[DNA Fic] Payment (Misawa)

posted on 13 Apr 2015 14:22 by chaste-child
ฟิคนี้ เป็นฟิค y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้เลยค่ะ
.....................................
 
**ขออนุญาตใช้พื้นที่ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ด้วยใจจริงค่ะ (ดีใจมาก) เราไม่ค่อยกล้าคุย เพราะบางทีก็อายกับงานเขียนของตัวเองที่ยังไม่ได้ดังใจเท่าไร เราชอบคิดพล็อต แต่พอบรรยายจริงบางครั้งเหมือนสื่อไม่ถึงที่ตัวเองต้องการ หลายเรื่องถึงยังค้างอยู่ แต่ขอบคุณนะคะที่ถามมา ไม่กล้าบอกเมื่อไร แต่กำลังรื้ออ่านเรื่องเก่าๆ อยู่ อยากคืนชีพพี่โน่กับคุณเคียวเต็มแก่แล้วเหมือนกัน..ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
......................................
 
Title: Payment
 
Pairing: Miyuki x Sawamura
..................................
 
 
"อ๊าากกกก!!!"
 
???
 
ค่ำคืนหนึ่งซึ่งเหมือนกับทุกๆ คืนที่เหล่าสมาชิกชมรมเบสบอลมักจะมารวมตัวกันฝึกซ้อมพิเศษ และเมื่อเสร็จสิ้นต่างก็ทยอยเก็บของเดินออกจากโรงฝึกเพื่อกลับไปพักผ่อนยังห้องพักของตนเอง
 
แต่วันนี้ จู่ๆ พิทเชอร์จอมโวยวายของทีมก็ร้องเสียงหลงขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้หลายคนต้องหันกลับมามองเจ้าของเสียงซึ่งยืนหน้าแดงอยู่รั้งท้ายเป็นตาเดียว รวมถึงมิยูกิที่ยืนอยู่ใกล้สุดก็เหลียวมามองด้วยท่าทางอ่อนใจก่อนเอ่ยปากถาม
 
"มีอะไรอีก บอกแล้วไงว่าวันนี้ซ้อมแค่นี้พอ"
 
"ก็.." คนส่งเสียงร้องทำท่าอึกอักลังเลไม่กล้าพูด ยิ่งเห็นสายตาทุกคู่จ้องมองมาอย่างสงสัย
 
"หนอย! มีปัญหารึไงเจ้าบ้า!! แหกตาดูนาฬิกาสินี่มันกี่โมงกี่ยาม? ไปนอนได้แล้วโว้ย!" คุราโมจิแผดเสียงดังลั่น ตรงรี่เข้ามาล็อคคอรุ่นน้องเจ้าปัญหาเพื่อลากกลับห้อง ไม่สนใจแม้อีกฝ่ายพยายามอธิบายบางอย่าง จะไม่ให้คุราโมจิหงุดหงิดได้ไง ซ้อมในสนามเหนื่อยมาทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น พอถึงเวลาพักผ่อนส่วนตัวแท้ๆ ทุกคนดันเกิดบ้าพลังตามเจ้าซาวามูระ เฮโลมาซ้อมต่อจนเต็มโรงฝึกในร่ม รองกัปตันอย่างเขาจะมัวเล่นเกมอยู่ในห้องก็เสียหน้าแย่ เลยต้องมาฝึกด้วย ดังนั้นขืนปล่อยเจ้านี่ซ้อมต่อไป มีหวังไม่ได้หลับได้นอนกันพอดี
 
ซาวามูระทำคอย่นเมื่อเห็นรุ่นพี่ร่วมห้องออกอาการเอาจริงเลยไม่กล้าหือ จำใจหุบปากเงียบเดินตามหลังกลับห้องต้อยๆ แต่ไม่วายเหลียวกลับมาส่งสายตาอาฆาตยังตัวการที่กำลังเดินหัวเราะหน้าระรื่นอยู่ข้างหลัง
 
..........................
 
 
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
 
 
"เฮ้ วันนี้พอแค่นี้แหละ.."
 
