[KHR Fic] Our Love_04 (D18)

posted on 23 Jun 2016 10:50 by chaste-child

ฟิคนี้เป็นฟิค Y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ ผ่านได้ค่ะ

..........................

 

Title: Our Love ตอน 4

Pairing: D182

Notes: ผู้ใหญ่ยังคงสร้างเรื่องให้เด็กปวดหัว

.............................

 

ภายในถ้ำลึกลับแห่งหนึ่งบนภูเขาด้านหลังเมืองนามิโมริ ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปไม่มีวันหาเจอ วันนี้มีหลายคนมารวมตัวกันเพื่อภารกิจสำคัญ คือ การส่งบอสคาบัคโรเน่ไปโลกอนาคต

 

"บอสต้องกลับมาให้ได้นะครับ"

(...โรมาริโอ้ นายจะร้องไห้ทำไมน่ะ?)

 

"นี่เป็นพิกัดเวลาของทางนี้ครับ พกติดตัวไว้เผื่อมีอะไรผิดพลาด"

(...ผิดพลาด???)

 

"ถ้าไม่มียารักษา อย่างน้อย..แกต้องทำให้ฮิบาริคนทางนั้นยอมเล่าเรื่องทั้งหมด มันจะช่วยให้โอกาสรักษาหายมีเปอร์เซนต์สูงขึ้น"

(เอ่อ--ขนาดเคียวยะคนทางนี้ ฉันยังทำให้พูดไม่ได้ นายคิดว่าเคียวยะพาวเวอร์อัพเพิ่ม 10 ปี จะยอมพูดง่ายเรอะ!!)

 

"คุณดีโน่ ขอให้สำเร็จนะครับ"

(ฉันก็หวังอย่างนั้นเหมือนกันแหละ สึนะ)

 

"จำไว้ นายมีเวลา 5 ชั่วโมง หากนายกลับมายังจุดเดิมไม่ทัน ก็เป็นอันเซย์กู๊ดบาย"

(..งั้นนายช่วยส่งฉันลงตรงหน้าเคียวยะเลยแล้วกัน..เวลเด้)

 

บอสหนุ่มพยายามฝืนยิ้มรับคำ(สั่งเสีย?) ของทุกคน แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่ออาการของเคียวยะแย่ลงทุกขณะ และนี่เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยเคียวยะได้ แววตาและสีหน้าวิตกกังวลของคนรอบข้าง ทำให้ดีโน่ตื้นตันใจจนพูดอะไรแทบไม่ออกเหมือนกัน

 

"ดีโน่ แกต้องทำได้" ผู้เป็นอาจารย์ตบบ่าลูกศิษย์เป็นกำลังใจ

"แน่นอน" น้ำเสียงหนักแน่นรับคำ

 

จากนั้นบอสหนุ่มก็บอกลากับทุกคน และพาตัวเข้าไปในไทม์แมชชีนหน้าตาประหลาดซึ่งสร้างโดยอัลโกบาเรโน่นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เวลเด้ เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้รูปร่างคล้ายยานอวกาศแต่ขนาดเล็กมาก สามารถบรรจุคนได้เพียงคนเดียว

 

ดีโน่สูดลมหายใจลึก ส่งยิ้มให้ทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย แอบสยองเล็กน้อยเมื่อเหลือบเห็นรอยยิ้มพิลึกพิลั่นของคนสร้าง แต่รีบอร์นรีบบอกว่าไม่เป็นไร เวลเด้แค่ดีใจที่มีเหยื่อ..เอ๊ย มีคนมาทดลองเครื่องมือนี้

 

ต่อให้ไม่ไว้ใจหรือเสี่ยงเกินไป ก็ช่างเถอะ เขาทนดูเคียวยะต้องทุกข์ทรมานต่อไปไม่ไหวแล้ว จะให้ทดลองเปลี่ยนการรักษาไปเรื่อย ก็เสี่ยงเหมือนกัน สู้ตามหาต้นตอของสาเหตุ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และสิ่งหนึ่งที่รบกวนจิตใจเป็นอย่างยิ่ง คือลางสังหรณ์ว่าตนเองอาจเป็นต้นเหตุแห่งอาการป่วยของเคียวยะ

 

จากการประมวลเรื่องราว ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับเคียวยะในโลกอนาคตคงมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้น และเคียวยะคนปัจจุบันอาจรับรู้ ถึงขั้นรับไม่ได้จนล้มป่วยลง

 

บอสหนุ่มกำหมัดแน่น ปฏิญาณในใจ ไม่ว่าโลกอนาคตจะย่ำแย่แค่ไหน เขาจะสู้ ไม่ยอมให้ทุกอย่างจบลงแบบนี้

และ..ฉันจะต้องช่วยนายให้ได้ เคียวยะ..

 

..................

 

"ให้ตายสิ!"

บอสหนุ่มสบถ ยังไม่ทันไรเขาก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก เหมือนอากาศรอบตัวหายไปดื้อๆ เสียงหวืดดังคล้ายเครื่องยนต์กลไกบางอย่างดังจนแสบแก้วหู ร่างกายทุกส่วนเหมือนถูกบีบรัดจนแทบแหละสลาย และจู่ๆ รอบด้านก็มืดสนิทมองอะไรไม่เห็น บอสหนุ่มทรุดฮวบลงกับพื้น สติค่อยๆ เลือนรางลงทุกที

 

 

โครม!!!

เปรี้ยง!!!

 

เสียงเหมือนวัตถุขนาดใหญ่กระแทกเข้ากับบางอย่างจนดังสนั่นหวั่นไหว เรียกสติดีโน่ให้คืนกลับมา เขารู้สึกเหมือนร่างกำลังตกจากที่สูงดิ่งลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว.. ไอ้เครื่องบ้านี่ต้องชนอะไรสักอย่างแหง

 

ซะ ซวยแล้ว..!!!! ดีโน่ร้องลั่นในใจเตรียมรับการกระแทกครั้งใหญ่..เละเป็นวุ้นแน่เรา!!

 

ฉับพลันทุกอย่างรอบตัวก็นิ่งสนิทซะงั้น ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลแผ่ปกคลุมรอบด้าน สัญชาตญาณเตือนให้บอสหนุ่มระวังตัว และในความเงียบสงัดนั่นเอง เสียงบางอย่างที่แสนจะคุ้นเคยก็ดังขึ้นรอบทิศ..

 

ดีโน่ลืมตาพรึ่บพร้อมกระชากแส้คู่ใจตั้งรับเต็มที่ ไม่ผิดจากคาดการณ์ ตรงหน้าเขาเป็นชายฉกรรจ์ในชุดดำนับสิบคน ถือปืนโดยเล็งปากกระบอกจ่อมายังเขาเป็นจุดเดียว จ้องเขม็งด้วยสายตาไม่เป็นมิตร โชคยังดีภาษาที่พวกนั้นใช้สื่อสารระหว่างกันเป็นภาษาอิตาเลี่ยน ทำให้เขาเข้าใจทุกคำพูด

 

"ฉันไม่ใช่ศัตรู" บอสหนุ่มรีบบอก ก่อนพวกนั้นจะตัดสินใจลงมือ

"คุณเป็นใคร? และมาที่นี่ทำไม?" หนึ่งในนั้นคงเป็นหัวหน้าเอ่ยถาม โดยยังจ่อปืนเช่นเดิม

 

ยังไม่ทันตอบหรืออธิบาย ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้าผ่านคนกลุ่มนั้นมา แววตาเคร่งเครียดจ้องมองเขา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประหลาดใจแทน

 

"คุณดีโน่? แต่เอ๊ะ?"

"อ่า ฉันเองแหละ สึนะ--ดีโน่ คาบัคโรเน่ คนเมื่อสิบปีก่อน" เจ้าตัวรีบบอกเมื่อเห็นสายตาฝ่ายนั้นมองอย่างไม่ไว้ใจ "ฉันมีเรื่องด่วนจำเป็นต้องมาที่นี่.."

 

บอสวองโกเล่รุ่นที่ 10 แห่งโลกอนาคต พยักหน้าให้ลูกน้องทั้งหมดออกไป จนเหลือพวกเขาเพียงสองคน

 

ดีโน่นึกทึ่งในใจ ศิษย์น้องของเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่เอามากๆ บุคลิกท่วงท่าสงบนิ่งเยือกเย็น แผ่รัศมีน่าเกรงขาม จนแทบเป็นคนละคนกับเมื่อสิบปีก่อน

 

บอสหนุ่มเหลียวมองรอบด้าน แอบสงสัยเจ้าเครื่องมือของเวลเด้พาเขามา ณ ที่แห่งนี้ได้อย่างไร ดูจากลักษณะห้องคงอยู่ใต้ดินเพราะผนังทึบทุกด้าน ซ้ำมีทางออกทางเดียว หากศัตรูบุกรุกคงถูกจัดการโดยง่ายดาย

"ที่นี่คงเป็นฐานลับของพวกนายสินะ" ผู้เดินทางมาไกลเอ่ยปากถามตามประสาคนคุ้นเคย

คนฟังยิ้มมุมปาก ไม่ตอบ

ดีโน่เริ่มสัมผัสถึงบรรยากาศแปลกรอบตัว จะว่ามิตรก็ไม่ใช่ ศัตรูก็ไม่เชิง ท่าทีเฉยเมยของอีกฝ่ายสร้างความอึดอัดให้กับบอสคาบัคโรเน่พอสมควร

เอาเถอะ..ดีโน่พอเข้าใจ ระยะเวลาล่วงมาเป็นสิบปี คงมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น ยิ่งสถานการณ์สู้รบเพิ่งจบลง แล้วจู่ๆ เขาบุกรุกเข้ามา คงยากจะไว้ใจ

 

"ต้องขอโทษด้วยที่บุกรุกเข้ามา แต่ฉันมีเรื่องด่วนมาก เกี่ยวกับเคียวยะ.."

ชื่อบุคคลที่สามเหมือนจะเรียกความสนใจจากอีกฝ่ายได้ชะงัด เจ้าตัวพยักหน้าเป็นสัญญาณให้บอสรุ่นพี่ตามมา ก่อนจะพาไปยังอีกห้องซึ่งมีโต๊ะเก้าอี้ เหมาะจะพูดคุยกันมากกว่า

 

"เชิญคุณดีโน่นั่งก่อนครับ"

โดยไม่รอช้า ดีโน่รีบเล่าอาการของเคียวยะหลังจากกลับไปให้ฝ่ายนั้นฟังโดยละเอียด รวมถึงคำแนะนำของชามาล และการเดินทางมาที่นี่ด้วยอุปกรณ์ของเวลเด้

ซาวาดะ สึนะโยชิ วัย 24 ปี ถอนหายใจด้วยความหนักใจ  "..คงหลุดไปตอนช่วงเปลี่ยนถ่ายความทรงจำ.."

"อิริเอะ โชอิจิ ก็คิดอย่างนั้น นายพอจะบอก--?"

 

"งั้นคุณดีโน่รอสักครู่ ผมจะไปเอายามาให้"

ดีโน่อ้าปากเหวอ เมื่อพูดยังไม่ทันจบประโยค อีกฝ่ายก็ตัดบทเอาดื้อๆ บอกจะไปเอายา แล้วก็ลุกไปเฉยเลย คนมาไกลนั่งอึ้งตาค้าง มองแผ่นหลังคนพูดเดินออกประตูไปอย่างงุนงงเกินบรรยาย

ไหงมันง่ายอย่างนี้ล่ะ? แค่มาถึง รับยา แล้วก็กลับ...จบ!

เฮ้ย!!!! เฮ้ย!! เดี๋ยวก่อน!! นี่เขาเดินทางมาโลกอนาคต ใช้เครื่องไทม์แมชชีน เดินทางข้ามเวลามาตั้งสิบปี กะว่าต้องมีการผจญภัย ต่อสู้ หรือยากลำบากในการตามหาฐานทัพของวองโกเล่ ต้องปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องยา พบเจอกับเคียวยะ โดนฝ่ายนั้นซ้อมจนหนำใจก่อนจะบอกวิธีรักษา แล้วต้องรีบเร่งกลับมายังจุดหมายให้ทันเวลาอันจำกัด เหมือนในหนังผจญภัยประมาณนั้น

ตะ แต่ นี่มันอะไรกันฟร่ะ???? ง่ายดายยิ่งกว่าโทรสั่งพิซซาให้มาส่งเสียอีก

 

ไม่ถึงยี่สิบนาที บอสวองโกเล่ก็เดินกลับเข้ามาพร้อมยาในมือตามที่พูดไว้ บอสหนุ่มผุ้ดั้นด้นเดินทางข้ามเวลา ยื่นมือรับขวดยาอย่างงงๆ ฟังคำอธิบายจนเข้าใจ ฝ่ายนั้นขอร้องให้เขาอยู่รอสัญญาณรับตัวกลับ แต่ภายในห้องนี้ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นฐานลับของวองโกเล่ ไม่ควรให้คนนอกเดินเข้าออก และอีกสักครู่จะมีคนนำของว่างมาให้ รวมถึงจะส่งอิริเอะ โชอิจิ มาช่วยในการเดินทางกลับ

 

"เอ่อ..นายเป็นตัวจริงหรือรึเปล่า สึนะ?" คนขี้สงสัยเอ่ยปากถามดื้อๆ

อีกฝ่ายเลิกคิ้วหัวเราะเบาๆ "ก็ตัวจริงสิครับ หรือต้องให้ผมพิสูจน์อะไรอีก"

"อ่า ขอโทษด้วยที่ฉันระแวงมากไป เพียงแต่ฉันไม่คิดว่ามันจะง่ายแบบนี้"

บอสวองโกเล่เหยียดยิ้ม "คุณดีโน่ต้องการยา ผมก็ให้แล้วไง คุณเองมีเวลาไม่มาก รีบกลับไปดูแลคุณฮิบาริทางโน้นจะดีกว่า"

ยิ่งฟังคำตอบยิ่งสงสัย เหมือนมีลับลมคมนัยชอบกล คล้ายผู้เป็นศิษย์น้องกำลังพยายามกีดกันให้เขากลับไปโดยเร็วที่สุด ความจริงมันก็ดีหรอก เขาเองอยากรีบกลับด้วยเป็นห่วงเคียวยะ แต่มีบางอย่างตะหงิดในใจ จึงตัดสินใจถามออกไปตามตรง

 

"ช่วงเวลาที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างแฟมิลี่ของพวกเราคงไม่ค่อยดีใช่ไหม? ฉันอาจจะคิดไปเอง แต่เหมือนนายรังเกียจ ไม่อยากให้ฉันอยู่นานเกินไป"

"..."

"หรือตัวฉันมีส่วนทำให้เคียวยะเป็นแบบนี้?"

คนฟังเลิกคิ้วคล้ายแปลกใจในคำถาม ความจริงเขาอยากหัวเราะด้วยซ้ำ คุณดีโน่คนเมื่อสิบปีก่อนยังฉลาดล้ำลึก และดูใจเย็นกว่าคนในยุคเขา

รอยยิ้มแกมเยาะของบอสรุ่นน้องกับการนิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม เหมือนเป็นการเฉลยปริศนาคาใจดีโน่ บอสหนุ่มชาวาบ เจ็บแปลบ ยิ่งกว่าถูกกระสุนยิงเข้าอย่างจัง ภาพเคียวยะคลุ้มคลั่งไม่สติจนต้องถูกล่ามโซ่ ไหลย้อนเข้ามาในความคิด

เกิดจากตัวเขาเองงั้นเหรอ?

ชายหนุ่มกลืนก้อนแข็งในคอลงอย่างยากเย็น เขาก้มมองขวดยาในมือตนเองด้วยความเจ็บปวด..นี่เขาทำร้ายเคียวยะได้อย่างไร..

 

ดีโน่เงยหน้าสบตาอีกฝ่าย แววละอายฉายวูบ เมื่อเห็นร่องรอยความเกลียดชังและเคียดแค้นแฝงเร้นในดวงตาของบอสวองโกเล่ จนเขาพูดอะไรไม่ออกเป็นพักใหญ่

 

"นายคงเกลียดฉันมาก แต่ช่วยตอบหน่อยเถอะ มีอย่างเดียวที่ฉันอยากรู้--" น้ำเสียงแหบแห้งเปล่งถาม

คนฟังนิ่งมองใบหน้าขมขื่นของอีกฝ่ายโดยไม่ตอบความใด

"..จนถึงตอนนี้ เคียวยะ--ยังไม่หายดีใช่ไหม?"

 

"ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ?" เสียงราบเรียบถามกลับ

"เพราะยานี่ไง!" บอสหนุ่มกำขวดยาในมือแน่น ตะโกนเสียงสั่น "นายบอกเองว่ายานี่ทำมาเพื่อรักษาเคียวยะโดยเฉพาะ ถ้าเคียวยะหายแล้ว ยานี่จะมาอยู่ในมือฉันได้ไง..หรือนายไม่ได้ให้เขา"

 

บอสวองโกเล่แค่นยิ้ม เอ่ยช้าด้วยน้ำเสียงขมขื่นไม่ต่างกัน "ก็มันไม่มีประโยชน์กับคุณฮิบาริทางนี้.."

ใบหน้าคมเข้มหมองลง ่ก่อนจะกล่าวต่อ "คุณฮิบาริเองก็ทราบว่าถึงกินยาเข้าไปมันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา"

"งั้นฉันเอาไป จะไม่ประโยชน์เหรอ?"

เสียงทดท้อทำให้คนฟังอ่อนลง เขามองสีหน้าผิดหวังของอีกฝ่าย ตอบ "ขอผมถามบ้าง ถ้าคุณดีโน่นำยาไปให้คุณฮิบาริทาน คุณดีโน่จะอยู่ดูแลคุณฮิบาริจนหายดีใช่ไหมครับ?"

"แหงล่ะ ฉันจะไม่ไปไหนจนกว่าเคียวยะจะหายเป็นปกติ" เสียงตอบหนักแน่นมั่นคง

"ก็นั่นแหละครับ คำตอบ..ของยา"

บอสวองโกเล่ขยายความต่อเมื่อเห็นสีหน้าฉงนของคนฟัง "ยานี้เหมือนเป็นการพบกันคนละครึ่งทางระหว่างความฝันกับความจริง ตัวยาจะช่วยละลายความทรงจำที่บิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดในใจทีละนิด เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับความทรงจำหลัก แต่ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลใกล้ชิด จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงจะทำให้เห็นว่าความทรงจำส่วนที่เจ็บปวดนั้นเป็นเพียงความฝัน ยิ่งมีคุณอยู่ด้วยตลอด คุณฮิบาริก็จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง"

"กะ ก็ แล้วทำไม ตัวฉัน--" ดีโน่ชะงัก

...ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ นอกจากตัวเขาจะเป็นคนทำร้ายเคียวยะ ยังทอดทิ้งให้เคียวยะเจ็บป่วยโดยไม่เหลียวแล

บ้าน่า ตัวเขาต้องเป็นบ้าไปแล้ว....

 

บอสหนุ่มพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง พูดไม่ออกสักคำ

 

ซาวะดะ สึนะโยชิ วองโกเล่รุ่นที่ 10 เพ่งมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเงียบๆ จริงอยู่ เขาเกลียดชังและเคียดแค้น ดีโน่ คาบัคโรเน่ ผู้บังอาจทำร้ายผู้พิทักษ์เมฆาของเขาอย่างไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ดีโน่ คนที่อยู่ต่อหน้าเขาตรงนี้ เป็นคนที่กำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อหาทางช่วยคุณฮิบาริ ชายคนนี้กำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสกับสิ่งที่ตนไม่ได้ทำ แต่ก็เหมือนเป็นผู้ลงมือกระทำ เขาคงไม่สามารถเอาโทษทั้งหมดโยนใส่คนๆ นี้ได้

 

"ผมคงบอกคุณได้เพียงแค่..หลังจากถูกคุณดีโน่ทำร้าย คุณฮิบาริก็ล้มป่วย เพ้อคลั่งอย่างหนัก อาการคงประมาณเดียวกับที่คุณฮิบาริทางโน้นกำลังเป็นอยู่ แต่เชื่อเถอะครับ..หนักกว่าหลายสิบเท่า เราพยายามให้ยาหลายอย่างแต่ก็ไม่สำเร็จ ทดลองอยู่นานจนยานี้ถูกคิดค้นขึ้นมา แต่สุดท้ายมันก็สายเกินไป.."

"ฉันทำเรื่องเลวร้ายกับเคียวยะได้อย่างไร? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" บอสหนุ่มพึมพำ

"ไม่มีใครรู้นอกจากพวกเขาสองคน คุณฮิบาริเองไม่เคยปริปากพูดถึงเรื่องนั้นอีกเลย แม้กับผม.."

"แล้วตัวฉันล่ะ?" ดีโน่หลุดปากถาม หวังใจสักนิดว่าตัวเองในโลกอนาคตน่าจะพยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อหาทางแก้ไขเรื่องนี้

ผู้เป็นศิษย์น้องตวัดสายตาเย็นชามองเขา ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ทำให้ความหวังของดีโน่มอดดับ

"ช่วงนั้นสงครามระหว่างมาเฟียเริ่มรุนแรงขึ้น แต่ละแฟมิลี่ไม่มีเวลามานั่งคุยเล่นหรือปรับความเข้าใจกันหรอกครับ และที่สำคัญ ทางคาบัคโรเน่เอง ได้เลือกเส้นทางที่ไม่มีวันบรรจบกับคุณฮิบาริอีก"

"นายหมายความว่าไง?"

 

คนถูกถามส่ายหน้าเพราะพูดไปก็เปล่าประโยชน์ ก่อนจะขยับตัวลุก ดีโน่คอตก หากฝ่ายนั้นตัดสินใจไม่พูด เขาคงไม่สามารถทำอะไรได้

"เดี๋ยวผมให้คนจัดอาหารว่างมาให้ พอถึงเวลา โชอิจิจะมาช่วยส่งคุณกลับเอง"

 

"เดี๋ยว สีนะ!"

เจ้าของชื่อหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

"ขอฉันพบเคียวยะได้ไหม?"

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดพักใหญ่

 

"ได้โปรด.."

บอสวองโกเล่สบตานิ่งกับบอสรุ่นพี่ผู้มาจากโลกเมื่อสิบปีก่อน พลางถอนหายใจยาวออกมา "ถ้าผมบอกไม่ได้ คุณก็คงหาทางไปจนได้อยู่ดีใช่ไหมครับ"

บอสหนุ่มพยักหน้ารับ "ฉันเป็นห่วงเคียวยะ อยากรู้ว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง ฉันสัญญา จะไม่สร้างปัญหา จะไม่ถามอะไรทั้งสิ้น และหากเขาต้องการแก้แค้น ฉันยินดีรับโทษทุกอย่าง"

 

บอสวองโกเล่ถอนใจเป็นคำรบสอง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับบอสรุ่นพี่ด้วยสีหน้าจริงจัง

"สาบานกับผม..ว่าคุณจะไม่ทำให้คุณฮิบาริอาการแย่ลง"

ดีโน่พยักหน้าแน่วแน่ รู้สึกตื้นตันจนบอกไม่ถูก เมื่อสัมผัสถึงความรู้สึกแรงกล้าในการปกป้องพวกพ้องของสึนะ นี่คงเป็นเหตุผลสำคัญ ถึงทำให้เคียวยะและผู้พิทักษ์ทุกคนยอมทุ่มเทให้กับวองโกเล่ แม้ในยามเจ็บป่วยไม่ได้สติ เคียวยะก็ยังยอมไว้ใจสึนะ

บอสหนุ่มส่งแส้ประจำตัวและกล่องอาวุธยื่นให้อีกฝ่ายโดยไม่ลังเล "ฉันสาบาน! ต่อให้ต้องถูกฆ่าตาย ฉันจะไม่โต้ตอบเลย นายเก็บอาวุธฉันไว้ก็ได้"

ผู้เป็นศิษย์รุ่นน้องหัวเราะ หึ "ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ ผมเชื่อใจคุณดีโน่คนเมื่อสิบปีก่อน เพราะถ้าไม่ห่วงคุณฮิบาริมากแล้วล่ะก็ คงไม่กล้าบ้าบิ่นมาถึงนี่ และที่สำคัญ คุณเก็บอาวุธพวกนี้ไว้ป้องกันตัวเองดีกว่า"

"เคียวยะน่ากลัวมากเลยเหรอ?" ดีโน่ชักสยอง ในใจแอบคำนวณค่าพลังของเคียวยะเวอร์ชั่นเพิ่มสิบปี

"ไม่รู้สิครับ เอาเป็นว่าถ้าเริ่มลงมือต่อสู้ อย่าคิดออมมือเป็นอันขาด"

"สิบปีมานี่ พวกนายคงจะสนิทกันมากนะ" ดีโน่เผลอหลุดปากพูดสิ่งที่คิดในใจ อีกฝ่ายยิ้มแกมรู้ทัน

"ไม่ต้องระแวงผมหรอกครับ เดือนหน้าผมจะแต่งงานกับเคียวโกะจังแล้ว"

"ห๊า?"

 

ทั้งคู่สนทนากันอีกเล็กน้อย ก่อนผู้เป็นบอสวองโกเล่จะเดินนำบอสคาบัคโรเน่ไปตามทางลับซึ่งคดเคี้ยวมืดมิด จนถึงประตูบานหนึ่ง เมื่อเปิดออกก็กลายเป็นห้องโถงยาว มีแสงไฟสลัวพอมองเห็นทางเดิน

 

"คุณดีโ่น่ รอสักครู่นะครับ ผมจะไปบอกคุณคุซาคาเบะว่าผมมาคุยเรื่องงานกับคุณฮิบาริ จะได้ไม่มีใครมารบกวน"

คนพูดเดินจากไป ดีโน่เหลียวมองรอบด้าน บริเวณนี้คงเป็นส่วนของผู้พิทักษ์เมฆา เพราะสังเกตจากลักษณะการตกแต่งเป็นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม บอสหนุ่มใจเต้นรัว นึกขอบคุณศิษย์น้องผู้เข้าใจและยอมให้โอกาสเขา ส่วนเรื่องจะพูดอะไรกับเคียวยะนั้น เขายังนึกไม่ออก หวังเพียงอย่างเดียวอยากจะช่วยเคียวยะทั้งสองให้พ้นจากความทุกข์ทรมานในใจ อันเกิดจากตัวเขาเอง ให้ได้

 

..............................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

**หายไปนานมาก แหะ แหะ เหลืออีกตอนก็จบแล้ววว

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet