[DNA Aufic] As Tear Go By_4 (Misawa)

posted on 11 Sep 2016 08:58 by chaste-child

ฟิคนี้เป็นฟิค y (ชายxชาย) ค่ะ ถ้าไม่ชอบใจ กรุณาผ่านได้นะคะ

............................

Title: As Tear Go By ตอนที่ 4

Pairing: Miyuki x Sawamura

summary:  5 ปีก่อน เมื่อคุราโมจิจากไป มิยูกิรับเอย์จุนมาดูแลแทน ทั้งคู่มีอายุห่างกัน 8 ปี

....................................

 

 

..................................

...........................

..โชคร้ายสุดๆ วันแรกก็ตื่นสาย โดนโค้ชลงโทษ ให้วิ่งรอบสนามทั้งวัน

อ๊ากกก..ต้องกินข้าวมื้อละ 3 ถ้วย

มีเพื่อนใหม่ชื่อ ฮารุจจิ

วันนี้โดนเพื่อนในห้องหัวเราะเยาะ ฮึ! ไม่สนหรอก ก็ฉันจะเป็นเอซให้ได้นี่นา

ฉันวิ่งลากยางล้อทุกวัน

เจ็บใจชะมัด เจ้าบ้าฟุรุยะ อยู่แค่ปีหนึ่งได้เป็นตัวจริงแล้ว..

...................

 

Chris sempai is my catcher!

มะ เมนูฝึกพวกนี้?????

ฉันอยากขว้างลูกอ่ะ..

MB sit-up คืออัลไล????!!!

รุ่นพี่คริสใจร้าย

เขาให้ฉันขว้างลูกกับเน็ต ฮือ ฮือ

ฯลฯ

........................

 

มิยูกิหัวเราะเบาๆ สายตาจดจ้องอยู่กับหน้าจอมือถือ ขณะนิ้วมือแตะเลื่อนอ่านข้อความไปมา

พอเริ่มเปิดเรียน เอย์จุนมักส่งข้อความมาบอกเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับชมรมเบสบอลที่เจ้าตัวหมายมั่นจะเป็นเอซให้ได้ตั้งแต่คุราโมจิพามาวิ่งเล่นในสนามเป็นครั้งแรก

แม้ข้อความส่วนใหญ่แต่ละครั้งจะสั้นและเป็นคำบ่นเสียมากกว่า กระนั้นมิยูกิก็ยังเปิดอ่านซ้ำไปซ้ำมา จนแทบกลายเป็นกิจวัตรประจำวันยามว่างจากงาน

เจ้าตัวยุ่งของเขา แค่วันแรกก็ก่อเรื่องเสียแล้ว โค้ชคาตาโอกะจอมเฮี้ยบคงไม่ยอมปล่อยง่ายแน่ เรย์จังเองคงปวดหัวไม่น้อย มิยูกิพอจะนึกภาพออก แต่มิได้หนักใจเท่าไร เพราะรู้นิสัยเจ้าตัวยุ่งดี ถึงจะเซ่อซ่า อวดดี แต่ไม่เคยย่อท้อกับอุปสรรคปัญหา ยิ่งเป็นเรื่องเบสบอลด้วยแล้ว เอย์จุนไม่มีวันยอมถอดใจแน่นอน

ทว่ามีสิ่งหนึ่งจุดความสนใจให้กับอดีตแคทเชอร์มือหนึ่งอย่างเขา คือเมนูฝึกพิเศษที่เอย์จุนถ่ายรูปส่งมาให้ดู ทำเอามิยูกิถึงกับนึกทึ่งในตัวคนคิดเมนูฝึกนี้ คงจะรอบรู้ในเรื่องเบสบอลเป็นอย่างดี เพราะเมนูฝึกพวกนั้นมุ่งเน้นการเสริมสร้างร่างกายขั้นพื้นฐานและช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับตัวพิทเชอร์

ที่สำคัญเหมือนกำลังพยายามสอนเอย์จุนให้เข้าใจวิธีการจับลูก เพื่อพัฒนาการขว้างลูกในแบบที่เจ้าตัวถนัดให้ดียิ่งขึ้น

..ว่าแต่ คุ้นเคยกับลูกขว้างของเจ้าตัวยุ่งขนาดนั้นเชียวเหรอ? เพิ่งเปิดเรียนได้ไม่นาน นี่นา..

มิยูกินั้นรู้ถึงความพิเศษในลูกขว้างของเอย์จุนดี แต่ละลูกจะเกิดจากสัญชาตญาณและความมุ่งมั่นล้วนๆ มิได้มีแบบแผนเช่นพิทเชอร์คนอื่นๆ คงเพราะเจ้าตัวยุ่งหัดขว้างลูกด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก คุราโมจิคนสอนเรื่องเบสบอลก็ไม่สนใจเรื่องขว้างลูกเท่าไร ซ้ำชมรมตอนมอต้นก็เป็นชมรมตั้งขึ้นใหม่ที่เจ้าตัวชักชวนเพื่อนสนิทมาเล่นด้วยกัน

ดังนั้น การฝึกแบบนี้น่าจะเป็นผลดีกับเอย์จุน

..แปลกแฮ่ะ แคทเชอร์มีความสามารถขนาดนี้ กลับมิได้เป็นตัวจริง..

.....................

 

"เจ้าซื่อบื้อก่อเรื่องอีกรึไง คาซียะ?"

มิยูกิเงยหน้ามองเจ้าของเสียงทัก ซึ่งกำลังเดินตรงรี่มาหาด้วยสีหน้าท่าทางอารมณ์ดีสุดๆ ด้วยวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเก็บตัวฝึกพิเศษ และพวกเขากำลังจะเดินทางกลับ

"เปล่า แค่กำลังปรับตัวให้เข้ากับแคทเชอร์"

"ฮึ จะได้สักกี่น้ำ หมอนั่นขว้างลูกเหลือรับจะตาย นายก็รู้..แคทเชอร์ธรรมดาไม่มีทางรับได้หรอก ปีนี้เซโดคงหมดหวังอีกตามเคย"

"เกินไป เมย์" มิยูกิหน้าบึ้ง ต่อให้จริงดังเมย์ว่า แต่เซโดเป็นโรงเรียนเก่าของเขา จะให้คนอื่นมาดูถูกได้ไงเล่า ยิ่งเป็นพวกอินาชิโระคู่แข่งตลอดกาลด้วยแล้ว

"ฉันพูดเรื่องจริง ตั้งแต่หมดรุ่นนาย เซโดเลิกหวังเรื่องโคชิเอ็งได้เลย ดูสถิติที่ผ่านมาสิ ระดับจังหวัดยังไม่เคยผ่านรอบสี่ทีมสักปี"

มิยูกิเบ้หน้า "แล้วอินาชิโระของนายล่ะ ปีนี้จะมีปัญญาแค่ไหนเชียว เห็นว่าพอโค้ชคุนิโทโมะลาออก ก็ร้องไห้กันยกทีม"

"หนอย คาซึยะ!"

 

"เอ่อ พอเถอะครับ ทั้งสองคน รถมาแล้ว"

อิตสึกิรีบยกมือห้ามทัพพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวของคุณเมย์ เหนื่อยสุดก็ตอนต้องคอยห้ามคุณเมย์ไปมีเรื่องกับใครต่อใครนี่แหละ..จะกี่ปีผ่านไปคุณท่านไม่เคยเปลี่ยน กลับยิ่งอวดดี ดื้อรั้นกว่าก่อน ยิ่งเวลาเจอกับคุณมิยูกิ พูดคุยกันดีๆ ไม่เคยเกินห้านาที ต่อต่อปากต่อคำเถียงกันราวกับเป็นเด็กๆ โชคดีหน่อยตรงที่ทั้งสองคนนี่ต่างรู้งานและมีความรับผิดชอบสูงทั้งคู่ พอคุณมิยูกิมารับหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ชคอยดูแลการฝึกพิเศษให้กับคุณเมย์ เรื่องทะเลาะกันในเวลาฝึกจึงแทบไม่มี แต่พอนอกเวลาปุ๊บ ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทุกที..