มิยูกิลุกขึ้นยืน ขว้างลูกกลับคืนพลางตะโกนบอก มิใยพิทเชอร์หนุ่มผู้หมายมั่นจะเป็นเอซของทีมเพียรต่อรองขออีกสิบลูก ฝ่ายนั้นก็ใจแข็งสั่นหน้าปฏิเสธลูกเดียว ซ้ำออกคำสั่งให้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อย
 
เอย์จุนหน้างอ ก็รู้หรอกว่ามันดึกแล้ว เพราะหันมองทางไหนมีแต่คนเดินออก รุ่นพี่คุราโมจิเองก็ตะโกนโหวกเหวกไล่รุ่นน้องปีหนึ่งให้กลับไปนอน มิฉะนั้นอาจตื่นสายมาซ้อมเช้าไม่ทันจะถูกลงโทษกันถ้วนหน้า ถึงต่อให้เป็นแบบนั้นตัวเขาก็ยังอยากซ้อมต่ออีกสักนิด เผื่อฝีมือเข้าตาโค้ชจะได้มีโอกาสลงเล่นบ้าง แต่พูดไปอีกฝ่ายก็ไม่ยอมฟังอยู่ดี บอกเหนื่อยแล้ว เอย์จุนเลยจำใจเก็บของเดินคอตกตามหลังมาเป็นคนสุดท้ายพร้อมมิยูกิ
 
ยังไม่ทันก้าวพ้นประตู คนข้างๆ ก็สะกิดให้หยุดเดินแล้วแบมือมาตรงหน้า "ค่าเหนื่อย?"
 
"เอ๋?" หนุ่มปีหนึ่งยืนงงเป็นไก่ตาแตก ค่าเหนื่อย? หมายถึงอะไรหว่า? แล้วไอ้การขอแคทเชอร์มือหนึ่งมาช่วยฝึกซ้อมนอกตารางนี่มันต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้ด้วยเหรอ? พอขยับปากจะเอ่ยถาม ฝ่ายนั้นก็คลี่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ กว่าพิทเชอร์จอมซื่อบื้อจะทันเฉลียวใจหรือรู้ตัว มิยูกิก็ยื่นหน้ามาใกล้แล้วแตะริมฝีปากลงบนปากที่กำลังเผยอจะถามอยู่นั้น แล้วผละออกอย่างรวดเร็ว แถมกระซิบให้พอได้ยินกันสองคน "นี่ไง..ค่าเหนื่อย"
 
ซาวามูระ เอย์จุน ช็อคสนิทยืนอ้าปากค้าง กว่าจะเข้าใจอะไรเป็นอะไร อีกฝ่ายก็เดินตัวปลิวตามคนอื่นไปเรียบร้อยแล้ว พอนึกได้ตัวเองจึงร้องเสียงหลงขึ้น..
 
 
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เวลาเห็นหน้าคนเจ้าเล่ห์คราใด เอย์จุนแทบไม่อยากเฉียดกรายเข้าใกล้ รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ บอกไม่ถูก ผิดกับฝ่ายนั้น ทำท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นิสัยเคยแย่อย่างไรก็ยังแย่อย่างนั้นเหมือนเดิม ขนาดเป็นตั้งกัปตันของทีม เอย์จุนนึกหมั่นไส้ในใจ แสดงว่าเรื่องวันนั้นหมอนั่นคงตั้งใจแกล้งหยอกล้อเขาตามประสาคนนิสัยเสีย ถ้าเขาเอาไปเล่าให้ใครฟังคงมีแต่โดนหัวเราะเยาะ และถ้าโวยวายหรือโมโหตามคงเข้าทางหมอนั่นแหง คิดได้ดังนั้นเอย์จุนเลยเลิกคิดมาก หันมาตั้งใจฝึกซ้อมอย่างเดียว
 
 
การฝึกซ้อมของเอย์จุนดำเนินตามปกติ จนวันหนึ่งหลังเลิกซ้อมพร้อมคนอื่นไม่นาน เขาก็โดนมิยูกิกักตัวไว้
 
"่ค่าเหนื่อย.."
 
