[DNA Fic] Just One Kiss_Part II (Misawa)

posted on 12 Jul 2016 06:45 by chaste-child

ฟิคนี้เป็นฟิค y (ชายxชาย) หากไม่ชอบใจ ผ่านได้นะคะ

..................................

Title: Just One Kiss (Part II)

Pairing: Miyuki x Sawamura

.................................

 

 

หลังจากฝึกซ้อมช่วงเย็นเสร็จ คุราโมจิแวะคุยกับจอมโวยวายผู้เป็นรุ่นน้องร่วมทีมครู่่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจแยกตัวกลับก่อน เพราะหมอนั่นยังมีธุระต้องซื้อของอีกนิดหน่อย

 .................

 

"หืมม??"

พอไขกุญแจเปิดประตูเข้าห้อง ยังไม่ทันจะวางกระเป๋า คุราโมจิก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะพรืดใหญ่ออกมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

มิยูกิกำลังนอนหลับสนิทบนโซฟา โดยมีหนังสือที่อ่านค้างวางคว่ำอยูบนอก เห็นดังนั้น หนุ่มผมเขียวรีบฉวยโอกาสใช้มือถือของตนเก็บภาพหายากของคนใกล้ตัว เผื่อใช้ประโยชน์ในวันหน้า

ส่วนที่หัวเราะเพราะปกติแล้ว เขาแทบไม่เคยเห็นหมอนี่มีเวลาว่างนอนอ่านหนังสือ หรืองีบหลับ ยิ่งในวันธรรมดาด้วยแล้ว ตารางของแคทเชอร์หนุ่มจะมีแต่ฝึกซ้อมแล้วก็ฝึกซ้อม เหลือเวลาเข้าเรียนกับทำงานพิเศษนิดหน่อยเท่านั้น ยิ่งช่วงฤดูกาลแข่งขันล่ะก็..บางวันแทบไม่เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ

จู่ๆ ได้หยุดพักหนึ่งอาทิตย์ กิจวัตรประจำวันเลยหายไปเกือบครึ่ง ทำให้มีเวลาว่างเหลือเฟือ วันแรกเจ้าตัวก็ดูดีอกดีใจกับวันหยุดยาว แต่พอเข้าวันที่สองสาม เร่ิมบ่นอุบ ด้วยความเบื่อจัด อยากจะหวดไม้ หรือรับลูกอยู่กลางสนามให้เหงื่อท่วมตัวมากกว่าอยู่ว่างคนเดียว

หนำซ้ำเมื่อสองวันก่อน เขาดันยกเลิกนัดกับหมอนั่นอย่างกะทันหัน

ก็คนมันไมู่้รู้นี่หว่า...หนุ่มผมเขียวแก้ตัวในใจ..นายไม่บอกให้มันชัดเจน เวลาพูดก็ทำเป็นทีเล่นทีจริง ถ้ารู้ฉันคงขอเลื่อนคุณเรียวเป็นวันอื่นแทน

...นายก็เป็นแบบนี้ตลอด--คาซึยะ! ใครมันจะเดาใจออก

วันนั้นตอนหมอนั่นบอกจะทำอาหารเย็นฉลองวันหยุด เขายังนึกว่าตัวเองหูฝาดเลยด้วยซ้ำ และคงไม่มีอะไรพิเศษมากกว่าที่เคยเป็นมา ดังนั้นพอได้รับโทรศัพท์จากคุณเรียว ขอให้มาช่วยเรื่องงานเลี้ยงรุ่น เขาจึงตัดสินใจรับปากเพราะเป็นเรื่องด่วนกว่า พอโทรบอกมิยูกิ ฝ่ายนั้นก็ไม่ว่าอะไร เขาเลยเบาใจ

จนกลับมาเห็นอาหารที่หมอนั่นทำและแบ่งเก็บไว้ให้ในตู้เย็น เขาถึงกับพูดไม่ออก อยากจะต่อยหมอนั่นสักเปรี้ยง ถ้าตั้งใจทำเพื่อเขาขนาดนี้ ทำไมไม่พูดให้มันชัดเจน...ก็อาหารพวกนั้น เป็นเมนูที่เขาเปรยว่าอยากลองกินสักครั้ง หลังจากเห็นในหนังเรื่องหนึ่งตอนนั่งดูด้วยกัน..หมอนั่นยังอุตส่าห์จำได้

คาซึยะ--ไอ้คนเฮงซวย!!

แม้ปากจะก่นด่าด้วยความรู้สึกผิด แต่ส่วนลึกก็อดเจ็บใจไม่ได้ โอกาศพิเศษกับคนพิเศษ เขาก็ต้องการเหมือนกันนั่นแหละ

 

หนุ่มผมเขียวทรุดลงนั่งข้างคนนอนหลับ เขย่าตัวปลุกเบาๆ

"เฮ้ย! ตื่นได้แล้ว นอนหลับตรงนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอกเว้ย"

มิยูกิลืมตางัวเงียมองคนปลุก ก่อนจะขยับตัวลุกนั่ง เอนศีรษะพิงซบบ่าอีกฝ่าย พร้อมกับดึงตัวเข้ามากอดแน่น เหมือนเป็นหมอนข้างประจำตัว คนถูกกอดจุ๊ปากขัดใจ อยากจะศอกกลับสักเปรี้ยง แต่ก็...ช่างมันวะ

"กลับมาแล้วเหรอ?" เสียงงึมงำถาม

"เออ กลับมาแล้ว วันนี้โค้ชปล่อยเร็ว สงสัยแกมีธุระ แล้วไหนเมื่อเช้านายบอกจะแวะไปซ้อม ไหงมานอนหมดแรงอย่างนี้ว่ะ?"