เห็นแบบนี้ แต่ทั้งคู่ก็ยังคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนานกว่าสิบปี ช่างเป็นมิตรภาพอันแสนประหลาดในสายตาอิตสึกิ

มิยูกิ คาซึยะ อดีตแคทเชอร์อัจฉริยะผู้มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่สมัยอยู่มอปลาย และเป็นที่หมายปองของทีมยักษ์ใหญ่ในวงการเบสบอลอาชีพ จู่ๆ ก็ถอนตัวเสียดื้อๆ ถึงกระนั้นก็ยังเป็นแคทเชอร์เพียงคนเดียว ที่นารุมิยะ เมย์ พิทเชอร์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นให้การยอมรับไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อิตสึกิจำวันที่ทั้งคู่ทะเลาะกันยกใหญ่ เพราะคุณมิยูกิบอกจะเลิกเล่นเบสบอล ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวตอบตกลงจะเซ็นสัญญาร่วมทีมเดียวกับคุณเมย์ แต่ความจริง จะว่าทะเลาะกัน ก็ไม่ถูกนัก เพราะวันนั้น คุณเมย์โมโหโวยวายลั่นอยู่คนเดียว ส่วนคุณมิยูกิเอาแต่นิ่งเงียบไม่ปริปากสักคำ

อิตสึกิลอบมองอดีตแคทเชอร์ผู้มากพรสวรรค์ ด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปน ถ้าชายหนุ่มคนนี้เลือกเส้นทางเป็นนักเบสบอลอาชีพ เช่นเดียวกับคุณเมย์ ป่านนี้คงโด่งดังกลายเป็นแคทเชอร์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นแล้ว

แต่น่าเสียดาย คุณมิยูกิกลับทิ้งชื่อเสียง เกียรติยศ และเงินทอง ที่กำลังรออยู่ตรงหน้า เพื่อมารับเป็นผู้ปกครองเด็กกำพร้าคนหนึ่ง

ณ เวลานั้น คุณมิยูกิรู้สึกอย่างไรกันแน่นะ..

แต่ก็นั่นแหละ ...ชีวิตไม่มีอะไรได้ดังหวังไปเสียทุกอย่าง

อิตสึกิถอนใจ

โชคชะตาช่างเล่นตลกกับชีวิตคนจริง แม้วันนี้เจ้าตัวจะเลิกเล่นเบสบอลมาหลายปี แต่ฝีมือกลับไม่ตกเลยสักนิด ความเฉลียวฉลาดช่างคิดยังคงมีเต็มเปี่ยม สมกับฉายาแคทเชอร์อัจฉริยะ มิน่า..คุณเมย์จึงพยายามทุกหนทางเพื่อดึงคุณมิยูกิกลับเข้าวงการเบสบอล

ผิดกับตัวเขา ต่อให้พยายามมากเท่าไร ก็ไม่อาจไปถึงระดับที่คุณเมย์อยู่สักที...

 

ขณะรถแล่นไปตามถนนสายยาว สองข้างทางมองเห็นต้นไม้เขียวขจี ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีฟ้าครามสดใส อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น มิยูกิทอดสายตาเหม่อมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถ ดูเหมือนฤดูร้อนใกล้เข้ามาอีกแล้ว

กลับไปคราวนี้ จะแวะไปดูเอย์จุนที่เซโด..

............................

 ...............

 

 บรรยากาศรอบสนามเบสบอลเซโด วันนี้คึกคักเป็นพิเศษ มีผู้คนมากหน้าหลายตามารอชม การซ้อมแข่งระหว่างโรงเรียนเซโดกับ โคคุโดกัน

มิยูกิชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อสนามเบสบอลอันแสนคุ้นตาปรากฏต่อหน้า เห็นบรรดานักกีฬาวิ่งกรูลงสนาม พร้อมเสียงกองเชียร์ตะโกนปลุกเร้าใจ ช่างเหมือนเดิมไม่มีผิด

ภายในอกปวดแปลบขึ้นมาทันทีราวกับมีหนามแหลมทิ่มตำ ภาพความหลังครั้งตนเองกับโยอิจิใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในโรงเรียนแห่งนี้พร่างพรูเข้ามาในความทรงจำ เหมือนเป็นเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน

คนยังฝังใจกับอดีตชักลังเลอยากจะเปลี่ยนใจหันหลังหนีกลับเอาดื้อๆ ก็เพราะกลัวต้องเผชิญกับความรู้สึกแบบนี้แหละ ถึงได้บ่ายเบี่ยงทุกครั้งเวลาโนริและชิราสุชวนมา

เฮ้อ...มิยูกิถอนใจหนักหน่วง พยายามปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็ง ..เอาน่า ไหนๆ ก็มาแล้ว  ถ้าไม่มาเสียเลย เดี๋ยวเจ้าตัวยุ่งก็จะร้องไห้น้อยใจอีก และความจริงตัวเขาเองอยากเห็นเหมือนกันว่าเอย์จุนจะก้าวหน้าแคไหนแล้ว?

