[DNA Aufic] As Tear Go By_3 (Misawa)

posted on 04 Jul 2015 21:02 by chaste-child
 
ฟิคนี้เป็นฟิค y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้เลยค่ะ
.............................................
 
Title: As Tear Go By ตอน 3
 
Pairing: Miyuki x Sawamura
 
notes:  ทั้งคู่ห่างกันแปดปีค่ะ
 
.......................................
 
 
"เช้าแล้วเหรอ?"
 
เด็กหนุ่มงึมงำกับตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งอ้าปากหาวพร้อมกับขยี้ตาด้วยอาการงัวเงีย ลองมีแสงสว่างส่องเข้ามาในห้องแบบนี้ก็คงเช้าแล้วล่ะมั้ง? แต่ไหงวันนี้ถึงได้เงียบเชียบนัก ปกติพอเช้าทีไรเป็นต้องได้ยินเสียงมิยูกิตะโกนปลุก ไม่ก็มีกลิ่นอาหารเช้าหอมหวนลอยมายั่วใจให้รีบตื่นนี่นา
 
หรือจะยังไม่ถึงเวลา คนมองโลกในแง่ดีคิด งั้น--ขอนอนต่ออีกนิดแล้วกัน พลันสายตาเจ้ากรรมเหลือบเห็นนาฬิกาข้างเตียงบอกเวลา 8.00 น. เจ้าตัวถึงกับตาเหลือกร้องจ๊าก หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง กระโจนพรวดเดียวลงจากเตียงรีบรุดเปลี่ยนเสื้อผ้าเผ่นแน่บเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันจนเสร็จภายในเวลาห้านาที ในใจนึกโมโหคนเป็นผู้ปกครองไม่ยอมปลุกกันบ้างเลย..
 
ซ้ำร้ายพอเดินมายังโต๊ะอาหารก็เจอแต่ความว่างเปล่า อย่าว่าแต่อาหารเช้าแสนหอมกรุ่น ขนมปังสักแผ่นหรือนมสักแก้วยังไม่เห็นแม้เงา
 
"หนอย...เจ้าบ้ามิยูกิ!" คนตื่นสายกัดฟันกรอด ไม่สนแล้วใครเป็นผู้ใหญ่ใครเป็นเด็ก ไม่ทำอาหารก็น่าจะบอกกันก่อนสิเฟ้ย! เมื่อวานจะได้ซื้อของกินตุนไว้ กะทันหันแบบนี้กว่าจะแวะซื้อกว่าจะกิน ไปโรงเรียนสายพอดี คะแนนความประพฤติยิ่งเหลือน้อยอยู่ด้วย
 
'ต้องแกล้งคืนซะหน่อยแล้ว' ..เอย์จุนปิดปากหัวเราะ หุ หุ เมื่อนึกแผนบางอย่างออก จัดแจงล้วงกระเป๋าหยิบลูกเบสบอลออกมาตั้งใจจะขว้างใส่ประตูห้องอีกฝ่ายให้ตกใจเล่นเพื่อเป็นการเอาคืน ยังไม่ทันปล่อยลูกเบสบอลหลุดมือ ตัวอักษรยึกยือที่ตัวเองเขียนไว้บนนั้นก็สะดุดตาอย่างจัง เด็กหนุ่มชะงักนิ่งคล้ายนึกบางอย่างออก กิริยาอาการเปลี่ยนเป็นสลดวูบทันที
 
 
เขาลืมไปได้ยังไงนะ...ว่าวันนี้ คือวันครบรอบวันนั้น..
 
วันที่ รอบตัวเงียบเหงายิ่งกว่านี้
 
วันที่ ต้องอยู่เพียงลำพังคนเดียว...เพราะไม่ว่าจะรอนานสักแค่ไหน โยจังก็ไม่กลับมา
 
มันเป็นวันที่โลกของเขา กับมิยูกิ ถล่มทลายลงมาพร้อมกัน
 
...................................
 
เอย์จุนจ้องมองประตูตรงหน้าอย่างลังเล ใจหนึ่งอยากจะเอื้อมมือเคาะเพื่อให้คนข้างในรับรู้ว่ายังมีเขาอยู่อีกคน แต่อีกใจก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์ ดีไม่ดีอาจเป็นการสร้างความรำคาญด้วยซ้ำ เขาพยายามกล้ำกลืนความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ค่อยๆ ถอยตัวออกมาจากหน้าห้องมิยูกิแล้วเดินออกประตู ไปโรงเรียนอย่างเงียบเชียบ
 
บรรดาคนใกล้ชิดต่างรู้ดี พอถึงวันครบรอบการจากไปของคุราโมจิ โยอิจิ วันนั้นมิยูกิจะหมกตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ไปทำงาน ไม่ทำอาหาร ไม่พูดคุยกับใครทั้งสิ้น ต่อให้โลกแตกก็ช่าง จนตกเย็นโน่นถึงจะออกมาแล้วก็ไปดื่มเหล้ากับคุณโนริ คุณชิราสุ ที่ร้านของคุณโซโนะ กว่าจะกลับบ้านก็ล่วงเข้าวันใหม่ เป็นแบบนี้ประจำทุกปี
 
เอย์จุนเคยนึกสงสัย หากบังเอิญเขาเจ็บป่วยหรือเป็นอะไรขึ้นมาในวันนี้ มิยูกิจะยอมออกจากห้องมาดูแลเขาไหม? ก็แค่นึกล่ะนะ คงไม่กล้าเอ่ยปากถามหรอก เพราะเกรงคำตอบที่ได้รับจะยิ่งทำให้ใจเสียเปล่าๆ ว่าแล้วเด็กหนุ่มผู้ปลงตกในชะตาชีวิตของตนเองก็ยกมือลูบท้องเบาๆ ชักหิวแล้วสิ..เดี๋ยวซื้อขนมปังแล้วแว่บไปกินกับโยจังที่สุสานดีกว่า ยังไงเสียวันนี้ก็ไปโรงเรียนสายอยู่ดี
 
....................
 
หลังจากโรงเรียนเลิก เอย์จุนก็ว่างเพราะไม่ต้องเข้าชมรมหรือเรียนพิเศษ เขาจึงตัดสินใจไปนั่งอ่านหนังสือต่อที่บ้านของวากานะ คุณแม่ของเธอใจดีมาก มักชวนทานอาหารเย็นด้วยทุกครั้ง วันนี้ก็เช่นกัน เด็กหนุ่มพยายามปฏิเสธเพราะมิยูกิสั่งนักสั่งหนาห้ามไปรบกวนบ้านคนอื่น แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอหนักเข้า แล้วอาหารดูน่ากินเอามากๆ เอย์จุนเลยกินเต็มที่และอาสาช่วยล้างจานเป็นการตอบแทน กว่าจะได้กลับบ้านจึงเกือนสามทุ่ม
 
เมื่อไขกุญแจเข้ามา ภายในห้องมีแต่ความมืดสนิท เขาเอื้อมมือเปิดสวิทช์ไฟให้สว่างไสวทั่วห้องเผื่อทำให้ดีขึ้น แต่กระนั้นบรรยากาศรอบด้านก็ยังเงียบเหงาวังเวง เด็กหนุ่มถอนหายใจรู้สึกเหมือนตัวเองช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี ไม่สามารถช่วยเหลือหรือแบ่งเบาความเศร้าของมิยูกิได้ คงเพราะเขาโตขึ้นจึงเริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมิยูกิกับโยจัง เลยไม่แปลกใจที่ฝ่ายนั้นจะอ่อนไหวกับวันนี้ของทุกปี
 
ตอนเป็นเด็กจำได้แค่พอวันนี้ทีไร คุณโนริก็จะมารับไปอยู่ด้วย และคอยปลอยโยนเวลาเขาร้องไห้หาโยจัง บางครั้งคุณชิราสุหรือคุณโซโนะก็จะพาไปเที่ยวบ้างเพื่อให้คลายเหงา ทุกคนพยายามบอกไม่ให้พูดเรื่องโยจังต่อหน้ามิยูกิเพราะทำให้ฝ่ายนั้นไม่สบายใจ ตัวเขาแม้ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ถ้าอะไรที่ทำแล้วมิยูกิมีความสุขสบายใจ เขาก็ยินดีทำ
 
 
แต่...ตอนนี้ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว!!
 
เอย์จุนอยากกระชากคอและตะโกนบอกมิยูกิอย่างนั้น
 
..เมื่อไรนายจะเลิกทำเหมือนฉันเป็นเด็กสักที ต่อหน้าฉัน นายก็หัวเราะร่าเริง เห็นอะไรเป็นเรื่องตลกเสียหมด แต่เวลานายอยู่คนเดียว คงแอบร้องไห้สินะ..ให้ฉันอยู่ด้วย อยู่ข้างๆ คอยปลอบใจนายไม่ได้รึไง..ทำไมต้องผลักไสฉันออกไป งั้นตกลงที่พวกเราอยู่ด้วยกันมาห้าปี มันคืออะไร?!
 
เอย์จุนสูดจมูกฟืดฟัดรีบเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นมา ไม่ ไม่ เขาไม่ควรคิดมาก เขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใดจากมิยูกิ ฝ่ายนั้นให้เขามามากเกินพอแล้ว เขาควรสงบเสงี่ยมเจียมตัวในฐานะผู้อาศัยเท่านั้น
 
....................................
 
 
เสียงเข็มนาฬิกาเดินติ๊กต๊อกล่วงเข้าวันใหม่ เอย์จุนยังนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย คอยเงี่ยหูฟังเสียงประตู ก็รู้หรอกว่ามิยูกิไม่ให้คอยเพราะกลัวเขาตื่นสาย และรู้ว่ายังไงฝ่ายนั้นก็ต้องกลับมาด้วยความปลอดภัย ด้วยมีคุณโนริ คุณชิราสุอยู่ด้วย และถ้าเมามากจนกลับไม่ไหว คุณโซโนะก็จะให้นอนค้างที่ร้านแทน
 
คนนอนไม่หลับพยายามหลับตา เริ่มนับแกะทีละตัวเผื่อจะได้ผล..
 
นับได้ถึงตัวที่สิบแปด ก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงไขกุญแจ พร้อมเสียงโครมครามตามมา เอย์จุนแทบตะโกนลั่นด้วยความดีใจ รีบย่องมาแง้มประตูแอบดู..
 
จากแสงไฟส่องสลัวตรงทางเดินทำให้พอมองเห็น คุณโนริกับคุณชิราสุช่วยกันประคองมิยูกิซึ่งอยู่ในสภาพเมามายจนยืนเองแทบไม่ได้ เสื้อผ้ายับยู่ยี่ กลิ่นแอลกอฮอล์โชยหึ่งจนเด็กหนุ่มต้องปิดจมูก
 
 
"อ๊ะ? เสียงดังจนเอย์จังตื่นจนได้ ขอโทษนะ.." คุณโนริผู้แสนสุภาพและใจดี รีบเอ่ยปากเมื่อเห็นเขาแอบโผล่หน้าออกมาจากห้อง คงเข้าใจว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้เขาตื่น
 
"ไม่ยอมนอน ตั้งใจรอมิยูกิกลับ มากกว่ามั้ง?" คุณชิราสุเปรยเสียงดุ ตามประสาคนเจ้าระเบียบและรู้ทัน
 
เอย์จุนยิ้มแหยโดนจับไต๋ได้ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เนียนเดินออกจากห้องมาช่วยเปิดประตูห้องมิยูกิให้แทน สองคนนั้นจะได้พยุงคนเมามานอนเตียงสะดวกขึ้น
 
 
"คุณโนริดื่มหนักเหมือนกันเหรอครับ"
 
"ฉันน่ะดื่นแค่นิดหน่อยเอง..แต่มิยูกิน่ะสิดื่มจนเมาไม่รู้เรื่อง ห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง ซ้ำทำเหล้าหกกระจาย จนพวกเราเลอะเทอะอย่างที่เห็นนี่แหละ โชคยังดี เจอแท็กซี่ใจดียอมมาส่ง.." คนตอบถอนหายใจเฮือก อยากรีบกลับบ้านอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เหม็นเหล้าคลุ้งแบบนี้
 
"งั้นเดี๋ยวผมรับช่วงต่อเอง พวกคุณจะได้รีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า"
 
คาวาคามิกับชิราสุมองหน้ากัน เอาไงดี..ใจหนึ่งเห็นด้วยเพราะรำคาญสภาพตัวเองเต็มทน แถมให้แท็กซี่รออยู่ข้างล่าง แต่อีกใจ..
 
"เอย์จังคนเดียวจะไหวเหรอ?" คาวาคามิถามเสียงลังเล มิยูกิไม่ใช่ตัวเล็กเลยนะ
 
"แหม ผมไม่ใช่เด็กตัวกะเปี๊ยกแล้วนะครับ" คนพูดค้อนควับพลางยกแขนโชว์กล้าม ชิราสุถึงกับหัวเราะ เจ้าเด็กนี่นิสัยเหมือนคุราโมจิเปี๊ยบ
 
"งั้นพวกฉันฝากด้วยล่ะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ทิ้งไว้แบบนี้แหละ เผื่อจะสำนึกขึ้นมาบ้างแล้วเลิกเมาไร้สาระสักที" คนพูดส่ายหน้าคล้ายหน่ายใจ อีกสองคนพากันอมยิ้ม เพราะรู้ว่าชิราสุพูดไปงั้นแหละ ใจจริงก็เป็นห่วงมิยูกิ ขนาดไม่ชอบของมึนเมายังอุตส่าห์มาร่วมวงทุกครั้ง
 
หลังจากส่งสองคนนั้นเรียบร้อย เอย์จุนจัดแจงยกอ่างน้ำใบเล็ก ผสมน้ำอุ่นกับสบู่เพื่อนำมาเช็ดตัวให้กับคนเมาที่นอนหลับสนิท
 
เด็กหนุ่มเบ้หน้า เหม็นเหล้าชะมัดจนอยากเบือนหน้าหนี รีบๆ ทำให้เสร็จดีกว่า แต่ไอ้การจับคนตัวโตกว่าซ้ำหลับสนิทชนิดไม่กระดิกตัวถอนเสื้อผ้า มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ คนอาสาถึงกับเหงื่อตกกว่าจะถอดครบเรียบร้อยทุกชิ้น
 
พอจะเริ่มต้นเช็ดตัว เอย์จุนก็หน้าร้อนผ่าว มือจับผ้าขนหนูสั่นเล็กน้อย ด้วยไม่เคยใกล้ชิดแบบถึงเนื้อถึงตัวมิยูกิมากขนาดนี้มาก่อน ถึงจะเคยอาบน้ำด้วยกันแต่ก็หลายปีแล้ว การได้เห็นแผ่นอกเปล่าเปลือย กล้ามเนื้อแน่นตึง และใบหน้าไร้แว่นของอีกฝ่าย แม้ภายใต้แสงไฟสลัว แต่ก็ทำให้ใจเต้นแปลกประหลาด ราวกับคนตรงหน้าเป็นคนอื่นอย่างนั้นแหละ
 
เด็กหนุ่มนึกก่นด่าตัวเอง ดันมาเขินอายใจเต้นตึกตักกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง กะอีแค่เห็นมิยูกิตอนไม่ใส่เสื้อผ้าจะเป็นอะไรนักหนา ก็ผู้ชายเหมือนกัน ฝ่ายนั้นแค่หน้าตาดี ตัวโตกว่า อายุมากกว่า เคยเป็นนักกีฬาก็เลยหุ่นดี มีกล้ามเนื้อ มีซิกแพค ไม่เห็นแปลกตรงไหน บอกกับตัวเองแบบนั้นแล้วก็เร่งมือเช็ดตัวให้จนเสร็จเรียบร้อย หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ คนเมาจะได้หลับสบายไม่เหนอะหนะตัว
 
"เจ้าบ้า คอไม่แข็งยังอวดดีกินเหล้าเข้าไปซะเยอะแยะ.."
 
เอย์จุนบ่นพึมพำ ถึงเขาจะแข็งแรงเพราะเล่นกีฬาทุกวัน แต่การจับคนตัวใหญ่กว่าใส่เสื้อผ้า มันก็ลำบากน่ะเฟ้ย!
 
"คอยดูสิ พรุ่งนี้นายได้ปวดหัวตายแน่ ถ้าโยจังยังอยู่ นายโดนเล่นงานหนัก--" เอย์จุนชะงักคำบ่นเมื่อได้ยินมิยูกิพึมพำบางอย่าง
 
 
"ยะ โย อิจิ.."
 
เสียงแหบแห้งครางในลำคอ แว่วมา
 
 
เอ๊ะ...
 
ไม่ทันเอย์จุนจะตั้งตัว อุ้งมือใหญ่ของมิยูกิก็คว้าต้นแขนเขา รั้งให้ล้มลงบนอก แล้วเพียงพริบตา มิยูกิก็พลิกตัวเอย์จุนให้นอนราบกับที่นอนแทน
 
เอย์จุนตาค้างตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อถูกน้ำหนักตัวของอีกฝ่ายกดทับอยู่ เขาพยายามเอามือดันแผ่นอกให้ออกห่างเท่าที่จะทำได้
 
"ดะ เดี๋ยว มะ ไม่ใช่--"
 
"โย..อิ..จิ.."
 
ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะข้างแก้ม เสียงแหบพร่าของคนเมากระซิบแนบหู สองแขนมิยูกิกอดรัดแน่น ปลายจมูกซุกไซ้ซอกคอเขา ริมฝีปากร้อนระอุขบเม้มติ่งหู ราวกับโหยหามานานแสนนาน เอย์จุนตัวสั่นเทา หอบหายใจกระเส่า ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นวาบทั่วตัว ยิ่งอีกฝ่ายไล่พรมจูบมาเรื่อย จนมาหยุดที่ริมฝีปากและค่อยๆ บดแนบลงมาอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน
 
เอย์จุนหลับตาปี๋ รสชาติขมปร่าของแอลกอฮอล์แผ่ซ่านทั่วโพรงปากจนแทบสำลัก แม้กระนั้นในความรู้สึกของเขามันหวานเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งมวล..
 
 
ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่า..
 
การได้อยู่เคียงข้างมิยูกิเป็นเสมือนฝันที่มิอาจมีวันเป็นจริงได้
 
ดังนั้น..หากนี่เป็นเพียงความฝัน เขาก็ขออยู่ในความฝันนี้ตลอดไป..
 
 
 
"ฉัน รัก นาย...โย..อิ..จิ.."
 
แค่ประโยคเดียวเท่านั้นทำให้คนฟังถึงกับตัวชาวูบ หยดน้ำตาค่อยๆ รินไหลพร่างพรู ในอกปวดร้าวจนแทบขาดใจ นึกสมเพชตัวเอง เขามันไม่เจียมตัว กล้าหวังลมๆ แล้งๆ รู้ทั้งรู้ ตัวเองไม่เคยอยู่ในสายตาของอีกฝ่าย เป็นเพียงตัวแทนเศษเสี้ยวความทรงจำให้มิยูกิได้เชื่อมโยงกับโยจังเท่านั้นเอง
 
ไม่ว่าเมื่อไร มิยูกิก็มีเพียงโยจัง
 
นี่เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่ ฉกฉวยโอกาสจากความขาดสติของอีกฝ่าย
 
หากปล่อยให้เรื่องราวเลยเถิด แล้วมิยูกิมารู้ความจริงทีหลังว่าถูกเขาหลอกลวง
 
ฝ่ายนั้นคงเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม..
 
โยจัง ขอโทษด้วยนะ
 
ที่เขาแอบหลงรักมิยูกิของโยจัง
 
............................
 
..........................
 
 
 
แม้จะตื่นได้พักใหญ่ แต่มิยูกิยังเลือกจะนอนก่ายหน้าผากต่อ วันนี้เป็นอีกวันที่เขาตั้งใจลางาน เพราะเจ้าอาการปวดหัวตุ้บๆ จากการเมาค้างเลยทำให้ไม่อยากลุก แต่นั่นยังไม่เป็นปัญหาเท่า วันนี้จะเผชิญหน้ากับเอย์จุนยังไงดี
 
ชายหนุ่มถอนใจยาวเหยียด ถึงเมื่อคืนจะเมามากขนาดไหน แต่ใช่สติจะเลอะเลือนจนจำอะไรไม่ได้สักหน่อย ไอ้ที่จำไม่ได้ก็คงมีแหละ แต่ที่จำได้นี่สิ..มิยูกินิ่วหน้ายกนิ้วแตะรอยช้ำข้างแก้มตัวเองเบาๆ ..เจ็บแฮ่ะ ฝ่ามือมหากาฬของเอย์จุนหนักเอาเรื่อง สงสัยโยอิจิคงไม่ได้สอนเฉพาะเบสบอลล่ะมั้ง? เล่นเอาเขาเกือบสร่างเมาเลยล่ะ
 
แล้วไหนจะ--ชายหนุ่มถอนใจยาวอีกรอบ เมื่อนึกถึงความหวานนุ่มนวลที่ได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรกและยังตราตรึงไม่จางหาย
 
ให้ตายเหอะ!! เจ้าเด็กบ้า!
 
สั่งนักสั่งหนาห้ามมายุ่งตอนคนกำลังเมา ทำไมไม่เชื่อฟร่ะ!
 
เจ้าเพื่อนสนิทสองคนนั่นอีก ไหนรับปากจะดูแลเอง รู้งี้นอนที่ร้านโซโนะก็ดี
 
มิยูกิผุดนั่งด้วยอาการหงุดหงิด
 
เขาทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย..
 
 
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวและดื่มกาแฟดำรสชาติขมปี๋เพื่อแก้อาการเมาค้าง และเรียกสติกลับคืน มิยูกิค่อยมีสีหน้าดีขึ้นพร้อมออกจากบ้านเพื่อไปสุสานเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา
 
 
ชายหนุ่มคุกเข่าลงกับพื้นบรรจงวางช่อดอกไม้บนแผ่นหินที่มีชื่อคุราโมจิ โยอิจิ จารึกอยู่ ก่อนจะเหยียดยิ้มตามสไตล์ "นายคงบ่นอีกสิ เรื่องดอกไม้ ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ยังไงฉันก็อยากมอบให้นาย.."
 
คนพูดหัวเราะกับตัวเอง เมื่อเดาออกว่าหากยังอยู่อีกฝ่ายคงโวยวายลั่น ...ให้ทำไมว่ะ? ดอกไม้เนี่ยนะ? หรือดีไม่ดีฝ่ายนั้นอาจรับแล้วฟาดหัวเขาแก้เขินก็เป็นได้
 
มิยูกิเผลอยิ้มกว้างยามภาพในอดีตย้อมเข้ามาในความคิด เขากับโยอิจิคบกันมานาน หากมองผิวเผินเหมือนเพื่อนสนิทที่เอาแต่ทะเลาะกันแทบทุกวัน มีเพียงพวกเขาสองคนต่างเข้าใจและวาดอนาคตไว้ร่วมกัน หากทว่า..ทุกสิ่งกลับตาลปัดไป
 
ชายหนุ่มขบริมฝีปากแน่น แววตาหม่นหมอง "โยอิจิ นายใจร้ายมากที่ทิ้งเอย์จุนไว้กับฉัน.."
 
 
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ มิยูกิถอนใจ เขาควรกลับไปทำอาหารเย็นได้แล้ว หลังจากละเลยหน้าที่และหายหน้าโดยไม่บอกกล่าวมาสองวัน ก็รู้หรอกการกระทำดังกล่าวมันไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่เอาซะเลยและทำให้อีกฝ่ายกังวลใจ แต่เอาเถอะ..อีกหน่อย เอย์จุนก็ต้องไปอยู่หอพักของเซย์โด ทุกอย่างคงจะดีขึ้น
 
พอคิดถึงเด็กหนุ่มร่วมชายคา มิยูกิเผลออมยิ้มโดยไม่รู้ตัว รีบสอดส่ายสายตาหาบางอย่างที่ฝ่ายนั้นน่าจะซุกซ่อนไว้ไม่ไกล
 
นั่นไง..ลูกเบสบอลมีตัวอักษรเขียนไว้วางซ่อนอยู่หลังแผ่นหิน ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ยอมเสียมารยาทหยิบมาอ่าน ก็ปีก่อนเขาบังเอิญเจอ เจ้าเด็กบ้าดันเขียนฟ้องโยอิจิเรื่องเขาเมาหัวราน้ำข้ามวันข้ามคืน ปีนี้จะรายงานอะไรอีกล่ะ?
 
..ขอโทษนะโยจัง ที่ปีนี้แพ้อีกแล้ว แต่ปีหน้าฉันเข้าเซย์โด รับรองจะต้องเป็นเอซให้ได้ แล้วจะไปโคชิเอ็งให้ดู..ปล.ที่นั่นต้องมีแคทเชอร์เก่งกว่าเจ้าแคทเชอร์ใจดำ(สวมแว่น) แถวนี้แน่ ฮึ!
 
คนแอบอ่านข้อความหลุดเสียงหัวเราะพรืดใหญ่ เอย์จุนคงน้อยใจมาก ที่โดนเขาปฏิเสธทุกครั้ง ระยะหลังถึงไม่เคยมาขอร้องอีกเลย คงต้องยอมบ้างแล้วมั้ง? แต่อย่างไรก็ตามความคาดหวังของเอย์จุนคงยากหน่อยล่ะ ไม่ใช่อวดตัวหรือหลงตัวเอง แต่แคทเชอร์ที่เก่งกว่าเขายังไม่เคยเห็น ถึงเซย์โดจะมีชื่อเสียงด้านเบสบอลและมีคนเก่งจากหลายโรงเรียนมารวมกัน แต่จากปีที่ผ่านมา ยังทำได้แค่รอบชิงระดับเขต แล้วปีหน้าของเอย์จุนจะมีแคทเชอร์ฝีมือดีโผล่มาได้อย่างไร?!
 
เมื่อกลับมามิยูกิจัดแจงเตรียมอาหารเย็นโดยเลือกทำของโปรดของเด็กหนุ่มเพื่อเป็นการไถ่โทษต่อการหายหน้าไป แต่รอจนเกือบสองทุ่ม ก็ยังไม่เห็นวี่แวว คนรอชักอดทนไม่ไหวจึงโทรตาม ปลายสายคล้ายตกใจที่ได้ยินเสียงเขา เอ่ยปากตะกุกตะกักขอค้างบ้านเพื่อนเพื่อติวหนังสือสอบปลายภาค คนเป็นผู้ปกครองจำใจตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้
 
หลังจากวันนั้นมิยูกิแทบไม่ได้เจอหน้าเอย์จุน เพราะตนเองต้องยุ่งกับการเคลียร์งานอันเป็นผลพวงจากการลาหยุดสองวัน แล้วยังต้องเตรียมแผนงานล่วงหน้าเนื่องจากถูกดึงตัวไปช่วยงานบริหารทีม
 
ฝ่ายเอย์จุนเองก็พยายามหลีกเลี่ยงการพบหน้ามิยูกิ พอฝ่ายนั้นกลับมา เขาก็ทำเป็นนอนหลับ และรีบออกแต่เช้าก่อนฝ่ายนั้นจะตื่น ก็เขากลัวถูกมิยูกิจับได้ว่าแอบคิดแอบชอบ ดีไม่ดีอาจถูกรังเกียจหรือไม่ยอมให้อยู่ด้วย คงแย่แน่เลย
 
 
ดังนั้นเย็นวันหนึ่ง หลังจากไขประตูเข้ามาแล้ว เอย์จุนก็ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเจอมิยูกินั่งดูทีวี
 
"..กลับมาแล้ว" อ้อมแอ้มทักพอเป็นพิธี เพื่อจะรีบเลี่ยงเข้าห้อง แต่แผนไม่สำเร็จ อีกฝ่ายถ้าจะรู้ทัน หันหน้ามาส่งสายตาบังคับให้มานั่งคุยก่อน
 
 
"นายจะหลบหน้าฉันไปถึงเมื่อไร?"
 
"เอ่อ เปล่าสักหน่อย" เอย์จุนเถียงเสียงอ่อย ก็มิยูกิทำหน้าดุนี่นา
 
"โกรธฉันเรื่องวันนั้น? หรือกลัวจนไม่กล้าอยู่ใกล้.."
 
"ปะ เปล่า ไม่ได้โกรธแล้วก็ไม่ได้กลัวด้วย..ฉันต่างหากกลัวมิยูกิจะโกรธ" เอย์จุนหน้าแดงระล่ำระลักตอบ ใจเต้นตุ๋มๆ ต่อมๆ เมื่อจู่ๆ ฝ่ายนั้นรื้อฟื้นเรื่องวันก่อนมาพูด
 
"ห๊า? ฉันจะไปโกรธนายเรื่องอะไร"
 
"ก็..นายเคยสั่งให้ฉันเข้านอนก่อน แล้วก็ห้ามฉันเข้าไปจุ้นจ้านในห้องนาย"
 
เด็กหนุ่มพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พลางเสมองหน้าจอโทรทัศน์แทน ขืนสบตากับมิยูกิตอนนี้ต้องแย่แน่ มิยูกิจ้องหน้าคนพูดคล้ายจะจับผิด กว่าจะรู้ตัวนัยน์ตาเขาก็เผลอถูกตรึงกับริมฝีปากสีสดใสของคนพูดที่กำลังขยับขึ้นลง..
 
หวาน...ใส....บริสุทธิ์....
 
 
"มิ ยู กิ?"
 
เจ้าของชื่อกระพริบตาปริบเรียกสติคืน  "หือ?"
 
"ไม่โกรธแน่นะ"
 
คนถูกถามย้ำพยักหน้ายืนยัน นึกก่นด่าตัวเองในใจ ฟุ้งซ่านไม่เข้าเรื่อง..แต่จากท่าทางขัดเขินของเอย์จุนแสดงว่าไอ้ที่เขารู้สึกคลับคล้ายคลับคลา คงจะเป็นเรื่องจริง..
 
 
"เอย์ จุน.."
 
เด็กหนุ่มหันมองคนพูดแล้วก็ตัวแข็งค้าง เมื่ออีกฝ่ายดึงตัวเขามากอดและวางศีรษะแนบไหล่ พึมพำเสียงแผ่วทว่าชัดเจนนัก
 
"ขอโทษด้วย วันนั้นฉันเมามากเลยเผลอทำเรื่องไม่ดีกับนาย แต่รับรองจะไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง นายช่วยลืมมันไปเถอะนะ"
 
น้ำเสียงเจ็บปวดของมิยูกิบีบคั้นหัวใจเอย์จุนจนพูดไม่ออก ความรู้สึกตีบตันปวดร้าวจนขอบตาร้อนผ่าว...สำหรับมิยูกิแล้วเรื่องนั้นคงทำให้รู้สึกผิดต่อโยจัง จึงเป็นความผิดพลาดไม่ตั้งใจที่อยากจะลบทิ้ง แต่สำหรับเขา..มันเป็นประกายแห่งความหวังว่าสักวันอาจมีโอกาสได้ครอบครองหัวใจของมิยูกิสักเสี้ยวหนึ่ง แล้วจะให้ลืม จะให้ลบทิ้งได้อย่างไร...
 
 
 
"ฮึ! จ้างฉันก็ไม่จำหรอก ประสบการณ์เลวร้ายสุดๆ แบบนั้น และเพื่อเป็นการไถ่โทษ นายต้องยอมเล่นแคชบอลกับฉัน.." เอย์จุนแผดเสียงดัง สะบัดตัวออกจากอ้อมกอดอีกฝ่าย ซึ่งยอมปล่อยอย่างง่ายดาย
 
"ฮ่า ฮ่า นายนี่เหลือเกินจริงๆ"  มิยูกิส่ายหน้าหัวเราะลั่น
 
เด็กหนุ่มค้อนควับ จะทำไงได้เล่า แค่ได้อยู่ใกล้ ได้เห็นรอยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะของคนๆ นี้ เขาก็พอใจแล้ว
 
คนเป็นอดีตแคทเชอร์ยกมือขยี้เรือนผมเด็กหนุ่มเล่นเบาๆ "ตกลง แต่ขอเป็นหลังจากฉันกลับมาก่อนนะ"
 
มิยูกิเลิกคิ้วเมื่อเห็นสีหน้างุนงงของอีกฝ่าย จึงรีบอธิบายเรื่องต้องไปช่วยงานในทีมของเมย์ ช่วงเก็บตัวฝึกซ้อม ดังนั้นเอย์จุนต้องอยู่คนเดียวไปพลางก่อน ประมาณสามเดือน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายหรือเรื่องการเข้าโรงเรียนใหม่ โนริกับชิราสุจะเป็นคนจัดการให้แทน
 
หนุ่มน้อยพยักหน้ารับทราบพลางฝืนยิ้ม ก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำแล้วจะมากินอาหารเย็นทีหลัง
 
ค่ำคืนนั้นมิยูกินอนหลับด้วยความสบายใจ ผิดกับอีกคนที่ต้องนอนร้องไห้คนเดียวจนหมอนเปียกชุ่มแทบทั้งใบ
 
...........................................
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่มีทางที่เอย์จุยจะสมหวังเลยรึนี่ คริสเซมไปเชียร์พี่คริสแทนได้ไหมเนี่ยยย!!

#4 By dAllEn (171.7.137.14) on 2016-01-16 15:25

มาแล้ว!!!! QwQ โฮฮฮฮฮฮฮ เอย์จุนน้อยน่าสงสาร!
มิยูกิ!!! นายทำได้ลงคอ!!! ชื่อเมย์เป็นคำต้องห้ามนะเฟ้ย!!! Q[]Q โฮฮ เอย์จัง ไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะ โฮฮฮฮฮฮฮฮ
ยินดีมากมายค่ะ มีฟิคมิซาวะเต็มไปหมดเลย... *w* <3 ~~~~~~ <3
//พึ่งค้นฟิคแล้วเจอ...ซึ้งสุดๆ//
ปล. จะติดตามอ่านจนกว่าจะจบค่ะ ขอบคุณสำหรับตอนที่สามของเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆก่อนหน้านี้นะคะ m(_  _)m

#3 By EnpresS_QueeN (1.1.166.121|1.1.166.121) on 2015-07-11 05:11

อ้าาาาา ิ อ่านจบแล้วอ่าาา
เอย์จังน่าสงสารอ่าาา
รีบมาต่อด่วนเลยค่ะ ข้างมากกกก

#2 By KIseji on 2015-07-07 01:44

มาแล้วววว!!!
พอรุ้ว่ามาก็ขอมาเม้นก่อนเลย
อวยพรค้ะ "แต่งต่อๆๆให้จบเพื่อความฟินนน//ของเราาาา"
สุ้ๆค้าาาาา¡!!!!!

#1 By KIseji on 2015-07-07 00:57