[DNA Aufic] As Tear Go By_3 (Misawa)

posted on 04 Jul 2015 21:02 by chaste-child
 
ฟิคนี้เป็นฟิค y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้เลยค่ะ
.............................................
 
Title: As Tear Go By ตอน 3
 
Pairing: Miyuki x Sawamura
 
notes:  ทั้งคู่ห่างกันแปดปีค่ะ
 
.......................................
 
 
"เช้าแล้วเหรอ?"
 
เด็กหนุ่มงึมงำกับตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งอ้าปากหาวพร้อมกับขยี้ตาด้วยอาการงัวเงีย ลองมีแสงสว่างส่องเข้ามาในห้องแบบนี้ก็คงเช้าแล้วล่ะมั้ง? แต่ไหงวันนี้ถึงได้เงียบเชียบนัก ปกติพอเช้าทีไรเป็นต้องได้ยินเสียงมิยูกิตะโกนปลุก ไม่ก็มีกลิ่นอาหารเช้าหอมหวนลอยมายั่วใจให้รีบตื่นนี่นา
 
หรือจะยังไม่ถึงเวลา คนมองโลกในแง่ดีคิด งั้น--ขอนอนต่ออีกนิดแล้วกัน พลันสายตาเจ้ากรรมเหลือบเห็นนาฬิกาข้างเตียงบอกเวลา 8.00 น. เจ้าตัวถึงกับตาเหลือกร้องจ๊าก หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง กระโจนพรวดเดียวลงจากเตียงรีบรุดเปลี่ยนเสื้อผ้าเผ่นแน่บเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันจนเสร็จภายในเวลาห้านาที ในใจนึกโมโหคนเป็นผู้ปกครองไม่ยอมปลุกกันบ้างเลย..
 
ซ้ำร้ายพอเดินมายังโต๊ะอาหารก็เจอแต่ความว่างเปล่า อย่าว่าแต่อาหารเช้าแสนหอมกรุ่น ขนมปังสักแผ่นหรือนมสักแก้วยังไม่เห็นแม้เงา
 
"หนอย...เจ้าบ้ามิยูกิ!" คนตื่นสายกัดฟันกรอด ไม่สนแล้วใครเป็นผู้ใหญ่ใครเป็นเด็ก ไม่ทำอาหารก็น่าจะบอกกันก่อนสิเฟ้ย! เมื่อวานจะได้ซื้อของกินตุนไว้ กะทันหันแบบนี้กว่าจะแวะซื้อกว่าจะกิน ไปโรงเรียนสายพอดี คะแนนความประพฤติยิ่งเหลือน้อยอยู่ด้วย
 
'ต้องแกล้งคืนซะหน่อยแล้ว' ..เอย์จุนปิดปากหัวเราะ หุ หุ เมื่อนึกแผนบางอย่างออก จัดแจงล้วงกระเป๋าหยิบลูกเบสบอลออกมาตั้งใจจะขว้างใส่ประตูห้องอีกฝ่ายให้ตกใจเล่นเพื่อเป็นการเอาคืน ยังไม่ทันปล่อยลูกเบสบอลหลุดมือ ตัวอักษรยึกยือที่ตัวเองเขียนไว้บนนั้นก็สะดุดตาอย่างจัง เด็กหนุ่มชะงักนิ่งคล้ายนึกบางอย่างออก กิริยาอาการเปลี่ยนเป็นสลดวูบทันที
 
 
เขาลืมไปได้ยังไงนะ...ว่าวันนี้ คือวันครบรอบวันนั้น..
 
วันที่ รอบตัวเงียบเหงายิ่งกว่านี้
 
วันที่ ต้องอยู่เพียงลำพังคนเดียว...เพราะไม่ว่าจะรอนานสักแค่ไหน โยจังก็ไม่กลับมา
 
มันเป็นวันที่โลกของเขา กับมิยูกิ ถล่มทลายลงมาพร้อมกัน
 
...................................
 
เอย์จุนจ้องมองประตูตรงหน้าอย่างลังเล ใจหนึ่งอยากจะเอื้อมมือเคาะเพื่อให้คนข้างในรับรู้ว่ายังมีเขาอยู่อีกคน แต่อีกใจก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์ ดีไม่ดีอาจเป็นการสร้างความรำคาญด้วยซ้ำ เขาพยายามกล้ำกลืนความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ค่อยๆ ถอยตัวออกมาจากหน้าห้องมิยูกิแล้วเดินออกประตู ไปโรงเรียนอย่างเงียบเชียบ
 
บรรดาคนใกล้ชิดต่างรู้ดี พอถึงวันครบรอบการจากไปของคุราโมจิ โยอิจิ วันนั้นมิยูกิจะหมกตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ไปทำงาน ไม่ทำอาหาร ไม่พูดคุยกับใครทั้งสิ้น ต่อให้โลกแตกก็ช่าง จนตกเย็นโน่นถึงจะออกมาแล้วก็ไปดื่มเหล้ากับคุณโนริ คุณชิราสุ ที่ร้านของคุณโซโนะ กว่าจะกลับบ้านก็ล่วงเข้าวันใหม่ เป็นแบบนี้ประจำทุกปี
 
เอย์จุนเคยนึกสงสัย หากบังเอิญเขาเจ็บป่วยหรือเป็นอะไรขึ้นมาในวันนี้ มิยูกิจะยอมออกจากห้องมาดูแลเขาไหม? ก็แค่นึกล่ะนะ คงไม่กล้าเอ่ยปากถามหรอก เพราะเกรงคำตอบที่ได้รับจะยิ่งทำให้ใจเสียเปล่าๆ ว่าแล้วเด็กหนุ่มผู้ปลงตกในชะตาชีวิตของตนเองก็ยกมือลูบท้องเบาๆ ชักหิวแล้วสิ..เดี๋ยวซื้อขนมปังแล้วแว่บไปกินกับโยจังที่สุสานดีกว่า ยังไงเสียวันนี้ก็ไปโรงเรียนสายอยู่ดี
 
....................
 
หลังจากโรงเรียนเลิก เอย์จุนก็ว่างเพราะไม่ต้องเข้าชมรมหรือเรียนพิเศษ เขาจึงตัดสินใจไปนั่งอ่านหนังสือต่อที่บ้านของวากานะ คุณแม่ของเธอใจดีมาก มักชวนทานอาหารเย็นด้วยทุกครั้ง วันนี้ก็เช่นกัน เด็กหนุ่มพยายามปฏิเสธเพราะมิยูกิสั่งนักสั่งหนาห้ามไปรบกวนบ้านคนอื่น แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอหนักเข้า แล้วอาหารดูน่ากินเอามากๆ เอย์จุนเลยกินเต็มที่และอาสาช่วยล้างจานเป็นการตอบแทน กว่าจะได้กลับบ้านจึงเกือนสามทุ่ม
 
เมื่อไขกุญแจเข้ามา ภายในห้องมีแต่ความมืดสนิท เขาเอื้อมมือเปิดสวิทช์ไฟให้สว่างไสวทั่วห้องเผื่อทำให้ดีขึ้น แต่กระนั้นบรรยากาศรอบด้านก็ยังเงียบเหงาวังเวง เด็กหนุ่มถอนหายใจรู้สึกเหมือนตัวเองช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี ไม่สามารถช่วยเหลือหรือแบ่งเบาความเศร้าของมิยูกิได้ คงเพราะเขาโตขึ้นจึงเริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมิยูกิกับโยจัง เลยไม่แปลกใจที่ฝ่ายนั้นจะอ่อนไหวกับวันนี้ของทุกปี
 
ตอนเป็นเด็กจำได้แค่พอวันนี้ทีไร คุณโนริก็จะมารับไปอยู่ด้วย และคอยปลอยโยนเวลาเขาร้องไห้หาโยจัง บางครั้งคุณชิราสุหรือคุณโซโนะก็จะพาไปเที่ยวบ้างเพื่อให้คลายเหงา ทุกคนพยายามบอกไม่ให้พูดเรื่องโยจังต่อหน้ามิยูกิเพราะทำให้ฝ่ายนั้นไม่สบายใจ ตัวเขาแม้ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ถ้าอะไรที่ทำแล้วมิยูกิมีความสุขสบายใจ เขาก็ยินดีทำ
 
 
แต่...ตอนนี้ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว!!
 
เอย์จุนอยากกระชากคอและตะโกนบอกมิยูกิอย่างนั้น
 
..เมื่อไรนายจะเลิกทำเหมือนฉันเป็นเด็กสักที ต่อหน้าฉัน นายก็หัวเราะร่าเริง เห็นอะไรเป็นเรื่องตลกเสียหมด แต่เวลานายอยู่คนเดียว คงแอบร้องไห้สินะ..ให้ฉันอยู่ด้วย อยู่ข้างๆ คอยปลอบใจนายไม่ได้รึไง..ทำไมต้องผลักไสฉันออกไป งั้นตกลงที่พวกเราอยู่ด้วยกันมาห้าปี มันคืออะไร?!
 
เอย์จุนสูดจมูกฟืดฟัดรีบเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นมา ไม่ ไม่ เขาไม่ควรคิดมาก เขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใดจากมิยูกิ ฝ่ายนั้นให้เขามามากเกินพอแล้ว เขาควรสงบเสงี่ยมเจียมตัวในฐานะผู้อาศัยเท่านั้น
 
....................................
 
 
เสียงเข็มนาฬิกาเดินติ๊กต๊อกล่วงเข้าวันใหม่ เอย์จุนยังนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย คอยเงี่ยหูฟังเสียงประตู ก็รู้หรอกว่ามิยูกิไม่ให้คอยเพราะกลัวเขาตื่นสาย และรู้ว่ายังไงฝ่ายนั้นก็ต้องกลับมาด้วยความปลอดภัย ด้วยมีคุณโนริ คุณชิราสุอยู่ด้วย และถ้าเมามากจนกลับไม่ไหว คุณโซโนะก็จะให้นอนค้างที่ร้านแทน
 
คนนอนไม่หลับพยายามหลับตา เริ่มนับแกะทีละตัวเผื่อจะได้ผล..
 
นับได้ถึงตัวที่สิบแปด ก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงไขกุญแจ พร้อมเสียงโครมครามตามมา เอย์จุนแทบตะโกนลั่นด้วยความดีใจ รีบย่องมาแง้มประตูแอบดู..
 
จากแสงไฟส่องสลัวตรงทางเดินทำให้พอมองเห็น คุณโนริกับคุณชิราสุช่วยกันประคองมิยูกิซึ่งอยู่ในสภาพเมามายจนยืนเองแทบไม่ได้ เสื้อผ้ายับยู่ยี่ กลิ่นแอลกอฮอล์โชยหึ่งจนเด็กหนุ่มต้องปิดจมูก
 
 
"อ๊ะ? เสียงดังจนเอย์จังตื่นจนได้ ขอโทษนะ.." คุณโนริผู้แสนสุภาพและใจดี รีบเอ่ยปากเมื่อเห็นเขาแอบโผล่หน้าออกมาจากห้อง คงเข้าใจว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้เขาตื่น
 
"ไม่ยอมนอน ตั้งใจรอมิยูกิกลับ มากกว่ามั้ง?" คุณชิราสุเปรยเสียงดุ ตามประสาคนเจ้าระเบียบและรู้ทัน
 
เอย์จุนยิ้มแหยโดนจับไต๋ได้ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เนียนเดินออกจากห้องมาช่วยเปิดประตูห้องมิยูกิให้แทน สองคนนั้นจะได้พยุงคนเมามานอนเตียงสะดวกขึ้น