 

"มิยูกิ!! ทางนี้ เร็วๆ"

เสียงตะโกนเร่งจากโนริ ช่วยปลุกเขาจากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มรีบเดินไปยังจุดที่เพื่อนสองคนยืนอยู่ เนื่องจากเอย์จุนกำลังจะเริ่มขว้างลูกแล้ว

คนเป็นผู้ปกครองเผยอยิ้ม เมื่อเห็นเจ้าตัวยุ่งยืนเด่นกลางสนาม ด้วยสีหน้าท่าทางเอาจริง เสียงตะโกนลั่นของเอย์จุนยังคงเป็นจุดสนใจและเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมโดยรอบ

 

และแล้วลูกแรกก็ถูกขว้างออกไป..

ตามด้วยลูกที่สอง..

และลูกที่สาม..

.....

เสียงโห่ไม่พอใจดังรอบสนาม เมื่อทุกลูกที่ขว้างออกมาพลาดเป้าหมด ทำให้แคทเชอร์ไม่สามารถรับได้ พิทเชอร์มือใหม่ถึงกับหน้าเสีย ใจแป้วลงทันตา

 

"เอย์จังขว้างไม่เร็วสักหน่อย ทำไมแคทเชอร์รับไม่ได้?" โนริจุ๊ปากด้วยความขัดใจ

 

"อ่านทางลูกไม่ออก.."

น้ำเสียงเคร่งขรึมของมิยูกิเอ่ย ดวงตาใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งยังกลางสนาม คนเคยเป็นแคทเชอร์มาก่อนอย่างเขา เดาได้ไม่ยาก ยิ่งเห็นอาการตระหนกของแคทเชอร์ แสดงว่ากำลังสับสนกับทางของลูก

หวังว่า คนนี้คงไม่ใช่คนที่เอย์จุนพูดถึงหรอกนะ ไม่งั้นผิดหวังแย่..

 

"เอ๋?"

"ลูกของเอย์จังถึงจะไม่เร็วแต่มองยาก นายยังบ่นประจำเวลาเล่นแคชบอลด้วยไม่ใช่เหรอ? มีแต่มิยูกิคนเดียวล่ะมั้ง รับได้สบาย" ชิราสุพูด

"จริงสิ แล้วยังงี้จะทำไงดีล่ะ?" โนริยิ่งกังวล เพราะสถานการณ์ในสนามดูจะแย่ลงอีก เมื่อเอย์จุนยังคงขว้างลูกผิดพลาดจนลูกไปโดนตัวแบตเตอร์

มิยูกิกับชิราสุไม่ตอบ ด้วยรู้ดีหากคู่แบตเตอรี่เล่นเข้าขากันไม่ได้ คงต้องมีการเปลี่ยนตัว และคนถูกเปลี่ยนคงเป็นเด็กหนุ่มผู้ยืนบนเนินกลางสนาม

เสียงโห่ไล่พิทเชอร์เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ บรรดากองเชียร์ต่างไม่พอใจฟอร์มการเล่นแย่ๆ แบบนี้ เพราะเพียงแค่อินนิ่งแรก พิทเชอร์หน้าใหม่ก็ทำโฟว์บอล ซ้ำตามด้วยฮิตบายพิชอีกต่างหาก แคทเชอร์จึงตัดสินใจขอเวลานอกเพื่อปรึกษากับทีมและลดความกดดันของสถานการณ์

ซึ่งฝั่งม้ามั่งเซโดเองเริ่มมีความเคลื่อนไหว โดยโค้ชคาตาโอกะยกมือเพื่อขอเปลี่ยนตัวผู้เล่น..

 

"โธ่ เอย์จัง..คงโดนเปลี่ยนตัวแน่" โนริครางเสียงเศร้า สงสารเด็กหนุ่มผู้เป็นเสมือนน้องชายแท้ๆ จับใจ

ชิราสุตบไหล่เพื่อนรักดังป้าบ "ใช่ที่ไหนกันเล่า ดูดีๆ สิ โค้ชกำลังจะเปลี่ยนแคทเชอร์ต่างหาก"

"ห๋า?"

ไม่เพียงแต่โนริที่ประหลาดใจ แต่ทั้งสนามก็ตกตะลึงเช่นกัน เมื่อเสียงกรรมการข้างสนามประกาศเสียงดังชัดเจน

"เปลี่ยนตัวแคทเชอร์โอโนะ เป็นทาคิคาว่า.."

 

เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม แม้แต่ผู้เล่นในสนามของเซโดซึ่งกำลังยืนปรึกษากันก็มีสีหน้างุนงง คล้ายไม่เชื่อหูตนเอง ต่างหันไปมองบุคคลผู้กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทางเรียบเฉย คล้ายไม่สะทกสะท้านใดๆ กับสถานการณ์คับขันของทีมขณะนี้

มิยูกิยกยิ้มมุมปาก ลองเจ้าตัวยุ่งทำหน้าบานแฉ่ง แสดงว่าคงเป็นคนนี้สินะ ที่เจ้าตัวปลื้มนักหนา

..ขอดูฝีมือหน่อยเถอะ จะเปลี่ยนกระแสเกมได้ไง ในเมื่อตอนนี้เซโดกำลังโนเอาต์ ฟลูเบส และพิทเชอร์ขว้างสไตรค์ไม่ได้ ข้อได้เปรียบอย่างเดียวคือ ทีมฝ่ายตรงข้ามกำลังประมาทและคิดว่าจะได้แต้มแน่

..เพราะถ้าเป็นตัวเขาล่ะก็...

 

เหมือนแคทเชอร์ผู้มาใหม่จะมั่นใจในตนเองพอสมควร จึงไม่นำพาต่อเสียงรอบด้าน หรือสายตาไม่วางใจจากคนในทีมเดียวกัน เจ้าตัวบอกถึงแผนการเล่น แม้เหมือนมีบางคนไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่กล้าคัดค้าน

มิยูกิเฝ้าสังเกตการเล่นอย่างใจจดจ่อ บอกไม่ถูกเหมือนกันทำไมถึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ทั้งที่เป็นแค่เกมซ้อมแข่งของทีมสำรอง

 

ดวงตาใต้กรอบแว่นทอประกายวาบวับเมื่อเห็นแคทเชอร์ส่งสัญญาณให้เอาต์ฟิลด์ขยับเข้ามา เพื่อจะเล่นแบบอินฟิลด์ คนดูต่างส่งเสียงฮือฮา เพราะนั่นมันเสี่ยงเอามากๆ เกิดฝ่ายตรงข้ามทำสควีซ อาจมีรันเกิดขึ้นได้

ทั้งสนามแทบกลั้นหายใจ เมื่อพิทเชอร์ขว้างลูกออกไป แคทเชอร์รับแต่ลูกกระเด้งออก รันเนอร์ออกวิ่ง แต่ต้องหยุดชะงักทันควัน เมื่อแคทเชอร์ขยับตัวหยุดลูกได้ทันท่วงที ลูกต่อมาถูกตีได้ แต่เซคันด์เบสแมนรับและส่งต่ออย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นดับเบิ้ลเพลย์ รอบสนามต่างโห่ร้องขนานใหญ่

เป็นการเล่นประสานกันที่เหลือเชื่อ เพียงไม่ทันไร เซโดก็พลิกสถานกาณ์ดึงกระแสเกมกลับคืนมาได้ ด้วยการวางแผนอันแยบยลของแคทเชอร์ผู้มาใหม่ ทำให้หลุดพ้นจากความคับขับราวมีปาฏิหาริย์

เอย์จุนกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ แม้จะเป็นแค่อินนิ่งแรกก็ตาม

เจ้าตัวรีบหันมาโบกไม้โบกมือให้โนริกับชิราสุ กองเชียร์ขาประจำ แต่พอเห็นมิยูกิยืนอยู่ด้วยเท่านั้นแหละ เอย์จุนก็ตาโตร้องตะโกนเสียงหลงดังลั่น ซ้ำวิ่งถลันเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

"มิยูกิ กลับมาเมื่อไร?"

"ฉันเล่นเป็นไงมั่ง.."

"...ฯลฯ"

 

มิยูกิหัวเราะลั่น เมื่ออีกฝ่ายยิงสารพัดคำถามใส่อย่างเร็วปรื๋อโดยไม่รอคำตอบ

"เพิ่งกลับมา--"

ยังไม่ทันตอบหมด แคทเชอร์หนุ่มซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ได้ส่งเสียงเรียกเจ้าตัวยุ่งพร้อมกวักมือให้ไปหา

เอย์จุนรีบพยักหน้ารับ ก่อนจะทำหน้าสลด

มิยูกิยิ้ม เอื้อมมือโยกศีรษะเด็กหนุ่มเบาๆ "ไปเถอะ นายกำลังอยู่ระหว่างแข่ง ไว้กลับไปบ้านค่อยคุยกัน"

"อือ ถ้าแข่งเสร็จ จะรีบกลับเลยล่ะ"

เอย์จุนตอบรับหน้าบาน ก่อนจะสปริงตัวกลับไปหาคนเรียกซึ่งยืนรอตรงบลูเพนอย่างรวดเร็ว

 

"ท่าทางเอย์จังดีใจมากที่เห็นนายมาเชียร์" ชิราสุเอ่ย

"นั่นสิ ตอนเอย์จังอยู่มอต้น นายไม่ยอมไปเชียร์เลย พวกเราต้องคอยแก้ตัวแทนนายทุกที" โนริเบ้หน้าใส่เพื่อนสนิท ซึ่งเอาแต่หัวเราะหึ หึ

"ว่าแต่ คริสคุง นี่สุดยอดเลยเนอะ" โนริอดชื่นชมไม่ได้ สายตามองตามคู่แบตเตอรี่ซึ่งกำลังซ้อมรับลูกกันอยู่

ชิราสุพยักหน้า "เล่นได้ดุดันเหมือนนายเลย มิยูกิ"

"ท่าทางเก่งออก แต่ไหงมาอยู่กับทีมสำรอง" คนสงสัยถามโพล่งเสียงดัง

โนริหันซ้ายแลขวา ก่อนจะตอบด้วยเสียงเบาลงแค่พอได้ยินกันเอง "ความจริงคริสคุงเคยเป็นตัวจริงมาก่อน ตั้งแต่เข้ามาปีหนึ่ง ตอนมอต้นเขาได้ชื่อเป็นแคทเชอร์อัจฉริยะเหมือนนายนั่นแหละ อาจารย์ทาคิชิม่าเลยทาบทามมาเข้าเซโด ตอนปีแรกเขาพาทีมเราเข้าถึงรอบชิงเชียวนะ แต่เพราะเขาทุ่มเทมากเกินไป จนไหล่เสีย เลยต้องหยุดพักรักษาตัวเป็นปี.."

ชิราสุกล่าวเสริมต่อ "นี่คงจะหายดีแล้ว แต่เพื่อความชัวร์โค้ชเลยให้มาอยู่ทีมสำรองก่อน"

มิยูกิพยักหน้าเข้าใจ เป็นอย่างนี้เอง เจ้าตัวยุ่งโชคดีจริง ได้มาเจอกับแคทเชอร์คนนี้ มิน่าเรย์จังถึงรับรองแข็งขันว่าเอย์จุนจะต้องเก่งขึ้นแน่ เพราะมีคนที่สามารถดึงพรสวรรค์ของเจ้าตัวออกมาได้

ชายหนุ่มเบนสายตามายังบลูเพน ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของเอย์จุนเบิกบานกว่าทุกครั้ง ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์จับจ้องอยู่กับแคทเชอร์ตรงหน้า ราวกับเป็นคนสำคัญที่สุดเพียงคนเดียว

มิยูกิเม้มริมฝีปาก เขาควรจะดีใจที่เห็นเอย์จุนมีความสุข แต่ทำไม ภายในใจถึงไม่ยินดีเลยนะ..

 

................................

 

หลังจากแยกกับโนริและชิราสุที่สถานีรถไฟ มิยูกิตัดสินใจแวะซื้อของเพิ่มเติมที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อจะทำอาหารฉลองชัยชนะในการแข่งครั้งแรกให้กับเอย์จุน

แต่รอจนสองทุ่มกว่า ก็ยังไม่มีวี่แววเด็กหนุ่มจะกลับมา คนเป็นผู้ปกครองเริ่มจะหิวแล้วด้วยสิ ..หรือจะหลงทาง ยิ่งเซ่อซ่าอยู่ด้วย คงต้องโทรตาม มิยูกิคิดในใจ แต่ยังไม่ทันไร เสียงสัญญาณโทรเข้าดังขึ้น

เป็นเอย์จุน นั่นเอง น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจของเจ้าตัว ทำเอามิยูกิพอจะเดาเรื่องออก

 

"ฉันได้เป็นตัวจริงแล้ว!!"

"เห นายฟังโค้ชประกาศชื่อผิดหรือเปล่า?"

"หนอย ฉันฟังถูกเฟ้ย"

"ฮ่า ฮ่า"

"รุ่นพี่คริสก็ได้เป็นตัวจริงด้วย เอ่อ เขาเลยให้ฉันอยู่ซ้อมขว้างลูก เพื่อเตรียมตัวสำหรับค่ายก่อนฤดูร้อน วันนี้คงไม่ได้กลับ อาทิตย์หน้าก็ด้วย.." คนพูดเสียงอ่อยลง

"งั้นเหรอ" 

"เอ่อ ขอโทษนะ ที่ไม่ได้กลับ" น้ำเสียงเจ้าตัวยุ่งดูกังวลจนมิยูกิแปลกใจ

"ไม่เป็นไร ดีซะอีก ไม่มีเสียงนายตะโกนกรอกหูทุกเช้า นอนหลับสบายขึ้นเยอะ" มิยูกิหัวเราะคิกคัก ยกมือเตรียมปิดหู ด้วยคาดว่าฝ่ายนั้นคงจะตะโกนโวยวายใส่เหมือนทุกคราว แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมือปลายสายเงียบลง

"..."

"เอย์จุน?"

"เอ่อ ไม่มีอะไรแล้ว ฉันต้องไปซ้อมต่อล่ะ แค่นี้นะ"

"เอย์--" มิยูกิพูดยังไม่จบ ทางโน้นก็ตัดสายลง ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาพูดอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมเสียงเอย์จุนตอนท้ายฟังแปร่งไป คงไม่ได้คิดมากหรอกนะ เพราะเขาแค่พูดเล่นเหมือนทุกครั้ง ฝ่ายนั้นจะได้สบายใจ ฝึกซ้อมอย่างเต็มที่

 

มิยูกิถอนหายใจเฮือก เหลือบตามองอาหารบนโต๊ะ ก่อนจะเอนศีรษะพิงพนักโซฟา ความหิวหายไปดื้อๆ ซะงั้น รายการทีวีตะกี้ยังสนุกสนานกลับน่าเบื่อขึ้นมา แค่พอไม่มีเสียงเจ้าตัวยุ่ง ห้องก็เหมือนไม่ใช่ห้อง มันเงียบเหงาจนบอกไม่ถูกราวกับอยู่ตัวคนเดียวในโลก เอ๊ะ! หรือเขาจะเริ่มแก่ลง ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ให้กับความคิดของตนเอง

มิยูกินึกถึงเด็กหนุ่มในเกมการแข่งขันที่เพิ่งดูจบมา ยิ่งตอนขว้างลูกสุดท้ายด้วยแล้ว

ทำเอาเขาถึงกับตะลึง แทบหยุดหายใจ

เมื่อเด็กหนุ่มผู้เป็นพิทเชอร์ ยกขาขึ้นสูง บิดตัวด้วยร่างกายช่วงบนที่ยืดหยุ่นเหนือใคร และขว้างลูกซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นออกไปอย่างสุดแรงเกิด จนแบตเตอร์มองไม่ทัน เป็นการขว้างลูกในแบบเฉพาะตัวจริงๆ

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่มิยูกินึกอยากจะกลับไปเป็นแคทเชอร์เพื่อรับลูกนั้น...

 

นี่นาย เติบโตขึ้นมากขนาดนี้เชียวหรือ?

มิยูกิรำพึงในใจ

จากเด็กตัวน้อยที่ฮึ่มแฮ่ทำตาขวางใส่เขาแถมเกาะขาคุราโมจิแน่นไม่ยอมปล่อย เมื่อตอนเจอกันครัังแรก จนเมื่อได้เล่นแคชบอลด้วยกัน เท่านั้นแหละ..เจ้าตัวยุ่งก็เปลี่ยนมาวิ่งไล่ตามให้เขารับลูกให้แทบทุกวัน

มาบัดนี้ นายมีแคทเชอร์ที่สามารถรับลูกของนายได้แล้ว....ฉันคงไม่สำคัญกับนายอีกต่อไป...

 

ชายหนุ่มถอนใจอีกครั้ง เอื้อมมือปิดรีโมตทีวี ดูไปก็เบื่อเปล่า นอนดีกว่า แต่พอเข้าห้องนอนกลับไม่ง่วงสักนิด ด้วยความรู้สึกหลายอย่างก่อกวนในจิตใจ

มิยูกิลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ยกกล่องใบหนึ่งซึ่งซุกไว้ด้านในสุดออกมาวางตรงหน้า ดวงตาใต้กรอบแว่นฉายแววปวดร้าวแว่บนึง เมื่อหยิบบางสิ่งมาถือไว้แนบอก

ถุงมือแคทเชอร์ อันใหม่เอี่ยม...

ห้าปีแล้วสิ ที่ของขวัญจากคนสำคัญชิ้นนี้ ถูกซุกซ่อนไว้ในตู้ โดยไม่เคยเหลียวแล

 

.................................

 .................................

 

 

"มิยูกี๊---แฮปปี้--"

เสียงตะโกนลั่นของเอย์จุนหยุดชะงัก ทำให้มิยูกิซึ่งกำลังเปิดประตูห้องเข้ามาต้องเลิกคิ้วด้วยความสงสัย เมื่อเห็นคุราโมจิพยายามเอามืออุดปากเจ้าตัวยุ่งให้เงียบ

พอเห็นสภาพในห้อง คนมาใหม่ก็หัวเราะ หึ หึ มองเค้กปอนด์หน้าตาธรรมดาซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ในมือเจ้าตัวยุ่งมีเทียนเล่มเล็กคงเตรียมจะปัก ส่วนเจ้าของห้องหน้ายักษ์กำลังเพียรพยายามห่อของขวัญแต่ยังไม่เสร็จดี ด้วยกระดาษห่อวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้น

คุราโมจิพึมพำหน้าแดง "จะรีบมาทำไมกันว่ะ"

เจ้าของวันเกิดอมยิ้ม ทรุดตัวนั่งข้างคนรัก "ให้ฉันช่วยห่อไหม?"

"ไม่ห่ง ไม่ห่อแล้วโว้ย เอ้า..เอาไป๊!" คนพูดยัดเยียดของขวัญรูปทรงประหลาดให้ด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด มิยูกิรับมาพลางหัวเราะชอบใจ ก่อนจะรวบร่างคนให้มากอดและหอมแก้มหนึ่งที

"ขอบใจมาก โยอิจิ"

"อ๊ะ ไอ้ทุเรศ!!" คุราโมจิเขินอายจนหน้าแดงแปร๊ด รีบขืนตัวออกจากอ้อมกอดอีกฝ่าย ยิ่งเห็นเอย์จุนเบิกตากว้างแถมหัวเราะคิกคัก ยิ่งอายนักขึ้น

"มิยูกิ อธิษฐานสิ จะได้กินเค้กกัน" เจ้าตัวน้อยรีบปักเทียน แล้วกระตุกแขนเสื้อเจ้าของคนเกิด ดวงตากลมโตจ้องมองเค้กตรงหน้าด้วยอาการอยากกินสุดๆ

มิยูกิยิ้มกว้าง ดึงเจ้าตัวยุ่งมานั่งตัก "งั้นมาช่วยกันเป่าเทียน.."

เอย์จุนหน้าบาน รีบป่องแก้ม เตรียมพร้อมเป่าสุดแรงเกิด "1...2...3.."

 

...ขอให้ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป...

 

.....................................

...........................

 

 ...................................................

จบตอนที่ 4

ขอบคุณที่อ่านค่ะ

**

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นนะคะ เราซาบซึ้งจริงๆ ทำให้มีกำลังใจในการเขียนขึ้นมาอักโข

และต้องขอโทษด้วยค่ะ บางทีทั้งเรา และเอ็กทีน อาจจะเอ่อเร่อพอกัน เลยติดๆ ขัดๆ ขาดหายไปบ้าง

เรื่องจำนวนตอนในแต่ละเรื่อง หน้าสารบัญนั้น เราลงเป็นไกด์ไลน์(สำหรับตัวเอง) เรื่องอาจมีมากกว่านั้นนิดหน่อยค่ะ

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet