาเดียว รวมถึงมิยูกิที่ยืนอยู่ใกล้สุดก็เหลียวมามองด้วยท่าทางอ่อนใจก่อนเอ่ยปากถาม
 
"มีอะไรอีก บอกแล้วไงว่าวันนี้ซ้อมแค่นี้พอ"
 
"ก็.." คนส่งเสียงร้องทำท่าอึกอักลังเลไม่กล้าพูด ยิ่งเห็นสายตาทุกคู่จ้องมองมาอย่างสงสัย
 
"หนอย! มีปัญหารึไงเจ้าบ้า!! แหกตาดูนาฬิกาสินี่มันกี่โมงกี่ยาม? ไปนอนได้แล้วโว้ย!" คุราโมจิแผดเสียงดังลั่น ตรงรี่เข้ามาล็อคคอรุ่นน้องเจ้าปัญหาเพื่อลากกลับห้อง ไม่สนใจแม้อีกฝ่ายพยายามอธิบายบางอย่าง จะไม่ให้คุราโมจิหงุดหงิดได้ไง ซ้อมในสนามเหนื่อยมาทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น พอถึงเวลาพักผ่อนส่วนตัวแท้ๆ ทุกคนดันเกิดบ้าพลังตามเจ้าซาวามูระ เฮโลมาซ้อมต่อจนเต็มโรงฝึกในร่ม รองกัปตันอย่างเขาจะมัวเล่นเกมอยู่ในห้องก็เสียหน้าแย่ เลยต้องมาฝึกด้วย ดังนั้นขืนปล่อยเจ้านี่ซ้อมต่อไป มีหวังไม่ได้หลับได้นอนกันพอดี
 
ซาวามูระทำคอย่นเมื่อเห็นรุ่นพี่ร่วมห้องออกอาการเอาจริงเลยไม่กล้าหือ จำใจหุบปากเงียบเดินตามหลังกลับห้องต้อยๆ แต่ไม่วายเหลียวกลับมาส่งสายตาอาฆาตยังตัวการที่กำลังเดินหัวเราะหน้าระรื่นอยู่ข้างหลัง
 
..........................
 
 
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
 
 
"เฮ้ วันนี้พอแค่นี้แหละ.."
 
มิยูกิลุกขึ้นยืน ขว้างลูกกลับคืนพลางตะโกนบอก มิใยพิทเชอร์หนุ่มผู้หมายมั่นจะเป็นเอซของทีมเพียรต่อรองขออีกสิบลูก ฝ่ายนั้นก็ใจแข็งสั่นหน้าปฏิเสธลูกเดียว ซ้ำออกคำสั่งให้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อย
 
เอย์จุนหน้างอ ก็รู้หรอกว่ามันดึกแล้ว เพราะหันมองทางไหนมีแต่คนเดินออก รุ่นพี่คุราโมจิเองก็ตะโกนโหวกเหวกไล่รุ่นน้องปีหนึ่งให้กลับไปนอน มิฉะนั้นอาจตื่นสายมาซ้อมเช้าไม่ทันจะถูกลงโทษกันถ้วนหน้า ถึงต่อให้เป็นแบบนั้นตัวเขาก็ยังอยากซ้อมต่ออีกสักนิด เผื่อฝีมือเข้าตาโค้ชจะได้มีโอกาสลงเล่นบ้าง แต่พูดไปอีกฝ่ายก็ไม่ยอมฟังอยู่ดี บอกเหนื่อยแล้ว เอย์จุนเลยจำใจเก็บของเดินคอตกตามหลังมาเป็นคนสุดท้ายพร้อมมิยูกิ
 
ยังไม่ทันก้าวพ้นประตู คนข้างๆ ก็สะกิดให้หยุดเดินแล้วแบมือมาตรงหน้า "ค่าเหนื่อย?"
 
"เอ๋?" หนุ่มปีหนึ่งยืนงงเป็นไก่ตาแตก ค่าเหนื่อย? หมายถึงอะไรหว่า? แล้วไอ้การขอแคทเชอร์มือหนึ่งมาช่วยฝึกซ้อมนอกตารางนี่มันต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้ด้วยเหรอ? พอขยับปากจะเอ่ยถาม ฝ่ายนั้นก็คลี่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ กว่าพิทเชอร์จอมซื่อบื้อจะทันเฉลียวใจหรือรู้ตัว มิยูกิก็ยื่นหน้ามาใกล้แล้วแตะริมฝีปากลงบนปากที่กำลังเผยอจะถามอยู่นั้น แล้วผละออกอย่างรวดเร็ว แถมกระซิบให้พอได้ยินกันสองคน "นี่ไง..ค่าเหนื่อย"
 
ซาวามูระ เอย์จุน ช็อคสนิทยืนอ้าปากค้าง กว่าจะเข้าใจอะไรเป็นอะไร อีกฝ่ายก็เดินตัวปลิวตามคนอื่นไปเรียบร้อยแล้ว พอนึกได้ตัวเองจึงร้องเสียงหลงขึ้น..
 
 
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เวลาเห็นหน้าคนเจ้าเล่ห์คราใด เอย์จุนแทบไม่อยากเฉียดกรายเข้าใกล้ รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ บอกไม่ถูก ผิดกับฝ่ายนั้น ทำท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นิสัยเคยแย่อย่างไรก็ยังแย่อย่างนั้นเหมือนเดิม ขนาดเป็นตั้งกัปตันของทีม เอย์จุนนึกหมั่นไส้ในใจ แสดงว่าเรื่องวันนั้นหมอนั่นคงตั้งใจแกล้งหยอกล้อเขาตามประสาคนนิสัยเสีย ถ้าเขาเอาไปเล่าให้ใครฟังคงมีแต่โดนหัวเราะเยาะ และถ้าโวยวายหรือโมโหตามคงเข้าทางหมอนั่นแหง คิดได้ดังนั้นเอย์จุนเลยเลิกคิดมาก หันมาตั้งใจฝึกซ้อมอย่างเดียว
 
 
การฝึกซ้อมของเอย์จุนดำเนินตามปกติ จนวันหนึ่งหลังเลิกซ้อมพร้อมคนอื่นไม่นาน เขาก็โดนมิยูกิกักตัวไว้
 
"่ค่าเหนื่อย.."
 
น้ำเสียงจริงจังของคนพูด ทำให้พิทเชอร์หมายเลขสิบแปดหัวเราะไม่ออก เขาเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว เพราะมิยูกิเองก็ไม่เคยเอ่ยคำนี้อีกแม้จะซ้อมด้วยกันตามลำพังหลายหน หนุ่มปีหนึ่งพยายามหันซ้ายแลขวาเผื่อมีใครเดินผ่านมาบ้าง แต่เหมือนชะตาลิขิตไว้ ทั้งที่ไม่ดึกสักหน่อย กลับไม่มีใครโผล่มาสักคน ครั้นจะเผ่นหนีฝ่ายนั้นก็ล็อคตัวเขาไว้จนหลังติดผนัง ถอยไม่ได้เลย
 
"อ่า...เอ้า.." พิทเชอร์หนุ่มหัวเราะเสียงแห้ง รีบยื่นขวดน้ำในมือที่เพิ่งกดจากตู้ส่งให้คนตรงหน้า เผื่อน้ำเย็นๆ จะช่วยให้ฝ่ายนั้นหายเหนื่อยได้บ้าง
 
"ซา-วา-มู-ระ"
 
น้ำเสียงเอาเรื่องมาพร้อมกับใบหน้าไร้รอยยิ้มของอีกฝ่าย ทำเอาเอย์จุนหัวหด เริ่มกลัวขึ้นมานิดๆ ตัดใจเงยหน้าหลับตาปี๋ เป็นไงเป็นกัน คราวหน้าจะไม่ขอให้ช่วยอีกแล้วเฟ้ย! เจ้ากัปตันบ้า!!
 
มิยูกิกลั้นยิ้มมองเด็กหนุ่มที่ยืนหลับตาหน้าแดงก่ำ ก่อนจะเชยคางเล็กขึ้น ค่อยๆ ไล้ปลายนิ้วดันเรียวปากให้เผยอออกเล็กน้อย แล้วจึงแนบริมฝีปากของตนเองลงไป
 
เอย์จุนรู้สึกเหมือนใบหน้าเขาร้อนผ่าวแทบไหม้ เมื่อคราวนี้ฝ่ายนั้นมิได้แค่แตะผ่านเหมือนครั้งก่อน แต่จงใจบดและเบียดจนรู้สึกถึงความนุ่มชุ่มชื้นที่กำลังลากไล้ผ่านอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนถูกอีกฝ่ายกลืนกินทีละนิด ในหัวเบลอไปหมด ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมครามแทบจะระเบิดออกมา
 
แม้เป็นจูบที่ใช้เวลาเพียงนาทีเศษ แต่รสสัมผัสและไออุ่นจากร่างอีกฝ่ายที่แนบชิดอยู่นั้น ทำให้พิทเชอร์หนุ่มผู้ไม่ประสาแทบขาดใจด้วยความวาบหวิวอันไม่เคยพบพานมาก่อนในชีวิต เขาอยากผลักออกนะ แต่ไหงเรี่ยวแรงถึงหดหายเกลี้ยง ขนาดขวดน้ำในมือยังหล่นตกกับพื้นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้..และถ้าอีกฝ่ายไม่ประคองไว้เขาคงทรุดลงกองกับพื้นแน่
 
มิยูกิผละออกอย่างอ้อยอิ่ง ในใจคิดอยากต่ออีกสักหน่อย แต่บริเวณนี้ออกจะโจ่งแจ้งเกินไป เกิดใครเดินผ่านมาเจอ เจ้าแมวน้อยนี่คงโกรธเขาตายเลยล่ะ แค่นี้เดี๋ยวก็คงขู่ฟ่อมั้ง เอาไว้คราวหน้าก่อน แคทเชอร์หนุ่มหมายมั่นปั้นมือ
 
"พรุ่งนี้มาซ้อมต่อด้วยล่ะ" คนพูดกำชับด้วยท่าทีปกติ ทว่าสายตายังจับจ้องยังริมฝีปากแดงฉ่ำไม่วางตา คล้ายยังอาวรณ์กับรสชาติใหม่ที่แสนถูกใจ
 
เด็กหนุ่มพอเห็นสายตานั้นแล้วก็รีบเมินหลบอีกทาง สองแก้มแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก ใจหนึ่งอยากซัดหน้าคนเจ้าเล่ห์สักหมัด ฐานชอบแกล้งดีนัก แต่อีกใจก็เสียดายโอกาส การได้ฝ่ายนั้นมาเป็นคนรับลูกให้เป็นสุดยอดความปรารถนา เอย์จุนลอบชำเลืองมองหน้าอีกฝ่าย ครั้นเห็นนัยน์ตาหลังกรอบแว่นฉายแววขบขันราวกับล่วงรู้ความคิดของเขาก็ยิ่งโมโห "ฮึ! พรุ่งนี้นายต้องซ้อมกับเจ้าฟุรุยะไม่ใช่รึไง? เดี๋ยวก็เหนื่อยตายพอดี"
 
มิยูกิหัวเราะหึ หึ โอบไหล่รุ่นน้องดึงเข้าหาตัว กระซิบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ "ไม่ต้องห่วง ฉันมียาแก้เหนื่อย จะให้เล่นกับนายทั้งคืนก็ได้นะ"
 
เด็กหนุ่มหน้าร้อนผ่าวกับคำพูดกำกวมชวนให้ใจเต้นแปลก นึกโกรธทั้งตัวเองและอีกฝ่ายที่แสนขี้โกง รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่มีทางปฏิเสธยังมาทำเป็นพูดจาหวังดี คอยดูเถอะ ฉันเป็นเอซเมื่อไรจะไม่ง้อนายเลย!!
 
..........................................
 
 
ฝ่ายมิยูกินึกสงสัยตัวเองเหมือนกัน เขาไม่เคยคิดจะทำแบบนี้กับใครมาก่อน ต่อให้เป็นผู้หญิงหรือยิ่งเป็นผู้ชายด้วยกันแล้ว เลิกคิดได้เลย เพราะตั้งแต่โตมาในหัวมีแต่เรื่องเบสบอลอย่างเดียว ขนาดเพื่อนสนิทยังแทบไม่มี จนกระทั่งมาเจอเจ้าเด็กจอมเซ่อคนนี้ ไ้ด้ร่วมทีมเดียวกัน เบสบอลที่เคยคิดว่าสนุกแล้วกลับยิ่งสนุกมากขึ้น ความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมของหมอนี่น่าสนใจจนทำให้เขาต้องเหลียวมองและไม่อาจละสายตาได้
 
ส่วนเรื่องจูบแรกเก