[DNA Fic] Just One Kiss_Part I (Misawa)

posted on 17 Jun 2016 20:03 by chaste-child

*ฟิคนี้เป็นฟิค Y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้นะคะ*

...........................

Title: Just One Kiss_Part I

Pairing: Miyuki x Sawamura

 

.................................

 

 

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นกับรสชาติเข้มข้นถูกใจที่เพิ่งจิบผ่านลำคอลงไป ไหนจะการได้นั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดอย่างเพลิดเพลินโดยไม่ต้องเร่งรีบเหมือนเช้าวันอื่น ทำให้มิยูกิถึงกับยิ้มออกมา

..ช่างเป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่วันแสนสดใสจริง

ยังไม่ทันจะอิ่มเอมกับความสุขสงบของวันหยุด เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อดังลั่น

 

"มิยูกิ คาซึย๊าาาา!!"

เจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้งเฮือก ยกมือกุมขมับปวดหัวจี๊ดขึ้นมากระทันหัน ลางสังหรณ์บอกว่า ความสุขสงบที่เพิ่งดื่มด่ำเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนคงต้องจบสิ้นแล้ว ไอ้ครั้นจะทำเป็นไม่ได้ยินก็ไม่ได้ เพราะรู้นิสัยคนตะโกนดีว่าดื้อด้านแค่ไหน จึงตัดใจยอมลุกไปเปิดประตูด้วยสีหน้าบึ้งตึง

 

"มีธุระอะไร?"

"มารับลูกให้หน่อย" คนพูดยิ้มแป้น ด้วยท่าทีคึกคักร่าเริงสุดๆ

แคทเชอร์หนุ่มวัย 20 ถอนหายใจเฮือก ยกนิ้วดีดหน้าผากคนพูดหนึ่งแปะ "นายจะบ้าเหรอ? ฉันไม่ใช่แคทเชอร์ประจำตัวนายนะเฟ้ย! แล้วตอนนี้เราก็ไม่ได้อยู่ทีมเดียวกัน และ ที่-สำ-คัญ--วันนี้เป็นวันหยุดพักของฉันโว้ย!"

เสียงว๊ากลั่นของคนพูด ทำเอาคนฟังหน้างอ แต่เรื่องยอมแพ้ไม่มีในสารบบของคนชื่อซาวามูระ เจ้าตัวรีบงัดไม้เด็ดโดยลากคนยืนงัวเงียอยู่ด้านหลังให้ออกมาข้างหน้า "งั้นหมอนี่ไง อยู่ทีมเดียวกับนาย เป็นคู่แบตเตอรี่กับนาย ฟุรุยะ! นายอยากซ้อมขว้างลูกใช่เปล่า?"

ประโยคหลังหันไปพูดกับพิทเชอร์รุ่นเดียวกันซึ่งพอได้คำว่าขว้างลูก เจ้าตัวก็พยักหน้ารับทันที

มิยูกิเลิกคิ้วเหยียดยิ้ม รู้แกวเจ้าอดีตรุ่นน้องคงกะว่าถ้าเขายอมรับลูกให้ฟุรุยะ ตัวเองจะได้ขอแจมด้วย เขาจึงยกมือชี้หน้าพิทเชอร์ร่วมทีม "วันนี้เป็นวันพักของนายเหมือนกัน ถ้านายดึงดันจะซ้อม ฉันจะฟ้องโค้ช.."

ฟุรุยะเบิกตาขึ้น ขืนรุ่นพี่มิยูกิบอกโค้ช เขาคงโดนลงโทษ ดีไม่ดี อดลงแข่งก็แย่สิ

"อ่า เอ่อ ครับ พักก็พัก" เจ้าตัวพยักหน้าหงอย ยอมเปลี่ยนใจแต่โดยดี

"หนอย! เจ้าฟุรุยะ แกนะแก--เดี๋ยวสิเว้ย!!" เอย์จุนหันไปเล่นงานเจ้าคนใจเสาะ แต่ยังไม่ทันทำอะไร เสียงหนึ่งก็ดังเช้าหูเสียก่อน

"ซา-วา-มู-ระ!!"

