[DNA Fic] Just One Kiss_Part II (Misawa)

posted on 12 Jul 2016 06:45 by chaste-child

ฟิคนี้เป็นฟิค y (ชายxชาย) หากไม่ชอบใจ ผ่านได้นะคะ

..................................

Title: Just One Kiss (Part II)

Pairing: Miyuki x Sawamura

.................................

 

 

หลังจากฝึกซ้อมช่วงเย็นเสร็จ คุราโมจิแวะคุยกับจอมโวยวายผู้เป็นรุ่นน้องร่วมทีมครู่่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจแยกตัวกลับก่อน เพราะหมอนั่นยังมีธุระต้องซื้อของอีกนิดหน่อย

 .................

 

"หืมม??"

พอไขกุญแจเปิดประตูเข้าห้อง ยังไม่ทันจะวางกระเป๋า คุราโมจิก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะพรืดใหญ่ออกมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

มิยูกิกำลังนอนหลับสนิทบนโซฟา โดยมีหนังสือที่อ่านค้างวางคว่ำอยูบนอก เห็นดังนั้น หนุ่มผมเขียวรีบฉวยโอกาสใช้มือถือของตนเก็บภาพหายากของคนใกล้ตัว เผื่อใช้ประโยชน์ในวันหน้า

ส่วนที่หัวเราะเพราะปกติแล้ว เขาแทบไม่เคยเห็นหมอนี่มีเวลาว่างนอนอ่านหนังสือ หรืองีบหลับ ยิ่งในวันธรรมดาด้วยแล้ว ตารางของแคทเชอร์หนุ่มจะมีแต่ฝึกซ้อมแล้วก็ฝึกซ้อม เหลือเวลาเข้าเรียนกับทำงานพิเศษนิดหน่อยเท่านั้น ยิ่งช่วงฤดูกาลแข่งขันล่ะก็..บางวันแทบไม่เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ

จู่ๆ ได้หยุดพักหนึ่งอาทิตย์ กิจวัตรประจำวันเลยหายไปเกือบครึ่ง ทำให้มีเวลาว่างเหลือเฟือ วันแรกเจ้าตัวก็ดูดีอกดีใจกับวันหยุดยาว แต่พอเข้าวันที่สองสาม เร่ิมบ่นอุบ ด้วยความเบื่อจัด อยากจะหวดไม้ หรือรับลูกอยู่กลางสนามให้เหงื่อท่วมตัวมากกว่าอยู่ว่างคนเดียว

หนำซ้ำเมื่อสองวันก่อน เขาดันยกเลิกนัดกับหมอนั่นอย่างกะทันหัน

ก็คนมันไมู่้รู้นี่หว่า...หนุ่มผมเขียวแก้ตัวในใจ..นายไม่บอกให้มันชัดเจน เวลาพูดก็ทำเป็นทีเล่นทีจริง ถ้ารู้ฉันคงขอเลื่อนคุณเรียวเป็นวันอื่นแทน

...นายก็เป็นแบบนี้ตลอด--คาซึยะ! ใครมันจะเดาใจออก

วันนั้นตอนหมอนั่นบอกจะทำอาหารเย็นฉลองวันหยุด เขายังนึกว่าตัวเองหูฝาดเลยด้วยซ้ำ และคงไม่มีอะไรพิเศษมากกว่าที่เคยเป็นมา ดังนั้นพอได้รับโทรศัพท์จากคุณเรียว ขอให้มาช่วยเรื่องงานเลี้ยงรุ่น เขาจึงตัดสินใจรับปากเพราะเป็นเรื่องด่วนกว่า พอโทรบอกมิยูกิ ฝ่ายนั้นก็ไม่ว่าอะไร เขาเลยเบาใจ

จนกลับมาเห็นอาหารที่หมอนั่นทำและแบ่งเก็บไว้ให้ในตู้เย็น เขาถึงกับพูดไม่ออก อยากจะต่อยหมอนั่นสักเปรี้ยง ถ้าตั้งใจทำเพื่อเขาขนาดนี้ ทำไมไม่พูดให้มันชัดเจน...ก็อาหารพวกนั้น เป็นเมนูที่เขาเปรยว่าอยากลองกินสักครั้ง หลังจากเห็นในหนังเรื่องหนึ่งตอนนั่งดูด้วยกัน..หมอนั่นยังอุตส่าห์จำได้

คาซึยะ--ไอ้คนเฮงซวย!!

แม้ปากจะก่นด่าด้วยความรู้สึกผิด แต่ส่วนลึกก็อดเจ็บใจไม่ได้ โอกาศพิเศษกับคนพิเศษ เขาก็ต้องการเหมือนกันนั่นแหละ

 

หนุ่มผมเขียวทรุดลงนั่งข้างคนนอนหลับ เขย่าตัวปลุกเบาๆ

"เฮ้ย! ตื่นได้แล้ว นอนหลับตรงนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอกเว้ย"

มิยูกิลืมตางัวเงียมองคนปลุก ก่อนจะขยับตัวลุกนั่ง เอนศีรษะพิงซบบ่าอีกฝ่าย พร้อมกับดึงตัวเข้ามากอดแน่น เหมือนเป็นหมอนข้างประจำตัว คนถูกกอดจุ๊ปากขัดใจ อยากจะศอกกลับสักเปรี้ยง แต่ก็...ช่างมันวะ

"กลับมาแล้วเหรอ?" เสียงงึมงำถาม

"เออ กลับมาแล้ว วันนี้โค้ชปล่อยเร็ว สงสัยแกมีธุระ แล้วไหนเมื่อเช้านายบอกจะแวะไปซ้อม ไหงมานอนหมดแรงอย่างนี้ว่ะ?"

"ฮึ!" มิยูกิเบ้ปากด้วยความเซ็ง ขยับตัวบิดขี้เกียจ "..ก็ไปมา กะจะแอบซ้อมสักหน่อย แต่โค้ชเล่นสั่งปิดหมด เพราะกำลังให้คนมาเช็คอุปกรณ์เรื่องความปลอดภัยอะไรนี่แหละ"

"แบ็ตติ้งเซนเตอร์ล่ะ?" คุราโมจิถาม นอกจากสนามฝึกซ้อมหลัก บางครั้งพวกเขาก็ไปฝึกหวดลูกกันข้างนอก

"อย่าให้พูด ฉันไปมาสองแห่ง ปิดหมด" คนตอบหน้าบึ้ง

"ฮ่า ฮ่า นายมันดวงซวยสุดๆ"

มิยูกิยิ้มเจ้าเล่ห์ เอียงหน้ากระซิบข้างหูอีกฝ่ายเบาๆ "งั้นคืนนี้ นายต้องปลอบใจฉันหน่อยแล้ว โย-อิ-จิ..."

"อะ ไอ้ทุเรศ!!" คุราโมจิหน้าแดง กระทุ้งศอกโครมใหญ่เข้าชายโครงแคทเชอร์คนเก่ง จนร้องโอ๊ยลั่น แม้หนุ่มผมเขียวจะมีบุคลิกภายนอกดูแข็งกร้าว แต่กับเรื่องแบบนี้ ยิ่งเจอแคทเชอร์ขี้แกล้งด้วยแล้ว คนเป็นช็อตสตอปถึงกับไปไม่เป็นเอาเลย

หึ หึ มิยูกิหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แลกกับการเจ็บตัวก็คุ้มล่ะ ใช่จะได้เห็นกันง่ายๆ ซะเมื่อไหร่

 

"หิวรึยัง?" มิยูกิถาม ตาเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ทุ่มกว่าแล้ว ดันเผลอหลับจนลืมทำอาหาร

"เออจริงดิ--วันนี้เจ้าซาวามูระชวนกินมื้อเย็นด้วยกัน เห็นบอกจะมีเซอร์ไพรส์" คุราโมจิโพล่ง เมื่อนึกขึ้นได้ว่ารุ่นน้องไหว้วานมาบอกคนร่วมห้อง

"ห๊ะ? คงไม่ใช่บะหมี่ถ้วยนะ" มิยูกิยังนึกสยองกับภาพบะหมี่ถ้วยจำนวนมากที่เจ้าตัวโกยใส่ตะกร้าตอนเจอกันวันก่อนได้ดี

"ฮ่า ฮ่า ไม่หรอกมั้ง เจ้านั่นบอกได้ของฝากมาจากฮอกไกโด เลยจะตอบแทนที่นายเลี้ยงวันก่อน"

อ๋อ..มิยูกิพยักหน้า รำพึงเบาๆ "ฟุรุยะกลับมาแล้วสิ"

 

...........................

 

ออดดดด.....ออดดดดดด...

เสียงกริ่งประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุบประตูรัวๆ คุราโมจิขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มันจะเคาะหาสวรรค์วิมานอะไรนักหนา เดี๋ยวห้องอื่นก็ด่าเอาหรอกเฟ้ย! เจ้าตัวรีบลุกไปเปิด

 

มิยูกิเม้มปากครุ่นคิดขณะมองตามหลังคุราโมจิ ในใจไพล่คิดถึงเรื่องเมื่อสองวันก่อน

...แค่จูบเดียวเท่านั้น..

ความจริงจะเรียกจูบหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แค่แตะริมฝีปากลงไปเบาๆ เพื่อหยอกเล่น ไม่ได้คิดเกินเลยสักนิด

ทำไม จูบนั้น ยังติดตราตรึงใจเขานักจนยากจะลบเลือนได้...

 

เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นมาตามทางเดิน ไม่ต้องหันดูก็รู้ว่าใคร ..แคทเชอร์หนุ่มสะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวออก ก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มยียวนให้รุ่นน้องหนึ่งในสองคนนั้นซึ่งแบกกล่องเก็บความเย็นเดินมาใกล้

"ถ้าบะหมี่ถ้วยล่ะก็ ฉันขอผ่าน"

"หนะ หนอย มิยูกิ คาซึยะ! ใช่ที่ไหนกันเล่า" เอย์จุนหน้าแดงโวยลั่น ขณะมิยูกิปิดปากหัวเราะคิกๆ

"ขอรบกวนด้วยครับ" เสียงเนิบนาบของฟุรุยะซึ่งเดินหิ้วถุงใส่วัตถุดิบประเภทผักและเครื่องปรุงตามหลังมา เอ่ยเบา

"มาดูนี่ซะก่อน แล้วนายจะต้องเสียใจถ้าขอผ่าน" เอย์จุนยักคิ้ว พร้อมกับเปิดฝากล่องเก็บความเย็นให้ทุกคนดู

ภายในกล่องนั้น เต็มด้วยอาหารทะเลนานาชนิด ทั้งกุ้งหอยปูปลาที่ยังสดใหม่ฟรีซมาเรียบร้อย แค่มองก็สัมผัสถึงความอร่อยชวนลิ้มรส จนเผลอกลืนน้ำลายกันเป็นแถว

 

"โอ้โห!!"

คุราโมจิอุทานลั่น ส่วนมิยูกิผิวปากว๊าว

"ฮ่า ฮ่า เป็นไงล่ะพวกนาย พูดไม่ออกกันเลยล่ะสิ.." เอย์จุนหัวเราะชอบใจ

คุราโมจิกรอกตาดัวยความหมั่นไส้ "เดี๋ยวโดนเตะ กล้าพูดกับรุ่นพี่อย่างนี้"

"นายเอามาจากบ้านเหรอ ฟุรุยะ" มิยูกิหันมาถามคนตัวสูงโย่ง

"ครับ"

"งั้นของฟุรุยะต่างหาก ไม่ต้องมาโม้เลย ซาวามูระ"

"ถึงงั้นก็เหอะ ฉันอุตส่าห์นึกถึงพวกนาย ยั