"ฮึ!" มิยูกิเบ้ปากด้วยความเซ็ง ขยับตัวบิดขี้เกียจ "..ก็ไปมา กะจะแอบซ้อมสักหน่อย แต่โค้ชเล่นสั่งปิดหมด เพราะกำลังให้คนมาเช็คอุปกรณ์เรื่องความปลอดภัยอะไรนี่แหละ"

"แบ็ตติ้งเซนเตอร์ล่ะ?" คุราโมจิถาม นอกจากสนามฝึกซ้อมหลัก บางครั้งพวกเขาก็ไปฝึกหวดลูกกันข้างนอก

"อย่าให้พูด ฉันไปมาสองแห่ง ปิดหมด" คนตอบหน้าบึ้ง

"ฮ่า ฮ่า นายมันดวงซวยสุดๆ"

มิยูกิยิ้มเจ้าเล่ห์ เอียงหน้ากระซิบข้างหูอีกฝ่ายเบาๆ "งั้นคืนนี้ นายต้องปลอบใจฉันหน่อยแล้ว โย-อิ-จิ..."

"อะ ไอ้ทุเรศ!!" คุราโมจิหน้าแดง กระทุ้งศอกโครมใหญ่เข้าชายโครงแคทเชอร์คนเก่ง จนร้องโอ๊ยลั่น แม้หนุ่มผมเขียวจะมีบุคลิกภายนอกดูแข็งกร้าว แต่กับเรื่องแบบนี้ ยิ่งเจอแคทเชอร์ขี้แกล้งด้วยแล้ว คนเป็นช็อตสตอปถึงกับไปไม่เป็นเอาเลย

หึ หึ มิยูกิหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แลกกับการเจ็บตัวก็คุ้มล่ะ ใช่จะได้เห็นกันง่ายๆ ซะเมื่อไหร่

 

"หิวรึยัง?" มิยูกิถาม ตาเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ทุ่มกว่าแล้ว ดันเผลอหลับจนลืมทำอาหาร

"เออจริงดิ--วันนี้เจ้าซาวามูระชวนกินมื้อเย็นด้วยกัน เห็นบอกจะมีเซอร์ไพรส์" คุราโมจิโพล่ง เมื่อนึกขึ้นได้ว่ารุ่นน้องไหว้วานมาบอกคนร่วมห้อง

"ห๊ะ? คงไม่ใช่บะหมี่ถ้วยนะ" มิยูกิยังนึกสยองกับภาพบะหมี่ถ้วยจำนวนมากที่เจ้าตัวโกยใส่ตะกร้าตอนเจอกันวันก่อนได้ดี

"ฮ่า ฮ่า ไม่หรอกมั้ง เจ้านั่นบอกได้ของฝากมาจากฮอกไกโด เลยจะตอบแทนที่นายเลี้ยงวันก่อน"

อ๋อ..มิยูกิพยักหน้า รำพึงเบาๆ "ฟุรุยะกลับมาแล้วสิ"

 

...........................

 

ออดดดด.....ออดดดดดด...

เสียงกริ่งประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุบประตูรัวๆ คุราโมจิขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มันจะเคาะหาสวรรค์วิมานอะไรนักหนา เดี๋ยวห้องอื่นก็ด่าเอาหรอกเฟ้ย! เจ้าตัวรีบลุกไปเปิด

 

มิยูกิเม้มปากครุ่นคิดขณะมองตามหลังคุราโมจิ ในใจไพล่คิดถึงเรื่องเมื่อสองวันก่อน

...แค่จูบเดียวเท่านั้น..

ความจริงจะเรียกจูบหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แค่แตะริมฝีปากลงไปเบาๆ เพื่อหยอกเล่น ไม่ได้คิดเกินเลยสักนิด

ทำไม จูบนั้น ยังติดตราตรึงใจเขานักจนยากจะลบเลือนได้...

 

เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นมาตามทางเดิน ไม่ต้องหันดูก็รู้ว่าใคร ..แคทเชอร์หนุ่มสะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวออก ก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มยียวนให้รุ่นน้องหนึ่งในสองคนนั้นซึ่งแบกกล่องเก็บความเย็นเดินมาใกล้

"ถ้าบะหมี่ถ้วยล่ะก็ ฉันขอผ่าน"

"หนะ หนอย มิยูกิ คาซึยะ! ใช่ที่ไหนกันเล่า" เอย์จุนหน้าแดงโวยลั่น ขณะมิยูกิปิดปากหัวเราะคิกๆ

"ขอรบกวนด้วยครับ" เสียงเนิบนาบของฟุรุยะซึ่งเดินหิ้วถุงใส่วัตถุดิบประเภทผักและเครื่องปรุงตามหลังมา เอ่ยเบา

"มาดูนี่ซะก่อน แล้วนายจะต้องเสียใจถ้าขอผ่าน" เอย์จุนยักคิ้ว พร้อมกับเปิดฝากล่องเก็บความเย็นให้ทุกคนดู

ภายในกล่องนั้น เต็มด้วยอาหารทะเลนานาชนิด ทั้งกุ้งหอยปูปลาที่ยังสดใหม่ฟรีซมาเรียบร้อย แค่มองก็สัมผัสถึงความอร่อยชวนลิ้มรส จนเผลอกลืนน้ำลายกันเป็นแถว

 

"โอ้โห!!"

คุราโมจิอุทานลั่น ส่วนมิยูกิผิวปากว๊าว

"ฮ่า ฮ่า เป็นไงล่ะพวกนาย พูดไม่ออกกันเลยล่ะสิ.." เอย์จุนหัวเราะชอบใจ

คุราโมจิกรอกตาดัวยความหมั่นไส้ "เดี๋ยวโดนเตะ กล้าพูดกับรุ่นพี่อย่างนี้"

"นายเอามาจากบ้านเหรอ ฟุรุยะ" มิยูกิหันมาถามคนตัวสูงโย่ง

"ครับ"

"งั้นของฟุรุยะต่างหาก ไม่ต้องมาโม้เลย ซาวามูระ"

"ถึงงั้นก็เหอะ ฉันอุตส่าห์นึกถึงพวกนาย ยังจะพูดดี เดี๋ยวยกกลับซะเลย--" เอย์จุนค้อนควับ ทำท่าเหมือนจะยกกลับจริง

ฟุรุยะถอนหายใจ เอื้อมมือมาปิดปากจอมโวยวาย

"คุณแม่ฝากมาให้กินด้วยกันครับ บอกเห็นพวกเรามารบกวนรุ่นพี่บ่อยๆ ว่าแต่-รุ่นพี่มิยูกิทำหม้อไฟเป็นไหมครับ?" ฟุรุยะรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อเข้าประเด็นหลัก จริงๆ คือ หิวแล้ว

มิยูกิขมวดคิ้ว "ก็ไม่เคยทำหรอกนะ แต่น่าจะพอได้ นายมีของครบไหมล่ะ?" ถามพลางกวาดตามองวัตถุดิบบนโต๊ะ

"ครบเฟ้ย! ฉันซื้อของที่ขาดมาเพิ่มแล้ว" เอย์จุนแทรกตอบ

"เอ้านี่ มีวิธีทำแนบมาให้ด้วย" คุราโมจิคนช่างสังเกต ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่สอดไว้ในด้านในกล่อง ส่งให้มิยูกิ ซึ่งรับไปอ่าน ก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ

"โอเค ไม่ยากเท่าไร เอาล่ะ..ทุกท่าน วันนี้เราจะกินหม้อไฟฮอกไกโดกัน.."

สิ้นคำประกาศจากหัวหน้าพ่อครัวมิยูกิ บรรดาลูกมือต่างพร้อมใจกันปรบมือ ส่งเสียงเฮลั่น เตรียมตัวลิ้มรสความอร่อยชุดใหญ่ที่ส่งตรงมาจากฮอกไกโด

 

จากนั้นมิยูกิจัดการตั้งน้ำใส่หม้อเพื่อเตรียมทำน้ำซุป และเปิดอีกเตาเพื่อเอาบางส่วนมาย่างไฟ จะได้มีของกินหลากหลาย โดยให้อีกสามคนซึ่งไม่ถนัดเรื่องทำอาหารช่วยกันล้างผักและคอยเป็นผู้ช่วย

เวลาผ่านไปไม่นาน ภายในครัวก็อบอวลด้วยกลิ่นหอมของอาหารทะเลบนเตาย่าง ด้วยมิยูกิเอากุ้งมาเสียบไม้ทาเกลือ เอาหอยเชลล์ทาเนย หอยนางรมปรุงรสด้วยโชยุกับเหล้าหวาน และเอาปูตัวยักษ์ย่างไฟ จนอีกสามคนชักทนไม่ไหว ก็กลิ่นมันหอมยั่วยวนจนต้องแอบชิมคนละนิดคนละหน่อย ปล่อยให้พ่อครัวหัวหมุนทำโน่นทำนี่คนเดียว

"เฮ้ย! ยกไปวางบนโต๊ะสิเว้ย.." พ่อครัวเอกหันมาว๊าก ไอ้พวกบ้า บอกให้เอาใส่จานไปวางบนโต๊ะ ดันหยิบเข้าปากแทน..

"ฮ่า ฮ่า รู้แล้วน่า ชิมนิดหน่อยจะไปเป็นไรไป" คุราโมจิแลบลิ้นเลียปาก

"เอ่อ ใกล้เสร็จรึยังครับ" ฟุรุยะชะโงกหน้าถาม

มิยูกิกรอกตา  "อีกนิดหน่อย นายยกข้าวกับจานนั่นออกไปได้เลย"

 

"มา มา ที่เหลือฉันทำเอง"

เสียงคุ้นๆ ตะเบ็งดังข้างตัว มิยูกิรีบหันควับไปมอง เห็นเจ้ารุ่นน้องปากมากกำลังหยิบมีดมาหั่นแครอทซึ่งเหลือเป็นลำดับสุดท้าย

"นั่นนายทำอะไร?"

"ก็ช่วยนายน่ะสิ ตาบอดรึไง?"

"วางเลย ซุ่มซ่ามอย่างนาย เดี๋ยวก็โดนมีดบาดหรอก...ไปช่วยฟุรุยะ ไม่ก็คุราโมจิโน่น"

"เฮ้! ฉันไม่ใช่เด็กนะเฟ้ย--กะอีแค่หั่นผักนิดหน่อย จะเป็นไรไป นายนี่เรื่องมากชะมัด" เอย์จุนเบ้ปาก

มิยูกิถอนใจ หัวรั้นไม่เปลียนเล้ย ไอ้เด็กบ้า!

 

เมื่อมิยูกิไม่พูดอะไรต่อ เอย์จุนจัดแจงหยิบแครอทที่หั่นไว้มาแกะเป็นรูปดอกไม้ตามที่เคยเห็นแม่ทำบ่อยๆ จะได้ดูน่ากินมากขึ้น เขาลอบชำเลืองมองหนุ่มรุ่นพี่ ผู้กำลังเทน้ำซุปใสหม้อดินเผา ก่อนจะค่อยๆ จัดเรียงเครื่องต่างๆ ตามลงไป ตั้งแต่แซลมอนชิ้นหนา กุ้ง หอย และปูตัวโต เหล่านี้ล้วนมาจากฮอกไกโดทั้งสิ้น จากนั้นก็ใส่ผักต่างๆ เห็ด และเต้าหู จนกลายเป็นหม้อไฟที่หน้าตาน่ากินที่สุดในโลก

เอย์จุนมองเพลิน ยิ่งเห็นมิยูกิค่อยๆ ตักน้ำซุปขึ้นมาเพื่อชิมรสชาติ ด้วยท่าทางคล่องแคล่วประหนึ่งเชฟใหญ่มาเอง ก็อดนึกทึ่งไม่ได้ จนชักหมั่นไส้นิดๆ คนอะไรฟร่ะ! เก่งไปหมดทุกอย่าง เบสบอลก็เก่ง ทำอาหารยังเก่งอีก ซ้ำหน้าตาดี....

พอคิดถึงตรงนี้ เอย์จุนก็หน้าร้อนผ่าว เรื่องเมื่อสองวันก่อนแว่บมาในหัว

มิยูกิ คาซึยะ จูบเขา....

 

"โอ๊ย!!

เอย์จุนสะดุ้งสุดตัว ดันคิดฟุ้งซ่านจนเผลอให้ปลายมีดที่ถืออยู่ในมือสะกิดเข้ากับนิ้วตัวเอง

"อะไร?--ให้ตายสิ!!" มิยูกิอุทาน ตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเลือดหยดจากนิ้วมือรุ่นน้อง เขารีบก้าวพรวด โดยไม่ลืมคว้าผ้าสะอาดมากดแผลให้แน่นเพื่อห้ามเลือด

"เอ่อ..เอ่อ ไม่เป็นไรมากหรอก" คนซุ่มซ่ามยิ้มแหย พยายามจะหัวเราะกลบเกลื่อน แต่พอเห็นแววตาโกรธจัดของอีกฝ่ายก็หัวเราะไม่ออก ได้แต่หลบตามองพื้นแทน

"นี่นายมีสมองรึเปล่า ถึงไม่รู้ว่านิ้วสำคัญกับการเป็นพิทเชอร์ขนาดไหน?"

"นิดเดียวเอง"

"ยังจะพูดอีก"

คนถูกดุซ้ำก้มหน้างุด พยายามดึงนิ้วคืนให้หลุดจากการเกาะกุม โดนด่าน่ะไม่เท่าไร ชินแล้ว แต่การถูกอีกฝ่ายจับมือแถมยืนเสียใกล้จนลมหายใจรินรดจมูก มันทำให้เกิดอาการหนาวๆ ร้อนๆ บอกไม่ถูก แต่ดึงเท่าไรฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมปล่อย เอย์จุนแทบอยากร้องไห้ พยายามส่งสายตาอ้อนวอนให้รุ่นพี่อีกคนมาช่วย

คุราโมจิเม้มปาก นึกไม่ถึงว่ามิยูกิจะหงุดหงิดกับเรื่องแค่นี้ ถึงจะเข้าใจในความเป็นแคทเชอร์ ทำให้ต้องใส่ใจกับพิทเชอร์เป็นพิเศษ แต่เวลาเจอพิทเชอร์ไม่ดูแลตัวเอง อย่างมากหมอนี่แค่แนะนำตักเตือน ไม่เคยโมโหหรือฉุนเฉียวใส่ เหมือนเจ้าซาวามูระโดน หรือเพราะเจ้านี่มันซื่อบื้อนัก

ช่างเถอะ...คุราโมจิตัดใจเดินเข้ามาห้ามทัพ ขืนปล่อยทิ้งไว้ บรรยากาศการกินคงเสียหมด

"ไอ้งั่งเอ๊ย ทำอะไรไม่ระวัง..มานี่ เดี๋ยวฉันทำแผลให้เอง" คุราโมจิสับหัวรุ่นน้องโป๊กใหญ่ ก่อนจะล็อกคอลากตัวมาทำแผล

"งี่เง่า!" ฟุรุยะเสริมเบาๆ

"หนอย นายเองก็เคยเหมือนกันแหละ ฟุรุยะ--"

คราวนี้แคทเชอร์หนุ่มเลิกคิ้วเบนสายตามาทางพิทเชอร์ร่วมทีม ซึ่งเจ้าตัวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ตีหน้าตายเปลี่ยนเรื่องทันที "ผมยกหม้อนี้ออกไปเลยนะครับ"

มิยูกิพยักหน้าให้ฟุรุยะ ลอบถอนหายใจ พยายามปรับอารมณ์ให้กลับเป็นปกติ ไม่เข้าใจเล้ย..ไหงตัวเองถึงหงุดหงิดมากมายกับเรื่องแค่นี้

.......................................

.............................

 

และแล้วมื้อเย็นกับหม้อไฟก็จบลงด้วยดี ต่างคนต่างกินจนพุงกาง พร้อมกับยกนิ้วให้มิยูกิเป็นสุดยอดเชฟ

"อร่อยชะมัด นายนี่สุดยอดจริงๆ คราวหน้าฉันจะเอาของเด็ดจากนากาโนะมาให้นายทำ.."

"มีแต่ผัก--" คนตัวสูงโย่งเอ่ยลอยๆ

"เนื้อก็มีเฟ้ย! ตอนนั้นนายอยากกินช้าเอง มันก็เลยเหลือแต่ผัก" เอย์จุนแผดเสียง พร้อมกับชี้หน้าคนพูด หนอย..เจ้าฟุรุยะมาหาว่าหม้อไฟบ้านเขามีแต่ผัก ทีหลังไม่พาไปแล้ว

มิยูกิสั่นหัว "ไม่ทำเว้ย อยากกินก็ทำเองสิ"

"ฮ่า ฮ่า ขืนให้เจ้าบ้ามูระทำ คงมีเส้นโซบะกับผัก--นายจำตอนอยู่หอไม่ได้รึไง? มิยูกิ"

"รุ่นพี่!!" เอย์จุนตะโกนลั่น หน้าแดงก่ำ ขณะทุกคนต่างหัวเราะชอบใจ

ตอนนั้นเป็นวันหยุด และเอย์จุนได้รับพัสดุจากทางบ้าน เป็นเส้นโซบะที่ปู่ทำเองกับมือเพื่อส่งมาอวยพรในการแข่งขันโคชิเอ็ง นอกจากนั้นแม่ของเอย์จุนยังส่งผักที่ปลูกเองมาด้วย เจ้าตัวเลยอาสาทำเลี้ยงเพื่อนๆ พี่ๆ แต่รสชาติออกมาไม่เอาไหน โชคดีได้มิยูกิมาช่วยปรุงน้ำซุปให้ใหม่ ทำให้โซบะต้มผักมื้อนั้นรสชาติดีขึ้นทันตา

 

จากนั้นต่างคนต่างขุดเรื่องเก่าสมัยอยู่เซย์โดมาเกทับกันไปมา โดยเฉพาะสองสมาชิกห้อง 5 เสียงดังกว่าใครเพื่อน รอบโต๊ะอาหารจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเฮฮา จนนาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มกว่า หนึ่งในนั้นเริ่มสัปหงกด้วยความง่วงนอน ศีรษะโงกเงกมาพิงไหล่คนข้างๆ

"เฮ้ย อย่าเพิ่งหลับเว้ย ฉันขี้เกียจแบกนายกลับ" เอย์จุนโวย

ฟุรุยะขยี้ตาด้วยอาการงัวเงีย พึมพำเสียงอ่อย "ก็ง่วงนอนแล้วนี่นา"

"จริงสิ นายเพิ่งกลับมา คงจะเหนื่อย วันนี้กลับไปพักเถอะ" มิยูกิพูด พลางหันมาพยักหน้ากับคุราโมจิ ซึ่งพยักหน้าตอบพร้อมกับลุกขึ้นจากโต๊ะ เพื่อเก็บจานชามไปล้าง โดยเจ้าตัวแอบบ่นทิ้งท้าย "ชิ! ว่าจะชวนเล่นเกมต่อสักหน่อย"

หนุ่มสูงโย่งทำหน้าเจื่อน รีบลุกตามเพื่อช่วยเก็บโต๊ะ "ครั้งหน้าแล้วกันครับ"

"อย่าลืมพักให้เต็มที่ล่ะ เพราะอีกสองวันพวกเราต้องเข้าค่ายฝึกซ้อมแล้ว" รุ่นพี่ร่วมทีมสำทับ

"เชอะ! ห่วงแต่พิทเชอร์ของตัวเอง" เอย์จุนเบะปากด้วยความหมั่นไส้

มิยูกิเลิกคิ้ว หันมาจ้องตาคนพูด ยกยิ้มมุมปาก "แหงล่ะ เรื่องไรฉันจะต้องห่วงพิทเชอร์ทีมอื่น.."

"หนอย เจ้าคนใจดำ"

"ฮ่า ฮ่า ขอบใจที่ชม"

"ไม่ได้ชมโว๊ย!"

"พอเว้ย!! จะกัดกันไปถึงไหน ยกก้นมาช่วยเก็บจานชามซะที ทั้งสองตัวนั่นแหละ"

คนผมเขียวตีหน้ายักษ์แผดเสียงใส่สองคู่กัด ก่อนจะเบนสายตายังรุ่นน้องอีกคนซึ่งท่าทางคงจะอยากกลับไปนอนเต็มแก่ ถึงรีบยกจานไปวางซิงค์ก่อนใครเพื่อน

"ฟุรุยะ นายไม่ต้องล้างจานหรอก วางไว้นั่นแหละ เดี๋ยวฉันทำเอง"

เอย์จุนทำตาโต หยิกแก้มตัวเอง "ห๋า? ฝันไปหรือเปล่าเนี่ยเรา?? นั่นต้องเป็นตัวปลอมแหง รุ่นพี่คุราโมจิไม่มีทาง--เหวอ!" คนพูดก้มหัวหลบวูบ เมื่อฝ่ายนั้นหยิบขวดอะไรสักอย่างขว้างมาอย่างแรง

"แกตายแน่! เจ้าซาวามูระ" คุราโมจิคำราม

"ขอโทษคร้าบบบบ" เอย์จุนร้องเสียงหลง กระโดดหนีทันควันก่อนฟรีคิกจะลอยมา

 

"โอ๊ะ!"

"เฮ้! ระวังหน่อย"

จอมโวยวายหันควับมองเจ้าของเสียง ก่อนจะตาเหลือก อ้าปากพะงาบๆ ด้วยความตกใจ หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ เขาเผลอถอยหลังกรูโดยไม่ดูทางให้ดี เลยชนเองมิยูกิซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ

"ซุ่มซ่ามชะมัด"

เอย์จุนหน้าร้อนฉ่า อยากจะหายตัวในบัดดล เมื่อรู้สึกถึงแผ่นหลังของตัวเองชนกับแผ่นอกของอีกฝ่าย หนำซ้ำมือทั้งสองข้างของฝ่ายนั้นยังแตะอยู่ที่เอวของเขา ถึงจะรู้ว่าเป็นแค่การช่วยประคองไม่ให้ล้ม แต่..ใจเจ้ากรรมดันเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมา

"ช่วยไม่ได้ นายอยากยืนเกะกะเอง" คนซุ่มซ่ามเถียงแก้เขิน ชิงผละตัวออกมา โดยอาศัยหลบหลังคนตัวสูงซึ่งเดินมาหาพอดี

มิยูกิส่ายหน้าหน่ายใจ "ไม่มีมารยาทกับรุ่นพี่ซะเลย นายนี่---จะกลับแล้วสิ?" ประโยคหลังหันมาพูดกับอีกคน

"ครับ ขอบคุณมากครับ สำหรับอาหาร" ฟุรุยะก้มศีรษะลงเล็กน้อย

"ฮ่า ฮ่า พวกฉันต่างหากต้องขอบคุณนาย อ้อ ฝากขอบคุณคุณแม่นายด้วยล่ะ อร่อยมากเลย--ส่วนนาย ซาวามูระ ขอบใจนะ อุตส่าห์ยกมาให้" มิยูกิปิดปากหัวเราะคิก เมื่อโดนเจ้าของชื่อค้อนขวับ

"เชอะ ไม่ต้องมาประชดเลย มิยูกิ คาซึยะ"

ฟุรุยะถอนหายใจ ดึงคอเสื้อจอมโวยวายให้เดินกลับไปด้วยกัน โดยมีสายตาขบขันของผู้เป็นรุ่นพี่มองตาม จนเสียงประตูปิดลง

 

............................................

 

"เจ้าพวกนั้นกลับไปแล้วเหรอ?" คุราโมจิถามเจ้าของฝีเท้าที่เดินมาข้างหลังโดยไม่หันมอง เนื่องจากกำลังก้มหน้าก้มตาล้างจานให้เสร็จ

"ฮือ" มิยูกิพึมพำ คลอเคลียริมฝีปากกับต้นคอคนถาม สอดมือโอบกอดรอบเอวลูบไล้ไปมา ทำเอาคุราโมจิถึงกับสะดุ้งสุดตัว มือสั่นจนแทบจะปล่อยจานหลุดจากมือ

"ทะ ทำอะไร..ไอ้บ้า! ฉันยังล้างจานไม่เสร็จ...หยะ หยุดก่อน..คาซึยะ!!" คุราโมจิร้องลั่น แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ มือใหญ่จัดการเชยคางเล็กให้เงยขึ้นรับจุมพิตดูดดื่มอย่างหนักหน่วงและอ่อนหวาน

หนุ่มผมเขียวแทบขาดใจกับรสจูบแสนวาบหวาม สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิง ลืมหมดว่ากำลังทำอะไรอยู่ ยกสองแขนขึ้นโอบรอบคออีกฝ่าย..

 

"เพล้งง!!!"

เสียงจานตกกระทบพื้นดังก้องกังวาน สองหนุ่มชะงัก ผละออกจากกันช้าๆ กระพริบตาปริบมองเศษจานที่แตกกระจายบนพื้น

คุราโมจิแยกเขี้ยว กำหมัดชกไหล่อีกฝ่ายเต็มแรง "ไอ้ทุเรศ! เล่นไม่เป็นเวล่ำเวลา"

มิยูกิหัวเราะ หึ หี "ขอโทษที เดี๋ยวฉันทำที่เหลือต่อให้เอง นายไปอาบน้ำเถอะ"

คุราโมจิถอนหายใจ จะปล่อยให้หมอนี่ทำอย่างนั้นได้อย่างไรเล่า หลายวันมานี่ เขาติดค้างมิยูกิไม่รู้กี่อย่างต่อกี่อย่าง

"ชิ! ไม่ต้องเลย นายทำมาเยอะแล้ว จะไปไหนก็ไป พวกนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง" พูดพลางผลักอีกคนให้ออกจากครัว

มิยูกิโน้มตัวมาจูบแก้มคนพูดเบาๆ "งั้นฉันรอที่ห้อง อย่านานนักล่ะ..เกิดฉันหลับก่อน โยอิจิจะอารมณ์ค้างซะเปล่าๆ"

หนุ่มผมเขียวหน้าแดง กัดฟันกรอด "เออ..หลับไปเลย ไอ้คนเฮงซวย!"

"ขอบใจที่ชม"

"ไม่ได้ชมเว้ย!"

...................................

.................................

..............................







 

"ฉันชอบนาย.."

ซาวามูระ เอย์จุน อ้าปากค้าง ช็อคสนิทกับคำพูดของคนตรงหน้า ขวดน้ำที่กำลังยกขึ้นดื่ม หล่นตุ้บจากมือกลิ้งหายไปไหนไม่รู้..

"เอ่อ.."

"แต่ไม่ยกตำแหน่งเอซให้หรอกนะ"

ประโยคแรกยังพอทำใจรับฟังได้ ประโยคถัดมานี่สิ..มันหาเรื่่องกันรึไงฟร่ะ!!

"หนะ หนอย เจ้าฟุรุยะ! ฉันมีปัญญาคว้าตำแหน่งเอซได้เองโว๊ย ไม่จำเป็นต้องขอจากนาย--" พอได้ยินคำว่าเอซ สติสตังก็กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว จอมโวยวายตะเบ็งเสียงดังลั่น ชูกำปั้นหราใส่หน้าคนเป็นเอซ ซึ่งยืนตีหน้าตาย ทว่าไม่เมินหน้าหนีเหมือนทุกคราว

"งั้นเป็นอันตกลง"

"เอ๋?"

"ซาโตรุ...เรียกฉัน ซาโตรุ...เอย์.."

คนพูดโน้มริมฝีปากแตะหมับกับริมฝีปากอีกฝ่ายที่่ยังอ้าค้างด้วยความงุนงงเป็นรอบสอง ก่อนจะผละออกด้วยรอยยิ้มสว่างไสว ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

 

.......................

 

ภายในห้องนอนสองพิทเชอร์

 

"เอย์?"

เจ้าของชื่อสะดุ้งพรวดเกือบตกเตียง ด้วยมัวแต่คิดอะไรเพลินอยู่คนเดียว  "อ่า นายอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ?"

ฟุรุยะพยักหน้า ทรุดลงนั่งบนเตียง มือใหญ่เอื้อมแตะหน้าผากอีกฝ่าย "นายไม่สบายรึเปล่า?"

"ปะ เปล่า สักหน่อย ฉันไม่ได้อ่อนแอเหมือนนายนะเฟ้ย" คนเผลอตัวเหม่อลอยรีบเอ่ยปากแก้ตัว

..จู่ๆ ดันนึกถึงเรื่องราวจุดเริ่มต้นของตนเองกับคนข้างๆ เท่านั้นเอง

คนฟังเหมือนไม่ใส่คำพูดดังกล่าว กลับดึงมืออีกฝ่ายมากุม พลางลูบไล้ปลายนิ้วข้างที่มีรอยแผลอย่างแผ่วเบา "เจ็บไหม?"

"เอ๋? เ่อ้อ..ไม่เป็นไรสักนิด ไม่รู้สึกเลยด้วย เจ้าบ้ามิยู--" เอย์จุนพูดยังไม่ทันจบประโยค ฟุรุยะก็ขัดจังหวะโดยการโน้มริมฝีปากมาทาบปิดไว้

"ไม่อยากให้นายพูดชื่อคนอื่นตอนนี้" แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่ในฐานะคนรัก เอย์จุนรู้ดีว่าคนพูดเริ่มจะไม่สบอารมณ์

ตอนแรกเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจ ว่าหมอนี่เป็นบ้าอะไร เวลาอยู่ในห้องนอนด้วยกัน ถ้าเขาพูดคุยถึงเรื่องคนอื่น ฟุรุยะจะทำท่าเหมือนไม่อยากฟัง และขอไม่ให้พูด อย่าว่าแต่ชื่อมิยูกิ เลย จะเป็นรุ่นพี่คุราโมจิ รุ่นพี่คริส หรือคาเนมารุ หมอนี่จะหงุดหงิดไปหมด มีเพียงชื่อฮารุจจิคนเดียว ที่ยอมให้พูดถึงได้นิดหน่อย

มันใช่เรื่องไหมเนี่ย?? จะคุยเรื่องคนอื่นต้องคุยนอกห้องนอน

โดยเจ้าตัวให้เหตุผลอันแสนประหลาดว่า เวลาอยู่ในห้องนอน ควรจะเป็นเวลาส่วนตัวของพวกเขาสองคน ไม่อยากให้มีคนอื่นมายุ่ง

...แค่ชื่อนี่นะ? เอย์จุนเคยถาม ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจัง..ชื่อก็ไม่ได้...เขาล่ะอยากจะบ้าตาย

แต่กระนั้นมีหรือคนพูดมากอย่างเอย์จุน จะไม่เผลอ และวีธีเดียวที่แก้ไขสถานการณ์ได้ดีที่สุด..

 

"ซาโตรุ.."

เอย์จุนเอ่ยเบาอย่างตะกุกตะกัก หน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเขินอาย แม้จะคบหาเป็นคนรักมาสามปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ชินเสียทีกับการเรียกชื่อแบบนี้ ในใจนึกแช่งชักหักกระดูกเจ้าคนบ้าตรงหน้า จะอารมณ์ดีอะไรนักหนา เวลาเขาเรียกชื่อ

 

"เอย์.."

เสียงทุ้มของเจ้าคนบ้ากระซิบข้างหู ทำให้หัวใจคนฟังเต้นรัวและแรงขึ้น ยิ่งมองสบตาลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิท เห็นความปรารถนาฉายชัดเจน เอย์จุนก็แทบหมดแรง ยอมให้อีกฝ่ายรั้งตัวเข้าไปกอดแน่น แล้วริมฝีปากร้อนผ่าวก็ประทับลงมา....

..................................................

..............................................

จบ Part II

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ก่อนอื่นขอบอกก่อนค่ะว่าเมนต์ในนี้คือยากมาก คือขึ้น error ตลอดจนลำไย5555555 แต่อยากเมนต์ค่ะ ฮือออออออออออออออออออออ

โอ๊ยยยยยยยยยย น้ำตาจะไหลขอแชร์ไปให้ถึงดาวพลูโตค่ะ 

จำได้ว่าเคยเข้ามาเสพฟิคบล็อกนี้ตอนช่วงต้นปีประมาณเดือนมีนาเมษา ตามอ่านฟิคไดยะทุกเรื่อง แล้วก็คิดว่าไม่ได้แอ็กทีฟแล้วซะอีกค่ะ ตอนที่เห็นฟิคเรื่องนี้นี่คือแทบกรี๊ด เลื่อนขึ้นไปดูวันที่ว่าแบบ เฮ้ย ฉันดูปีดูเดือนผิดหรือเปล่า555555555 อัพเดทปี 2016 เหรอ แน่ใจว่าไม่ใช่ 2015 สายตาไม่ได้หลอกตัวเองอยู่ใช่มั้ย lol 

ในส่วนของเรื่องนี้คือตอนอ่านก็กรีดร้องด้วยความขัดใจมากๆค่ะ55555555 ตอนที่รู้ว่ามยก.กับพิโยคบกันคือเงิบดอกที่หนึ่ง รู้ว่าน้องเอย์กับฟรย.คบกันคือเงิบดอกที่สอง แล้วยิ่งมารู้ว่าก่อนหน้านี้น้องเอย์ชอบคุณมยก.นี่เหมือนโดนลิ่มตอกกลางหน้าผากเลยค่ะ5555555 ยัยหนูววววววว ชอบพี่เขาแล้วทำไมไม่บอกล่ะลูกกกกกกกกก /สกรีมทั้งน้ำตา แล้วคุณมยก.นี่คบกับพิโยอยู่แท้ๆ ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง แกไปจูบน้องอย่างนี้ รู้สึกเหมือนถ่านไฟน้องเอย์กับคุณมยก.จะเริ่มคุ เริ่มมีควันยังไงก็ไม่รู้ค่ะ ถ้าเกิดสปาร์กกันอีกครั้งนี่ก็สงสารพิโยกับฟรย.จริงๆ โอย ปวดตับ55555555555 

 

แอบเห็นในอินเด็กซ์ว่าฟิคนี้มีสี่ตอนจบหรือเปล่าคะ จะรอตอนต่อไปนะคะอุอิ อยากรู้บทสรุปของความสัมพันธ์ที่คลุมเครือแบบมีเยื่อใยของน้องกับคุณมยก. ไม่ได้คาดหวังว่าจะจบแบบแฮปปี้ด้วยค่ะ orz จบแบบสบายใจกันทุกฝ่ายก็คงจะดี55555555 เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ จะรอติดตาม :3 

#1 By twkk on 2016-07-25 14:42