"แว๊กกกกกกกก!!!"

 

แล้วปรากฏการณ์เดจาวูก็บังเกิด เมื่อคนอยากขว้างลูกถูกยมทูตหัวเขียวลากเข้าห้องเพื่อจะเล่นงานได้ถนัดมือ

มิยูกิส่ายหน้าพลางหัวเราะ กับภาพอันแสนคุ้นตาเมื่อครั้งอยู่เซย์โด เจ้าพิทเชอร์จอมโวยวายกับดิ้นขลุกขลักเพื่อเอาตัวรอดจากท่าไม้ตายของคุราโมจิ ยามเช้าแสนสงบของเขาคงหมดลงแล้วแหง พอปลงได้จึงหันมาชวนรุ่นน้องอีกคนให้เข้ามากินอาหารเช้าด้วยกัน

...............

 

 หลังเรียนจบจากเซย์โด มิยูกิกับคุราโมจิต่างเลือกสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย และร่วมทีมเบสบอลของที่นั่น แม้จะอยู่คนละแห่ง คนละทีม แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยของทั้งคู่อยู่ในเขตเดียวกัน จึงตกลงใจเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ด้วยกัน ปีต่อมา เมื่อได้ข่าวซาวามูระกับฟุรุยะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับพวกเขา จอมห่วงใยรุ่นน้องอย่างคุราโมจิ จึงอาสาช่วยหาห้องพักให้ และแสนจะบังเอิญได้ห้องติดกันพอดี

ดังนั้นกิจวัตรประจำวันของเอย์จุน นอกจากการวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้า ขากลับมักจะคอยตะโกนเรียกมิยูกิให้ออกมาช่วยรับลูกเหมือนสมัยอยู่เซย์โด ซึ่งส่วนใหญ่มักถูกฝ่ายนั้นปฏิเสธ หากโชคร้ายก็เจอคุราโมจิก่นด่าหรือจับซ้อม เพราะรำคาญเสียงดังหนวกหู รบกวนคนอื่น และยังเป็นการเผยไต๋ให้ทีมคู่แข่งอย่างมิยูกิและฟุรุยะรู้ฝีมือ

 

"เฮ้ ฟุรุยะ คราวหลังนายไม่ต้องบ้าจี้วิ่งตามเจ้าซาวามูระทุกเช้าก็ได้ นายเพิ่งแข่งเสร็จเมื่อวานไม่ใช่รึไง ควรจะพักบ้าง" หลังจัดการเจ้าอดีตรุ่นน้องร่วมห้องจบหมอบราบยอมแพ้ คุราโมจิก็มาร่วมวงนั่งกินอาหารเช้าฝีมือมิยูกิ ถึงรู้ว่าพูดไปอีกฝ่ายคงไม่ทำตามหรอก นี่ขนาดอยู่คนละมหาวิทยาลัย อยู่คนละทีม ฟุรุยะก็ยังติดหนึบกับเจ้าซาวามูระไม่เปลี่ยน บางครั้งอดสงสัย..คนต่างกันสุดขั้วอย่างสองคนนี้อยู่ด้วยกันได้ไง แต่นั่นแหละ ขนาดตัวเขาเองยังติดหนึบอยู่กับเจ้าแคทเชอร์นิสัยเสียเลยนี่นา

"ไม่เป็นไรครับ" น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยตอบอย่างไร้อารมณ์เช่นเคย เจ้าตัวก้มหน้ากินอาหารเช้าที่มิยูกิทำให้อย่างเงียบๆ ผิดกับอีกคนที่กำลังจ้ำจี้จ้ำไชสั่งพ่อครัวเป็นการใหญ่ '...ไข่ดาวต้องสุกทั้งสองด้าน เบค่อนเอาแบบกรอบแต่ไม่แห้ง ขนมปังเกรียมนิดนึง..' จนคนทำหงุดหงิดถึงกับออกปากไล่ให้กลับไปทำกินเอง

"เรื่องไรฟร่ะ! ฉันเป็นรุ่นน้องนายเหมือนกัน นายจะทำให้แต่ฟุรุยะได้ไง.."

"นายมันเรื่องมากนี่นา ฉันทำอะไรให้ ก็กินเข้าไปสิเว้ย!"

"ก็ฉันเป็นคนกิน นายก็ทำแบบที่ฉันชอบสิ"

"เออ เออ รู้แล้ว ไปนั่งรอที่โต๊ะเลยไป๊! ยืนเกะกะอยู่ได้"

สุดท้ายคนทำต้องยอมอ่อนข้อ ด้วยคร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับรุ่นน้องจอมดื้อด้าน

 

คุราโมจิฟังแล้วคันไม้คันมืออยากกระโดดฟรีคิกใส่เจ้าคนเรื่องมากสักที แต่นั่นแหละ..อยู่หอด้วยกันมาสองปี แถมยังมาอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ทีมเดียวกัน และอยู่ห้องข้างกันอีก เลยเคยชินกับนิสัยอีกฝ่ายเป็นอย่างดี และรู้ดีว่าคนร่วมห้องตัวเองบ่นไปอย่างนั้น สุดท้ายก็ตามใจเจ้าบ้านั่นทุกที

 

"เออ เรื่องงานเลี้ยงรุ่นอาทิตย์หน้า พวกนายมาได้ชัวร์นะเว้ย อย่าให้เสียชื่อ พวกรุ่นพี่ยังมาเกือบครบ"

คุราโมจิหันมาถามรุ่นน้องทั้งสองคน เพราะทุกปีอดีตสมาชิกชมรมเบสบอลเซย์โดสมัยพวกเขา จะนัดเจอกันเป็นประจำในช่วงก่อนวันคริสต์มาส ยิ่งปีนี้ คุณเรียวรับเป็นแม่งาน คุราโมจิเลยทุ่มสุดตัวเป็นผู้ช่วยคนขยัน

 

"แน่นอนครับ! ซาวามูระ เอย์จุน ต้องมาร่วมงานเพื่อแสดงความเคารพบรรดารุ่นพี่ทั้งหลายอยู่แล้ว"

มิยูกิส่งเสียงหัวเราะในลำคอ "ฉันว่านายถูกทางบ้านทิ้ง หรือไม่ก็ไม่มีค่ารถกลับบ้านมากกว่า"

"หนะ หนอย..เจ้าบ้ามิยูกิ! ฉันไม่กลับเพราะอยากให้พ่อแม่กับปู่ได้ไปเที่ยวอย่างสบายใจต่างหาก ฮ่า ฮ่า"

หนุ่มน้อยจากนากาโน่รีบแก้ตัวเป็นพัลวันเมื่อเจอคนรู้ทันดักคอ ความจริงเขาก็อยากกลับไปเยี่ยมบ้านเหมือนฟุรุยะ แต่อาทิตย์ก่อน แม่โทรมาบอกช่วงนั้นทุกคนจะไปเที่ยวออนเซนกับพวกคุณลุงคุณป้าข้างบ้าน เขาเลยต้องแกร่วอยู่โตเกียวคนเดียว

คุราโมจิส่ายหน้า ถามรุ่นน้องอีกคนซึ่งแว่วว่าจะกลับฮอกไกโดในอีกไม่กี่วัน "นายล่ะ ฟรุยะ มาไหม? หรือยังอยู่ฮอกไกโด?"

คนถูกถามพยักหน้า "มาครับ เพราะไปแค่ 2-3 วัน"

มิยูกิอมยิ้ม "เห? โค้ชอุตส่าห์ให้พวกเราพักยาว นายไม่ต้องรีบกลับก็ได้มั้ง?"

พิทเชอร์มือหนึ่งอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะตอบ "กลับไปไม่ค่อยมีอะไรทำ มานี่ยังได้ซ้อมมือบ้าง"

คุราโมจิกรอกตา เจ้าบ้ามิยูกิจะแซวไปถึงไหนว่ะ รู้อยู่ว่าฟุรุยะมันติดเจ้าบื้อจะตาย "เอาล่ะ ดีแล้ว ฉันจะได้บอกคุณเรียว.."

"เสียดายรุ่นพี่คริสกลับมาไม่ทัน ไม่งั้นคงได้เจอกัน" เอย์จุนหน้าหงอยเมื่อนึกถึงข้อความที่ฝ่ายนั้นส่งมาจากอเมริกา

"เขาคงรู้ว่าจะต้องเจอนาย เลยเปลี่ยนใจไม่กลับ"

"คนปากเสียอย่างนายต่างหาก ที่เขาไม่อยากเจอ--" เอย์จุนสวนกลับทันควัน

"ใครกันแน่?"

 

ปัง!!

เสียงทุบโต๊ะดังลั่น คู่กัดทั้งสองรีบหันมองต้นเสียง พบคุราโมจิแสยะยิ้ม ชูหมัดขึ้น "ถ้าพวกนายไม่เลิกเถียงกัน ฉันจะเอากำปั้นนี้ยัดปากพวกนายทั้งคู่.."

เอย์จุนทำคอย่น รีบลุกพรวดคว้ามือฟุรุยะ พร้อมกับก้มคำนับและตะโกนด้วยเสียงอันดังเพื่อขอบคุณสำหรับอาหาร ก่อนรีบเผ่นกลับห้องตนเอง แต่ไม่วายทิ้งท้ายด้วยการหันมาแลบลิ้นใส่แคทเชอร์คนเก่ง ซึ่งยังคงหัวเราะไม่หยุด

..........................................

..................................

 

 

"รสโชยุ? รสซีฟู้ด? คอมบุ--"

เอย์จุนเกาหัวแกรก ตามองบะหมี่ถ้วยสำเร็จรูปสารพัดรสบนชั้นวางสินค้าอย่างตัดสินใจไม่ถูก ก่อนจะหยิบทั้งหมดใส่ตะกร้าถือเพื่อตัดปัญหา ยังไงเสีย เดี๋ยวคงกินหมดเองแหละ อยู่คนเดียวแบบนี้ขี้เกียจทำกินเอง ครั้นจะออกไปกินตามร้านก็เปลืองเงิน ยิ่งต้องประหยัดอยู่ ก็แหม กว่าเงินจากงานพิเศษจะออกโน่นเกือบสิ้นเดือน ซ้ำอากาศข้างนอกก็หนาว หิมะตกเกือบทุกวัน สู้อยู่เล่นเกม อ่านการ์ตุนในห้องดีกว่า ไว้รอซาโตรุกลับมา ค่อยคิดใหม่

 

กำลังคิดเพลินๆ มือใครคนหนึ่งก็แตะหมับที่ไหล่

"เหววอ.." อารามตกใจจึงเผลอร้องลั่น แต่พอหันมามองก็เจอมิยูกิยืนท้าวสะเอวจ้องเขม็ง

"ซาวามูระ นั่นอะไร?"

หนุ่มแว่นชี้ตะกร้าหมับ เอย์จุนได้แต่หัวเราะ แหะ แหะ หันรีหันขวางอึกอักพูดไม่ออก นึกในใจ ซวยแล้ว! ขืนบอกซื้อกิน เพราะขี้เกียจทำอาหาร เจ้าแคทเชอร์สี่ตาต้องบ่นแน่ สมัยอยู่เซย์โด หมอนี่มักบ่นเสมอเวลาเห็นใครกินบะหมี่ถ้วยแทนข้าว เพราะมันไม่มีประโยชน์ คนเป็นนักกีฬาควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน ให้พลังงาน บลา บลา...เขาเคยฟังจนเบื่อแล้ว

 

"เฮ่อ นี่นายกินไอ้ของไม่มีประโยชน์นี่อีกแล้วเหรอ? ก็บอกแล้--" คนพูดชะงักเมื่อเห็นคนฟังโบกมือ

"รู้แล้ว รู้แล้ว ไม่กินก็ได้ นายไม่ต้องบ่นเลย ขี้เกียจฟัง" เอย์จุนย่นจมูกใส่ หยิบบะหมี่ถ้วยทั้งหมดวางคืนบนชั