น้ำเสียงจริงจังของคนพูด ทำให้พิทเชอร์หมายเลขสิบแปดหัวเราะไม่ออก เขาเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว เพราะมิยูกิเองก็ไม่เคยเอ่ยคำนี้อีกแม้จะซ้อมด้วยกันตามลำพังหลายหน หนุ่มปีหนึ่งพยายามหันซ้ายแลขวาเผื่อมีใครเดินผ่านมาบ้าง แต่เหมือนชะตาลิขิตไว้ ทั้งที่ไม่ดึกสักหน่อย กลับไม่มีใครโผล่มาสักคน ครั้นจะเผ่นหนีฝ่ายนั้นก็ล็อคตัวเขาไว้จนหลังติดผนัง ถอยไม่ได้เลย
 
"อ่า...เอ้า.." พิทเชอร์หนุ่มหัวเราะเสียงแห้ง รีบยื่นขวดน้ำในมือที่เพิ่งกดจากตู้ส่งให้คนตรงหน้า เผื่อน้ำเย็นๆ จะช่วยให้ฝ่ายนั้นหายเหนื่อยได้บ้าง
 
"ซา-วา-มู-ระ"
 
น้ำเสียงเอาเรื่องมาพร้อมกับใบหน้าไร้รอยยิ้มของอีกฝ่าย ทำเอาเอย์จุนหัวหด เริ่มกลัวขึ้นมานิดๆ ตัดใจเงยหน้าหลับตาปี๋ เป็นไงเป็นกัน คราวหน้าจะไม่ขอให้ช่วยอีกแล้วเฟ้ย! เจ้ากัปตันบ้า!!
 
มิยูกิกลั้นยิ้มมองเด็กหนุ่มที่ยืนหลับตาหน้าแดงก่ำ ก่อนจะเชยคางเล็กขึ้น ค่อยๆ ไล้ปลายนิ้วดันเรียวปากให้เผยอออกเล็กน้อย แล้วจึงแนบริมฝีปากของตนเองลงไป
 
เอย์จุนรู้สึกเหมือนใบหน้าเขาร้อนผ่าวแทบไหม้ เมื่อคราวนี้ฝ่ายนั้นมิได้แค่แตะผ่านเหมือนครั้งก่อน แต่จงใจบดและเบียดจนรู้สึกถึงความนุ่มชุ่มชื้นที่กำลังลากไล้ผ่านอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนถูกอีกฝ่ายกลืนกินทีละนิด ในหัวเบลอไปหมด ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมครามแทบจะระเบิดออกมา
 
แม้เป็นจูบที่ใช้เวลาเพียงนาทีเศษ แต่รสสัมผัสและไออุ่นจากร่างอีกฝ่ายที่แนบชิดอยู่นั้น ทำให้พิทเชอร์หนุ่มผู้ไม่ประสาแทบขาดใจด้วยความวาบหวิวอันไม่เคยพบพานมาก่อนในชีวิต เขาอยากผลักออกนะ แต่ไหงเรี่ยวแรงถึงหดหายเกลี้ยง ขนาดขวดน้ำในมือยังหล่นตกกับพื้นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้..และถ้าอีกฝ่ายไม่ประคองไว้เขาคงทรุดลงกองกับพื้นแน่
 
มิยูกิผละออกอย่างอ้อยอิ่ง ในใจคิดอยากต่ออีกสักหน่อย แต่บริเวณนี้ออกจะโจ่งแจ้งเกินไป เกิดใครเดินผ่านมาเจอ เจ้าแมวน้อยนี่คงโกรธเขาตายเลยล่ะ แค่นี้เดี๋ยวก็คงขู่ฟ่อมั้ง เอาไว้คราวหน้าก่อน แคทเชอร์หนุ่มหมายมั่นปั้นมือ
 
"พรุ่งนี้มาซ้อมต่อด้วยล่ะ" คนพูดกำชับด้วยท่าทีปกติ ทว่าสายตายังจับจ้องยังริมฝีปากแดงฉ่ำไม่วางตา คล้ายยังอาวรณ์กับรสชาติใหม่ที่แสนถูกใจ
 
เด็กหนุ่มพอเห็นสายตานั้นแล้วก็รีบเมินหลบอีกทาง สองแก้มแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก ใจหนึ่งอยากซัดหน้าคนเจ้าเล่ห์สักหมัด ฐานชอบแกล้งดีนัก แต่อีกใจก็เสียดายโอกาส การได้ฝ่ายนั้นมาเป็นคนรับลูกให้เป็นสุดยอดความปรารถนา เอย์จุนลอบชำเลืองมองหน้าอีกฝ่าย ครั้นเห็นนัยน์ตาหลังกรอบแว่นฉายแววขบขันราวกับล่วงรู้ความคิดของเขาก็ยิ่งโมโห "ฮึ! พรุ่งนี้นายต้องซ้อมกับเจ้าฟุรุยะไม่ใช่รึไง? เดี๋ยวก็เหนื่อยตายพอดี"
 
มิยูกิหัวเราะหึ หึ โอบไหล่รุ่นน้องดึงเข้าหาตัว กระซิบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ "ไม่ต้องห่วง ฉันมียาแก้เหนื่อย จะให้เล่นกับนายทั้งคืนก็ได้นะ"
 
เด็กหนุ่มหน้าร้อนผ่าวกับคำพูดกำกวมชวนให้ใจเต้นแปลก นึกโกรธทั้งตัวเองและอีกฝ่ายที่แสนขี้โกง รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่มีทางปฏิเสธยังมาทำเป็นพูดจาหวังดี คอยดูเถอะ ฉันเป็นเอซเมื่อไรจะไม่ง้อนายเลย!!
 
..........................................
 
 
ฝ่ายมิยูกินึกสงสัยตัวเองเหมือนกัน เขาไม่เคยคิดจะทำแบบนี้กับใครมาก่อน ต่อให้เป็นผู้หญิงหรือยิ่งเป็นผู้ชายด้วยกันแล้ว เลิกคิดได้เลย เพราะตั้งแต่โตมาในหัวมีแต่เรื่องเบสบอลอย่างเดียว ขนาดเพื่อนสนิทยังแทบไม่มี จนกระทั่งมาเจอเจ้าเด็กจอมเซ่อคนนี้ ไ้ด้ร่วมทีมเดียวกัน เบสบอลที่เคยคิดว่าสนุกแล้วกลับยิ่งสนุกมากขึ้น ความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมของหมอนี่น่าสนใจจนทำให้เขาต้องเหลียวมองและไม่อาจละสายตาได้
 
ส่วนเรื่องจูบแรกเกิดได้ไง?
 
อาจด้วยความบังเอิญ เขาแค่อยากแกล้งแหย่เจ้าเด็กปากมากนี่ให้เลิกบ่นเสียที อยากเห็นหน้าตาเด๋อด๋าตกใจเล่น เลยเย้าเรื่องค่าเหนื่อยออกไป ไม่นึกว่า เจ้าทึ่มจะหลงกลคิดเป็นจริงเป็นจัง ยื่นหน้ามาถามเสียใกล้ พอได้เห็นดวงตากลมโตใสซื่อบริสุทธิ์คู่นั้นเบิกกว้าง ปากน้อยช่างจำนรรจาสีแดงเรื่อเผยอออกราวกับผลไม้แรกแย้มเชิญชวนให้ลิ้มชิมรส เขาเลยเผลอตัวโน้มปากแนบลงไป...ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ สาบานได้
 
 
จากนั้น ครั้งที่สาม สี่ ห้า ฯลฯ ก็ตามมาเรื่อยๆ พิทเชอร์แสนซื่อถูกแคทเชอร์คนเก่งเรียกเก็บค่าเหนื่อยแทบจะทุกวัน บางครั้งแม้ไม่มีซ้อมก็ยังไม่เว้น จนพิทเชอร์จอมทึ่มชักจะงงกับตรรกะประหลาดแต่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ที่สำคัญตนเองเริ่มจะชินเสียด้วยซ้ำ จนวันใดพลาดไปเหมือนหัวใจจะโหวงเหวงว่างเปล่าบอกไม่ถูก
 
ความเคยชินเช่นนี้ดีหรือไม่ดีกันแน่?
 
ถ้าการจูบคือการแสดงความรักอย่างหนึ่งตามที่หนังสือการ์ตูนบอก มันก็ต้องมีการสารภาพรักด้วยสิ แต่เจ้ากัปตันบ้านั่นไม่เคยพูดอะไรทำนองนั้นเลยสักครั้ง เอย์จุนพยายามทบทวนจากหลายครั้งที่ผ่านมา
 
แต่ละครั้งหมอนั่นจะแนบริมฝีปากลงมา และค่อยๆ ดูดดื่มริมฝีปากเขาอย่างหนักหน่วงทว่าอ่อนหวานจนเขาแทบขาดใจในความวาบหวิวที่ปั่นป่วนในร่างกาย เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเอาซะเลย ยิ่งคราใดฝ่ายนั้นนึกสนุกอยากแกล้งเขามากขึ้น ก็จะใช้มือสัมผัสเย้าแหย่ลูบไล้ตามตัวเขาราวกับเป็นของเล่น แต่เขาไม่สนุกด้วยหรอกนะ เพราะยิ่งทำแบบนั้นสติสัมปชัญญะยิ่งกระเจิดกระเจิงไปกันใหญ่ เกือบจะร้องไห้ออกมาตั้งหลายครั้ง แทนที่เจ้าบ้านั้นจะเห็นใจกลับยิ่งทำหนักกว่าเดิม เขาเจ็บใจชะมัด!!
 
ถูกกลั่นแกล้งหนักขนาดนี้ หนุ่มจอมซื่ออดสงสัยตัวเองไม่ได้ ไหงเขาถึงมิได้นึกรังเกียจจูบของมิยูกิเลยสักครั้ง ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เขาโหยหามากขึ้น เวลาได้อยู่ใกล้ฝ่ายนั้นหัวใจของเขาจะพองโตเหมือนลูกโป่งใบใหญ่ และค่อยแฟบลงเวลาหมอนั่นหันไปสนใจคนอื่นนอกเหนือจากเขา
 
หรือเขาจะเป็นโรคประหลาด และมิยูกิ คาซึยะ ต้องเป็นตัวการแพร่โรคนี้ให้เขาแน่นอน!
 
เอย์จุนอยากรู้เหลือเกิน มิยูกิคิดยังไงกับเขา? เห็นเขาเป็นเพียงตัวตลกไว้หยอกล้อเล่น? หรือเป็นแค่พิทเชอร์ตัวสำรองธรรมดา จะหลอกเล่นยังไงก็ได้ ผิดกับเจ้าฟุรุยะ ซึ่งแทบไม่ต้องเอ่ยปากก็สามารถจับคู่ฝึกซ้อมได้ตลอดเวลา ไม่ต้องคอยตามง้อหรือวิ่งไล่แบบเขา
 
เสียแรงคนอุตส่าห์หลงชอบ...คอยดูเถอะ ถ้ามีโอกาสเมื่อไรเขาจะเอาคืนให้ได้ เอย์จุนคิด
 
................................................
 
 
หลังการแข่งรอบชิงฯ กับยาคุชิ มิยูกิได้รับบาดเจ็บและต้องพักรักษาตัว โค้ชสั่งห้ามลงเล่นหรือฝึกซ้อมร่วมกับทีมจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อจะมากลับมาลงเล่นทันการแข่งขันฤดูใบไม้ร่วง โดยมีรุ่นพี่คุราโมจิรับหน้าที่เป็นรักษาการกัปตัน
 
 
 
ก๊อก.. ก๊อก...
 
 
"เห?"
 
เจ้าของห้องทำท่าแปลกใจเมื่อเห็นเขามาคนเดียว เอย์จุนแก้มแดงเรื่อกับรอยยิ้มของอีกฝ่าย มันทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นจังหวะทุกทีสิน่า
 
"รุ่นพี่คุราโมจิต้องไปหาโค้ช เลยให้ฉันมาแทน.."
 
พิทเชอร์ปีหนึ่งรีบออกตัว กลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเขาอยากมา เพราะปกติรุ่นพี่คุราโมจิจะเป็นคนมาใส่ยาและเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ ทุกคนในทีมต่างอยากให้มิยูกิหายเร็วที่สุดเท่าที่เป็นได้ เลยพยายามช่วยเจ้าตัวทุกอย่าง แม้คนเจ็บจะบ่นและโวยวายก็ไม่มีใครยอมฟัง
 
"ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย เข้ามาสิ" เจ้าของห้องยิ้มกริ่มถอยหลังมานั่งรอที่เตียงด้วยท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
 
เอย์จุนค่อยโล่งใจเมื่อเห็นรอยฟกช้ำจางหายจนแทบไม่เหลือให้เห็น มิยูกิบอกน่าจะหายดีแล้ว แต่ต้องให้หมอตรวจรับรองอีกครั้ง โค้ชถึงจะอนุญาตให้ลงเล่นตามปกติได้
 
"ถ้านายเชื่อฉันแต่แรก ป่านนี้ก็หายนานแล้ว"
 
"ไม่มีทาง"
 
มิยูกิตัดบท ยกนิ้วจิ้มหน้ารุ่นน้อง "ฉันไม่เชื่อไอ้ยาแปลกๆ ของนายเด็ดขาด"
 
"หนอย..ยาแปลกที่ไหน ปู่ฉันใช้ประจำ"
 
มิยูกิถอนหายใจ ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที ตั้งแต่วันแรก เจ้าเด็กบ้าก็คบคิดกับคุราโมจิ ผสมยาสมุนไพรหน้าตาประหลาดอะไรไม่รู้ มาทาแผลเขา ปวดแสบปวดร้อนไปหมด นอนแทบไม่หลับทั้งคืน และแทนที่เจ้าบ้าสองตัวจะสำนึกผิดดันพากันหัวเราะงอหาย
 
คนเจ็บเหลือบตามองคนหวังดีด้วยแววตาอ่อนโยน ตั้งแต่รู้ว่าเขาบาดเจ็บหมอนี่ก็มาช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดห้อง ซักเสื้อผ้าให้ (ถึงจะไม่เรียบร้อยก็เถอะ) จะด้วยเจ้าตัวตั้งใจเองหรือโดนคุราโมจิบังคับมา ก็ไม่รู้ล่ะ ใจจริงเขาไม่อยากรบกวนใครทั้งนั้น แต่ทั้งโค้ชและเรย์จังต่างยื่นคำขาด ห้ามออกแรงหรือออกกำลังเกินความจำเป็น มิฉะนั้นถ้าไม่หายสนิทจะไม่ให้ลงเล่นเด็ดขาด
 
เขาเลยต้องยอมจำนนตามนั้น ไว้หายดีเมื่อไรคงต้องตอบแทนเจ้าเด็กคนนี้ซะล่ะมั้ง!
 
หลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ยังไม่ทันคนเจ็บจะเอ่ยปากขอบคุณ อาสาสมัครผู้รอโอกาสมาช้านานก็รีบแบมือมาตรงหน้า พลางส่งเสียงหัวเราะดังลั่นราวกับเป็นผู้กำชัยชนะ "ฮ่า ฮ่า คราวนี้ตาฉันมั่ง มิยูกิ คาซึยะ จ่ายค่าเหนื่อยมาซะดีๆ "
 
คนฟังอึ้งสนิท กระพริบตาปริบ 'ค่าเหนื่อย?' แบบที่เขาเคยเรียกร้องจากฝ่ายนั้น่ะเหรอ? เอ่อ..ก็ไม่รังเกียจหรอกนะที่จะเป็นฝ่ายถูกจูบ แต่เขาควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี? อยากผ่าสมองเจ้าทึ่มนี่ดูสักทีว่าข้างในมีอะไรบ้าง ถึงได้ซื่อและโง่แบบนี้ เลียนแบบคนอื่นโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ขืนปล่อยให้เข้าใจผิดต่อไปมีหวัง..
 
"ซา-วา-มู-ระ! ห้ามทำแบบนี้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น ยกเว้นฉันคนเดียว! ไม่งั้นฉันจะไม่รับลูกให้นายอีกตลอดชีวิต จำไว้! เจ้าบื้อ!!!"
 
เอย์จุนสะบัดหน้าหนี "ฮึ! ทีนายยังทำได้"
 
"ฉันทำกับนายคนเดียวโว้ย!" แคทเชอร์หนุ่มชักเหลืออด อยากเคาะกะโหลกเจ้าเด็กตรงหน้าเหลือเกิน โง่แล้วยังดื้ออีก
 
"..แล้วทำไมนายต้องแกล้งฉันอยู่คนเดียวด้วยล่ะ" เอย์จุนตะเบ็งเสียงโต้กลับ น้อยใจจนน้ำตาไหลพราก เขาน่ะทั้งรักทั้งหลง เอ๊ย ไม่ใช่ ตัวเขานั้นตั้งแต่บังเอิญได้จับคู่แบตเตอรี่ด้วยกันเป็นครั้งแรก ก็หลงใหลใฝ่ฝันอยากจับคู่แบตเตอรี่กับมิยูกิมาตลอด อุตส่าห์จากเพื่อนจากบ้านมาอยู่เซย์โด หวังว่าจะได้จับคู่กับอีกฝ่าย แต่กลับโดนแกล้งตลอดเวลา
 
"ห๊า? แกล้ง? สมองนายนี่มัน...เฮ่อ!" มิยูกิกุมขมับ หมดแรงเอาดื้อๆ ทำไมหมอนี่ถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้ แล้วเขาก็ดันตกหลุมรักไอ้เจ้าทึ่มนี่ ตกลงแล้วใครซื่อบื้อกว่ากันล่ะเนี่ย? มิยูกิชักสงสารตัวเอง
 
"ก็หรือไม่จริง 'คู่หู' บ้าบออะไรนั่นที่นายเคยพูด สุดท้ายก็โกหกทั้งเพ เวลาจะซ้อมจริงนายก็เรียกหาแต่เจ้าฟุรุยะ พอจับคู่กับฉันทีไร นายก็เอาแต่บ่นว่าฉันไม่ดียังโง้นยังงี้ เดี๋ยวโง่บ้างล่ะ บ้าบ้างล่ะ ไม่เคยให้กำลังใจสักนิด แค่ฉันขอร้องให้มาช่วยรับลูก นายยังคิดค่าเหนื่อย...ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ถ่อมาอยู่เซย์โดเพราะอยากเล่นคู่กับนาย.." พิทเชอร์หนุ่มเผลอตัวระบายความอัดอั้นตันใจออกมาหมด ก็มันเจ็บใจนี่นา
 
มิยูกิเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เขาเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคนตรงหน้าคิดยังไง? งั้นก็มีหวังสิ! อ้อ! แล้วที่ฉันเรียกหาฟุรุยะเพราะหมอนั่นเป็นสตาร์ทเตอร์โว้ย! งานน่ะเข้าใจบ้างสิ!! เจ้าเด็กบ้า!
 
แคทเชอร์คนเก่งสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด ค่อยๆ คิด ถ้าแค่เจ้าทึ่มคนเดียวไม่มีปัญญาจัดการ จะไปโคชิเอ็งได้ไง...เกี่ยวไหมเนี่ย??
 
"นี่ซาวามูระ.." มิยูกิใช้สองมือประคองแก้มอีกฝ่ายให้เงยหน้ามอง หยดน้ำตายังคลอเต็มดวงตากลมโตคู่นั้น มิยูกิแอบกลืนน้ำลายเอี๊อก ใจคอไม่ค่อยดี นายอย่าทำหน้าแบบนั้นสิเว้ย..เดี๋ยวฉันก็ยั้งใจไม่อยู่พอดี ยิ่งอยู่ในห้องกันแค่สองคน ขืนเผลอทำอะไรเกินกว่าที่แล้วมา เป็นต้องโดนคุราโมจิเหยียบจมดินแน่ แค่เก็บเกี่ยวกำไรเล็กๆ น้อยๆ เจ้านั่นก็ฮึ่มแฮ่ใส่เขาทุกวัน จะหวงอะไรกันนักกันหนา ฉันจองก่อนแล้วเฟ้ย!!
 
"อะไร?" คนพูดสะอื้นพลางเช็ดน้ำตาป้อย
 
"ฉันไม่คิดจะทำแบบนี้กับใคร นอกจากนายหรอกนะ"
 
กัปตันหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง หวังใจเป็นอย่างยิ่งอีกฝ่ายจะเข้าใจถึงความหมายแท้จริงของการกระทำดังกล่าวเสียทีว่าไม่ใช่การแกล้งกันสักนิด แต่จอมทึ่มก็ยังเป็นจอมทึ่ม แม้จะแสดงท่าทีครุ่นคิดอยู่บ้างแต่เหมือนไม่เข้าใจเอาซะเลย มิยูกิส่ายหัวช้า...นายไม่เคยทำฉันผิดหวังเลยน๊า คงต้องสาธิตให้ดูสินะ จะได้เข้าใจแจ่มแจ้ง
 
"แบบนี้ก็คือ.."
 
มิยูกิชะงักคำพูดค้าง อึ้งเป็นรอบที่สอง เมื่อคนที่เขากำลังจะสาธิตให้ดู กลับเป็นฝ่ายโน้มตัวมาจูบเขาเอง
 
"คือแบบนี้ใช่ไหมล่ะ" เอย์จุนก้มหน้างุด อายนะไม่ใช่ไม่อาย
 
"เอ่อ.."
 
"ความผิดของนายคนเดียวแหละ มิยูกิ คาซึยะ!..ถ้าไม่ใช่นายฉันไม่มีวันทำเรื่องน่าอายแบบนี้หรอก!!!" พิทเชอร์หนุ่มโวยลั่นหน้าดำหน้าแดงแก้เขิน
 
"ห๊า?"
 
"ก็ถ้านายหัดพูดจาให้มันดีๆ รู้เรื่องเหมือนคนอื่น ฉันก็คงไม่เข้าใจผิด"
 
"ซื่อบื้ออย่างนาย พูดให้ตายก็ไม่เข้าใจ ขนาดจูบไปตั้งหลายครั้ง ยังบื้อเหมือนเดิม"
 
"หนอย...ถ้าฉันไม่ชอบนายจะยอมให้จูบรึไง--" พูดจบปุ๊บ เอย์จุนแทบอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาด ดันเผลอสารภาพออกไปโดยไม่รู้ตัว ยิ่งเห็นคนตรงหน้าพยายามกลั้นหัวเราะจนตัวโก่ง พิทเชอร์หนุ่มอยากจะหายตัวได้เสียเดี๋ยวนั้นเลย
 
"หืมม? หมายความว่า นายชอบฉัน"
 
"นายต่างหาก ชอบฉัน.."
 
มิยูกิเริ่มจะปวดหัวอีกครั้ง เอาเหอะ จะใครชอบใครก็ช่าง เถียงกันไปก็เสียเวลาเปล่าสู้ทำอย่างอื่นดีกว่า ว่าแล้วคนฉลาดก็รั้งตัวเจ้าเด็กบ้ามาจูบซะให้เข็ดจะได้เลิกพูดมากเสียที..
 
 
........................................
 
จบค่ะ
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เอย์จังน่าร้ากกกกก ซื้อบื้อจังนะเรา
ยุคกี้จับกดซะเลย---

#6 By KIseji on 2015-05-30 21:32

ฟินจุงเบย คู่นี้น่าร๊ากกก น่ารัก
แต่งอีกค่ะ สนุกมากๆ ชอบให้รุ่นพี่มิยูกิหยอกหนูเอย์จุน ความน่ารักน่าแกล้งจะได้พุ่งกระฉูด... 555+
 

#5 By nagisashin (58.10.243.106|58.10.243.106) on 2015-05-25 00:00

โอ้ยยยน่ารักมากคู่นี้ มิยูกินี้มันมิยูกิจริงๆ5555

#4 By 001 (171.96.185.215|171.96.185.215) on 2015-04-29 22:59

น่ารักมากกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว) อ่านไปปากยิ้มจะฉีกถึงหูแล้วค่ะ ฮา   มิยูกินี่ก็ช่างแกล้ง  เอย์จังก็ซื่อเนอะ (บื้อก็ร๊าก /หยิกแก้ม) คู่นี้ถ้าไม่พูดกันคงไม่คืบหน้า คนนึงก็เอาแต่แหย่ อึกคนก็โ---แค่กๆ ซื่อๆเบ๊อะๆเกินไปจนตามไม่ทัน 55555
ชอบฟิคมิซาวะทุกฟิคเลยยย ตามอ่านอยู่นะคะ ขอบคุณที่เขียนฟิคดีๆค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่า

#3 By lilitho (202.28.154.180|202.28.154.180) on 2015-04-16 23:07

ฟินกันไปเลยที่เดียว น่าร๊ากกกได้อีกน่ะค่ะคู่นี้

#2 By หมูหวาน (109.123.178.131|109.123.178.131) on 2015-04-14 18:42

คู่นี้เขาน่ารักกันจริงๆ

#1 By jillhonda (110.171.124.95|110.171.124.95) on 2015-04-14 00:46